ผมบางมากแก้ยังไง ใช้อะไรดี 2022

by NayNoy.Com Posted on 2022-05-05


ความคิดเห็นที่ 1

ผมร่วง ผมบาง

ปัญหาผมร่วงผมบางคงเป็นปัญหาใหญ่ ๆ ของใครหลาย ๆ คน ซึ่งผลที่เกิดแม้จะไม่กระทบต่อร่างกายโดยตรง แต่กลับมีผลกระทบอย่างแรงต่อสภาพจิตใจ บุคลิกภาพ รวมถึงการเข้าสังคม ทำให้ขาดความมั่นใจเวลาแต่งทรงผม แต่งทรงอะไรก็ไม่เข้าท่าสักอย่าง ผมร่วงเป็นกระจุกทุกครั้งเมื่อสระผม ฯลฯ ซึ่งพฤติกรรมบางอย่างก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ผมหลุดร่วงได้ บางทีการเริ่มจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำร้ายผมของเรา ก็สามารถช่วยหยุดปัญหาผมหลุดร่วงให้ลดน้อยลงได้ ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นผลเสียต่อเส้นผมก็อาจทำให้ในอนาคตข้างหน้าคุณกลายเป็นคนผมบางได้ หรือถ้าหนักมากเข้าก็อาจจะหัวล้านไปเลยก็ได้

โดยรวมแล้วเส้นผมทั้งศีรษะจะมีอยู่ประมาณ 1 แสนเส้น ซึ่งเส้นผมจะร่วงเป็นปกติวันละ 50-100 เส้น ตามธรรมชาติรากผมจะมีอายุได้ประมาณ 3 ปี โดยจะผลิตเคราตินเพื่อทับเส้นเก่าให้ยาวขึ้นเดือนละ 1 เซนติเมตร และมีบางส่วนทยอยหยุดการเติบโตพร้อมกับเกิดเส้นใหม่งอกขึ้นมา ดันรากเดิมจนร่วงออกไปเองภายในระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งจะเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ

แล้วแบบไหนที่เรียกว่าผมร่วง? ก็อย่างเช่น เส้นผมของคุณร่วงมากกว่าวันละ 100 เส้น ในวันที่ไม่ได้สระผม และหลุดร่วงมากกว่าวันละ 200 เส้น ในวันที่สระผม ผมที่ร่วงแล้วไม่งอกขึ้นมาใหม่ หรืองอกขึ้นมาแต่เส้นเล็กลงกว่าเดิม และผมจะร่วงเฉพาะบริเวณ เช่น ร่วงกลางศีรษะ, ร่วงเป็นรูปตัวเอ็ม (m) บริเวณหน้าผาก, ร่วงเป็นหย่อม ๆ รูปตัวโอ (o) เป็นต้น ซึ่งผู้ชายและผู้หญิงจะมีลักษณะของโรคผมบางที่ต่างกัน ในผู้ชายจะมีลักษณะหัวเถิกหรือผมบางกลางกระหม่อม แต่ของผู้หญิงไม่รุนแรงขนาดนั้น แต่จะมีเพียงผมบางกลางศีรษะ ไม่ค่อยพบเห็นในลักษณะหัวเถิกเหมือนผู้ชาย

ความคิดเห็นที่ 2

สาเหตุของผมร่วง

สาเหตุผมร่วงในผู้หญิงนั้นมีมากมาย การวินิจฉัยแยกโรคเพื่อหาสาเหตุจึงจำเป็นต้องอาศัยการซักประวัติและตรวจสอบร่างกายอย่างละเอียด ซึ่งในบางกรณีอาจมีความจำเป็นต้องเจาะเลือดตรวจ ทำการตรวจอัลตราซาวนด์ หรือตัดชิ้นเนื้อเล็ก ๆ จากบริเวณที่ผมร่วง แล้วส่งไปตรวจหาสาเหตุ ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้รู้ต้นตอของปัญหาและจะได้หาทางรักษาที่ถูกต้องต่อไป โดยสาเหตุของผมร่วง ผมบาง และศีรษะล้าน จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ แบบไม่มีแผลเป็น (Nonscarring Alopecia) กับแบบมีแผลเป็น (scarring Alopecia) ซึ่งแบบไม่มีแผลเป็นจะพบได้บ่อยมากที่สุด และจะมาจาก 2 สาเหตุหลัก ๆ ด้วยกัน คือ

  1. กรรมพันธุ์ พบได้มากที่สุดประมาณ 90% ของผู้หญิงศีรษะล้านผมบาง อาการแสดงที่พบได้บ่อย คือ ผมบางหรือศีรษะล้าน ซึ่งมักจะพบบริเวณกลางศีรษะ ส่วนแนวผมด้านหน้าจะไม่ถอยร่นเข้าไปเหมือนในผู้ชาย ซึ่งสามารถแบ่งความรุนแรงออกได้เป็น 3 ระดับ คือ
    • ระดับที่ 1 เริ่มมีผมบางแต่ไม่มากนัก จะเห็นได้ชัดตามรอยแสกผม เส้นผมจะเริ่มบางและเส้นเล็กลง สามารถรักษาด้วยการใช้ยาดูก่อน ไม่มีความจำเป็นถึงต้องปลูกผม
    • ระดับที่ 2 ผมบางมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มเห็นหนังศีรษะ กลางศีรษะล้าน เริ่มขยายมากขึ้นกว่าเดิม สามารถรักษาด้วยวิธีการปลูกผม แล้วควรใช้ยาเพื่อชะลอหรือป้องกันไม่ให้ผมเดิมหลุดร่วงมากขึ้น มิฉะนั้นผมเดิมจะบางลงอีก จนอาจต้องกลับมาปลูกผมซ้ำอีก
    • ระดับที่ 3 ผมจะบางมาก จนเห็นหนังศีรษะได้อย่างชัดเจน พื้นที่ของศีรษะล้านจะขยายอาณาบริเวณออกไปด้านข้างโดยรอบ สามารถรักษาด้วยการใช้ยาร่วมกับการปลูกผม แต่ผลที่ได้ไม่ค่อยดี เนื่องจากมีการสูญเสียเส้นผมไปเป็นจำนวนมากแล้ว ส่วนการใส่วิกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
  2. สาเหตุอื่น ๆ ซึ่งจะพบได้ประมาณ 10% มีมากมายหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่พบได้บ่อย ๆ คือ โรคผมร่วงชนิดเป็นหย่อม (Alopecia Areata), โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ, โรคผิวหนังบางชนิด (เช่น โรคเรื้อน, เชื้อราบนหนังศีรษะ, สะเก็ดเงิน), โรคโลหิตจาง, โรคไตเรื้อรัง, โรคซิฟิลิส, โรคไฮโปไทรอยด์, โรค SLE, โรค PCOS, โรคจิตที่ชอบถอนผมตัวเอง (Trichotillomania), ภาวะต่าง ๆ (เช่น ภาวะหลังการคลอดบุตร, ภาวะหลังหมดประจำเดือน, ภาวะหลังการผ่าตัด, ภาวะหลังการลดน้ำหนักมาก ๆ), เนื้องอกของรังไข่ที่ผลิตฮอร์โมนเพศชาย, ยาบางชนิด (เช่น ยาคุมกำเนิดบางชนิด, ยาลดความดัน, ยาลดไขมันในเลือด, ยาเคมีบำบัด, ยากันชัก, ยารักษาภาวะซึมเศร้า, ยาเบต้าบล็อก, ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด), ความเครียด, สุขภาพอ่อนแอ, การรวบผมที่แน่นมากจนเกินไปอยู่ตลอดเวลา (traction alopecia) ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน ฯลฯ
ความคิดเห็นที่ 3

วิธีป้องกันผมร่วง

  1. ดูแลสุขภาพตัวเอง ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ทั่วร่างกาย หลีกเลี่ยงความเครียด นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้สบาย ไม่ปล่อยตัวเองให้จมอยู่กับความเครียดก็จะสามารถช่วยลดปัญหาได้เหมือนกัน นอกจากนี้ยังช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุลเป็นปกติอีกด้วย
  2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างเหมาะสม โดยรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และถูกสุขลักษณะ (เพิ่มวิตามินหรือเกลือแร่เสริมในกรณีที่รับประทานอาหารไม่ครบหมู่) เน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีน โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วเหลือง ดื่มน้ำให้เพียงพอหรือดื่มไม่น้อยกว่าวันละ 2 ลิตร งดอาหารที่ใส่ผงชูรส งดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่

  1. เลิกไดเอตแบบผิดวิธี โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อเส้นผมมาก ในแต่ละวันเราควรได้รับโปรตีนประมาณ 46 กรัม หรือประมาณ 20-30% ต่อสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน ถ้าคุณกำลังลดน้ำหนักด้วยวิธีการไดเอตแบบผิด ๆ ด้วยการอดอาหารบ่อย ๆ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเส้นผมถึงเปราะบางและหลุดร่วงง่ายขนาดนี้
  2. สระผมอย่างถูกวิธี คุณไม่ควรสระผมเกินวันละ 1 ครั้ง ก่อนการสระผมด้วยแชมพู ควรล้างผมด้วยน้ำเปล่าก่อนเป็นเวลา 15 วินาที ก่อนที่จะลงแชมพูทุกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนเรือนผมออกไปก่อน แล้วจึงใช้แชมพูสระผมทำความสะอาดอย่างล้ำลึกต่อไป และในขณะสระผมก็ไม่ควรขยี้ผมหรือเกาหนังศีรษะแรง ๆ เพราะจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อของหนังศีรษะ แต่ให้เปลี่ยนมาสระผมโดยใช้วิธีนวดหนังศีรษะแทน โดยใช้ปลายนิ้วนวดเป็นวงกลมเบา ๆ ในขณะสระผม ซึ่งนอกจากจะช่วยถนอมเส้นผมและหนังศีรษะแล้ว ยังช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นอีกด้วย
  3. เลิกสระผมด้วยน้ำอุ่น หลายคนอาจจะรู้สึกฟินเวลาที่สระผมด้วยน้ำอุ่น แถมยังคิดไปว่าการสระผมด้วยน้ำอุ่นจะช่วยชะล้างความสกปรกที่เกาะติดเส้นผมได้มากกว่าน้ำอุณหภูมิปกติ แต่ความจริงแล้วน้ำอุ่นนี่แหละที่เป็นผู้ร้ายตัวจริงในการทำร้ายเส้นผมของเรา ทั้งทำให้ผมแห้งแตกปลาย หนังศีรษะแห้ง จนในที่สุดเส้นผมก็มีสภาพอ่อนแอและหลุดร่วงจากหนังศีรษะได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วหันมาใช้น้ำอุณหภูมิปกติในการสระผม ก็จะช่วยลดปัญหาผมร่วงที่เกิดขึ้นได้
  4. เลือกใช้แชมพูและครีมนวดผมให้เหมาะกับสภาพเส้นผม เลือกใช้แชมพูอ่อน ๆ ที่มีส่วนประกอบแบบ organic และไม่เป็นด่างมากเกินไป แชมพูและครีมนวดให้เลือกที่เหมาะกับสภาพเส้นผมของตัวเอง และเต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน แคลเซียม และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผม
  5. อย่าทำรุนแรงกับผมในขณะผมเปียกชื้น ลำพังแค่การหวีผมแรง ๆ ก็เป็นตัวทำร้ายเส้นผมให้อ่อนแอได้มากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าคุณยังทำรุนแรงกับเส้นผมขณะที่ยังเปียกอยู่ด้วยแล้ว ก็คงยากที่เส้นผมจะแข็งแรง เพราะเส้นผมที่เปียกชื้นจะบอบบางกว่าปกติหลายเท่า ดังนั้นการหวีผมหรือใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมแรง ๆ การผูกผมในขณะที่ผมยังเปียกอยู่ ก็สามารถทำให้สารเคลือบผมและโปรตีนในเส้นผมถูกทำลายไปได้
  6. หลีกเลี่ยงการจัดแต่งทรงผมด้วยความร้อน การไดร์ผมหรือหนีบผมด้วยความร้อนเป็นประจำ จะเป็นการทำร้ายเส้นผมอย่างรุนแรงมาก ๆ เพราะความร้อนจากการจัดแต่งทรงผมจะไปทำลายเคลือบผมและโปรตีนที่หล่อเลี้ยงเส้นผม ส่งผลให้ผมแห้งเสีย แตกปลาย เปราะบางและหลุดร่วงได้ง่าย ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้พัดลมเป่าผมแทน หรือเลือกปรับโหมดไดร์เป่าผมให้เป็นแบบลมเย็นธรรมดา หรือถ้าจำเป็นต้องไดร์ร้อนก็ให้ถือไดร์ให้ห่างจากเส้นผมประมาณ 1 ฟุต หรือเคลือบเส้นผมด้วยเซรั่มป้องกันความร้อนก่อนการจัดแต่งทรงผม ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เส้นผมของคุณหลุดร่วงได้
  7. ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมผิดประเภท ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมส่วนมากจะมีเนื้อหนาและหนักเพื่อช่วยล็อกทรงผมให้อยู่ทรงได้ตลอดทั้งวัน และมักมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อยู่มาก ซึ่งเจ้าแอลกอฮอล์นี่แหละที่เป็นตัวการทำให้ผมแห้งเสียแตกปลายได้ ดังนั้นการหันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งผมที่มีเนื้อบางเบา หรือแบบสเปรย์ที่ไม่ได้เกาะติดอยู่บนผมจนทำให้ผมเหนียวเหนอะหนะ ก็จะช่วยลดปัญหาผมแห้งเสียซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงได้
  8. หลีกเลี่ยงสารเคมีที่ใช้กับผม เช่น การย้อมสีผม การยืดผม เป็นต้น
  9. ควรทำความสะอาดหวีหรือแปรงอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากสิ่งสกปรกและน้ำมันที่ตกค้างอยู่ตามซอกหวีหรือแปรง อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคที่กลับเข้าสู่หนังศีรษะและเส้นผมของเรา ทำให้เกิดการหมักหมมจนกลายเป็นเชื้อราที่นำไปสู่ปัญหาผมร่วงที่ไม่พึงปรารถนา
  10. ไม่มัดผมแน่นเกินไป การมัดผม รวบผม หรือการถักเปียที่แน่นมากจนเกินไปก็อาจเป็นการทำร้ายเส้นผมของคุณได้ เพราะนอกจากจะทำให้โครงสร้างของเส้นผมเกิดการหักงอหรือผิดรูปแล้ว ยังอาจไปทำร้ายเคลือบผมทางอ้อมได้อีกด้วย ดังนั้นอย่าพยายามมัดผมหรือถักเปียบ่อย ๆ ควรปล่อยผมให้ทิ้งตัวสบาย ๆ บ้าง หรือเลือกทรงผมที่ไม่ดึงรั้งผมมากจนเกินไป หลีกเลี่ยงการสวมหมวก ก็จะเป็นการช่วยทำให้เส้นผมของคุณมีสุขภาพดีขึ้นมาได้บ้าง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาผมเปราะบางหลุดร่วงได้อีกทางหนึ่งด้วย
  11. ไม่เข้านอนและมัดผมในขณะผมยังเปียกชื้นอยู่ เนื่องจากเชื้อราที่เกิดจากความเปียกชื้นจะก่อตัวจับกลุ่มกันที่บริเวณหนังศีรษะ หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ความชื้นจะแพร่กระจายไปยังหมอนและกลายเป็นเชื้อราที่มารังควานศีรษะเรา ทำให้หนังศีรษะมีกลิ่นเหม็นอับ เกิดอาการคัน และเป็นรังแค ทำให้รากผมไม่แข็งแรง สุดท้ายผมก็จะเปราะบางและหลุดร่วงไปในที่สุด
  12. ไม่ใช้แชมพูแห้งบ่อย ๆ สำหรับสาว ๆ ที่ชอบใช้แชมพูแห้งบ่อย ๆ เพราะต้องการความสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาสระผมและเป่าแห้ง ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ผมหลุดร่วงได้เช่นกัน เนื่องจากการใช้แชมพูแห้งสระผมจะทำให้มีสารตกค้างอยู่บนเส้นผม ทำให้เกิดการอุดตันหนังศีรษะและเส้นผม จนผมไม่สามารถรับสารบำรุงใด ๆ ได้ ก่อให้เกิดอาการเปราะบาง และผมก็หลุดร่วงได้ง่าย ๆ ดังนั้นหากคุณไม่เร่งรีบมากจนเกินไปก็ควรจะเลือกทำความสะอาดเส้นผมด้วยการสระผมจะดีกว่า
  13. ไม่ตากแดดนาน ๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึงบ่าย 2 โมง เพาะรังสียูวีเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นและทำลายสารเคลือบเส้นผม จนทำให้ผมเปราะขาดหลุดร่วงได้ง่าย ดังนั้นการชโลมเซรั่มบำรุงเส้นผมที่มีส่วนผสมของสารกันแดดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถปกป้องสุขภาพเส้นผมของคุณได้
  14. หลังการว่ายน้ำคุณควรล้างผมด้วยน้ำสะอาดในทันที
  15. รักษารังแค ปัญหารังแคเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอาการคันหนังศีรษะ ประเด็นอยู่ตรงที่ยิ่งเกาก็ยิ่งเป็นการทำร้ายหนังศีรษะและเส้นผมมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งก็เป็นสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้ผมหลุดร่วงแบบไม่รู้ตัวนั่นเอง ฉะนั้นคงจะดีกว่าถ้าคุณแก้ปัญหารังแคได้ เพราะจะทำให้อาการคันหนังศีรษะหมดไป ซึ่งคุณอาจจะเลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของซีลีเนียม ซิงค์ และทีทรีออยล์ก็ได้ หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางรักษาต่อไป
  16. เลือกใช้ยาคุมกำเนิดสักนิด โดยปกติแล้วสาว ๆ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาผมหลุดร่วงได้ง่ายเมื่อมีประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าผ่านพ้นช่วงการมีประจำเดือนไปแล้ว แต่ผมของคุณยังหลุดร่วงอยู่ นั่นอาจเป็นผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิดที่คุณกำลังรับประทานอยู่ก็ได้ เนื่องจากยาคุมกำเนิดส่วนมากนี้จะมีฮอร์โมนเพศชายผสมอยู่มาก แต่คุณสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้โดยการเปลี่ยนมารับประทานยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเพศชายในปริมาณน้อย ๆ (ฮอร์โมนแอนโดรเจน) ก็จะช่วยลดปัญหาผมบางจากพันธุกรรมได้พอสมควร
  17. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องรับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาคลายเครียด หรือยาที่มีส่วนผสมของกลุ่มฮอร์โมน คุณอาจต้องเจอกับปัญหาผมร่วงมากกว่าเนื่องมาจากผลข้างเคียงจากยาได้ ซึ่งกรณีนี้คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาต่อไป
  18. นวดศีรษะด้วยมือเป็นประจำ วันละไม่กี่นาที เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะ นอกจากนี้ คุณอาจจะนวดศีรษะด้วยวิตามินอี น้ำมันดอกวาเดอร์ นวดด้วยน้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ น้ำมันงา หรือน้ำมันมะพร้าว เป็นต้น หรือนอนให้ศีรษะต่ำกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเป็นบางช่วง เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ไปที่บริเวณศีรษะ โดยให้ทำครั้งละ 15 นาทีต่อวัน
  19. หมักผมด้วยสารจากธรรมชาติบางชนิด เช่น น้ำผึ้งผสมไข่แดง, น้ำแอปเปิ้ลหมัก 1/2 ชั่วโมง แล้วล้างออกก่อนสระผม ก็จะช่วยบำรุงเส้นผมและลดผมร่วงได้
  20. สมุนไพรป้องกันผมร่วง เช่น ใช้ใบสดซองแมว (Gmelina villosa Roxb) นำมาตำพอกศีรษะ, ดอกแค (Sesbania grandiflora Poiret ), วุ้นว่านหางจระเข้, ชาเขียว นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพแล้ว สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในชาเขียวยังช่วยป้องกันผมร่วงรวมถึงการเร่งให้เส้นผมเจริญเติบโตได้ดีขึ้นอีกด้วย โดยการต้มน้ำชาเขียวสัก 2 ถุงต่อน้ำ 1 ถ้วย จากนั้นทิ้งไว้ให้อุ่นพอประมาณ แล้วนำมาใช้ชโลมให้ทั่วหนังศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะล้างออก เป็นต้น
  21. หากมีปัญหาผมร่วงผมบาง คุณควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาทางรักษาโดยด่วน อย่าปล่อยไว้เนิ่นนานจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดภาวะศีรษะล้านจนยากจะแก้ไขได้

ความคิดเห็นที่ 4

ปกติแล้วจะมีผมที่หยุดการเจริญและหลุดร่วงไป วันละ 50-100 เส้น  แต่ในบางภาวะอาจทำให้ผมร่วงได้มากกว่าปกติ เช่น มีประวัติพันธุกรรม ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อแม่  คุณแม่หลังคลอด การเจ็บป่วยเรื้อรัง การเสียเลือด การใช้ยาบางชนิด การขาดสารอาหาร และภาวะเครียดทางจิตใจ

ผมร่วง เกิดจากอะไร

ในทางการแพทย์ จะแบ่งภาวะผมร่วง ออกเป็น ผมร่วงแบบไม่มีแผลเป็น (non-scarring alopecia) และผมร่วงแบบมีแผลเป็น (scarring alopecia) สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิดผมร่วง จะแบ่งออกเป็น ปัจจัยภายนอก และ ปัจจัยภายในที่กระตุ้นให้ผมร่วงผิดปกติ

ปัจจัยภายนอกที่ทำให้ผมร่วง ผมบาง

  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยากดภูมิคุ้มกัน ยาเคมีบำบัด ยาละลายลิ่มเลือด ยากันชัก ยาลดความดันบางชนิด ยารักษาโรคข้อเสื่อมข้ออักเสบ ยาลดความเครียดบางชนิด ยารักษาสิวที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ ยาคุมกำเนิด
  • การติดเชื้อราที่หนังศีรษะ
  • การฉายรังสีจากการรักษามะเร็ง
  • หนังศีรษะได้รับการบาดเจ็บจากการถูกดึง แกะ เกา จนทำให้เป็นแผล
  • เส้นผมถูกดึงรั้งต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น จากที่ติดผม การมัดผม การถักเปียติดหนังศีรษะ
  • สารเคมีในผลิตภัณฑ์ดัด ย้อม ทำสีผม
  • เส้นผมที่โดนความร้อนสูงจากที่หนีบผม หรือแสงแดด ทำให้เคราตินในเส้นผมถูกทำลาย ผมจึงเปราะง่าย ขาดร่วงง่าย

ปัจจัยภายในที่ทำให้ผมร่วง ผมบาง

  • ผมร่วงจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน (Androgenetic alopecia, AGA) มักพบเด่นในเพศชาย เกิดได้ทั้งจากการถ่ายทอดยีนเด่นบนโครโมโซมร่างกาย และการถ่ายทอดแบบหลายปัจจัยจากหลายยีนร่วมกับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม (multifactorial inheritance) ทำให้หนังศีรษะมีความไวต่อฮอร์โมนดีเอชที dihydrotestosterone (DHT) จึงทำให้เส้นผมลีบและร่วงง่าย มีอายุสั้นกว่าปกติ ส่วนใหญ่อาการจะเริ่มแสดงให้เห็นตั้งแต่อายุ 18-25 ปี และจะร่วงเพิ่มมากขึ้นตามวัย วิธีสังเกต คือ ผมบริเวณด้านหน้าและ ตรงกลางศีรษะ จะบางลง และพบประวัติครอบครัวเป็นโรคศีรษะล้านจากพันธุกรรม
  • โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata, AA) เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ทำให้เซลล์รอบรากผมอักเสบ จนไม่สามารถผลิตเส้นผมขึ้นมาใหม่ได้
  • ผมร่วงจากความเครียดของร่างกายหรือการเจ็บป่วยรุนแรง (Telogen effluvium) เกิดจากร่างกายมีการเจ็บป่วยรุนแรงไม่ว่าจะเป็นทางใจหรือทางกาย ส่งผลให้เส้นผมระยะ Telogen หลุดร่วงออกมาเร็วและมากกว่าปกติ ผมมักร่วงหลังการเจ็บป่วยประมาณ 3 เดือน ภาวะเจ็บป่วยที่กระตุ้นผมร่วงชนิดนี้ เช่น  มีไข้สูง ไข้เลือดออก ความเครียดสะสม การเปลี่ยนแปลงระดับของฮอร์โมนแบบเฉียบพลันซึ่งพบได้ในคุณแม่หลังคลอดที่มักจะมีอาการ ผมร่วงหลังคลอด เป็นต้น
  • ภาวะดึงผมที่เกิดจากปัญหาทางจิตใจ (Trichotillomania)
  • โรคแพ้ภูมิตนเอง SLE/DLE (Systemic Lupus Erythematosus, Discoid Lupus Erythematosus)
  • ไทรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติ
  • ภาวะขาดสารอาหารบางชนิด เช่น ขาดธาตุเหล็ก ขาดโปรตีน ลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว ขาดวิตามินดี เป็นต้น
  • โรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมแต่กำเนิด ที่ทำให้การสร้างเส้นผมผิดปกติ
  • โรคติดเชื้อบางชนิด เช่น ซิฟิลิส

เคล็ดลับดูแล ผมร่วง ผมบาง

  • เคล็ดลับแรก คือ ถ้ามีผมร่วงผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุให้แน่ชัดก่อน เพราะบางครั้ง หากเจอสาเหตุและทำการรักษาตรงจุด จะทำให้แก้ปัญหาผมบางได้เร็ว หรือ หากสาเหตุเกิดจากภาวะผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน ยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไหร่ ยิ่งไม่เสียโอกาสในการทำให้ผมกลับมาแข็งแรงเท่านั้น
  • ในเพศชายที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง แพทย์อาจแนะนำให้ทานยาฟิแนสเตอไรด์ (finasteride) ซึ่งเป็นยาที่ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5α-reductase ทำให้ระดับฮอร์โมนดีเอชที (DHT) ที่หนังศีรษะลดลง ลดการหลุดร่วงและช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นผมใหม่ โดยควรทานติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน หากหยุดใช้ยา ผมมักจะกลับมาร่วงอีกภายใน 4-12 เดือน สำหรับผลข้างเคียงที่พบได้แต่ไม่บ่อย คือ  ความต้องการทางเพศลดลงและอวัยวะเพศไม่แข็งตัว (ประมาณ 1.2-1.8%) และข้อควรทราบอีกข้อหนึ่ง คือ หากมีความจำเป็นต้องไปบริจาคเลือด ควรงดยาอย่างน้อย 1 เดือน เพราะยายังคงสามารถอยู่ในร่างกาย มีผลทำให้ทารกในครรภ์พิการได้หากผู้ที่รับเลือดเป็นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์
  • ยาทาหนังศีรษะไมนอกซิดิล (minoxidil) ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม โดยมากจะเริ่มเห็นผลการรักษาหลังจากใช้ต่อเนื่อง 6 เดือน หากหยุดใช้ยา อาการผมร่วงจะค่อยๆ กลับมาภายใน 4-6 เดือน ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น ระคายเคืองผิวหนัง หรือมีขนขึ้นตามใบหน้า 
  • ถ้าหากตรวจพบว่าขาดวิตามินดี หรือ ขาดธาตุเหล็ก แนะนำให้ทานยารักษาภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากวิตามินทั้งสองชนิดนี้ ถ้ารับประทานในปริมาณที่มากเกินไป อาจสะสมในร่างกายและเกิดภาวะเป็นพิษต่อร่างกายได้
  • ส่วนอาหารเสริมและสารสกัดธรรมชาติอื่นๆ ที่ช่วยเร่งการเจริญของเส้นผม มีรายงานทางการแพทย์บ้าง แต่ผลการรักษายังไม่แน่ชัด (controversy) เช่น ไบโอติน สังกะสี โสม อัญชัน สนหางม้า ใบแปะก๊วย  เป็นต้น
  • เทคโนโลยีแสง Low-Level Laser Therapy (LLLT) เช่น แสง LED และเลเซอร์ เพื่อฟื้นฟูหนังศีรษะและกระตุ้นการเจริญของเส้นผม
  • การปลูกผม โดยวิธีผ่าตัดเจาะรากผมบริเวณท้ายทอย ซึ่งเป็นบริเวณไม่ค่อยโดนผลกระทบจากฮอร์โมน แล้วย้ายรากผมมาปลูกลงในบริเวณที่ต้องการ 
  • การดูแลสุขภาพผม ใช้แชมพูที่อ่อนโยนต่อเส้นผมและหนังศีรษะ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมทำร้ายเส้นผม เช่น ดัด ยืด ใช้ความร้อนสูงกับเส้นผม เป็นต้น
ความคิดเห็นที่ 5
เปลี่ยนยาสระผม กินอาหารเสริมด้วยค่ะ เราใช้ยาสระผมจากร้านตำรับยาค่ะ มีหลายยี่ห้อเลยลองไปดู ส่วนวิตามินเรากิน regenez ช่วยเรื่องผมร่วงโดยตรง  ใช้เวลานานหน่อย แต่มันจะดีขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
ผมเราบางมาก วันๆนึงกวาดห้องเห็นผมตัวเองร่วงเป็นกำๆ สะเทือนใจมาก จนต้องซื้อวิกผมเอาไว้ใส่เวลาจะต้องออกงาน เพราะรับสภาพตัวเองไม่ได้จริงๆ ล่าสุดเพื่อนซื้อพวกผลิตภัณฑ์พวกเซรั่มบำรุงให้ผมแข็งแรงของแบรนด์ ATS จากเกาหลี ใช้ตัว LIVESH Tonic กับ LIVESH Lifting serum มาให้ คิดดูว่าร่วงขนาดไหนเพื่อนถึงขนาดต้องซื้อมาให้ แต่จะว่าไป พอลองใช้แล้วดีขึ้นอยู่นะ รู้สึกว่าผมงอกใหม่เต็มหัวเลย ผมก็ร่วงน้อยลง กะว่าหมดเซทนี้ จะซื้อมาใช้เองละ ชอบมากความรู้สึกเวลาเห็นผมตัวเองขึ้นเต็มหัว
ความคิดเห็นที่ 7
ถ้าบางโดยกรรมพันธ์ุแบบนี้บอกเลยว่ารักษายาก วิธีโดยทั่วไปอย่างพวกแชมพูปลูกผมอาจจะเอาไม่อยู่หรือไม่ค่อยเห็นผล เพราะแฟนเราก็ผมบางแบบนี้เลย ทรงหัวล้านตอนแก่มาแน่ๆ เราเคยซื้อแชมพูกับเซรั่มกระตุ้นรากผมให้แล้ว ใช้หลายเดือนอยู่เหมือนกันแต่ไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่ เค้าเครียดมาก ไม่มีความมั่นใจขึ้นทุกวัน เราเลยต้องพาไปหาคลินิคปลูกผมโดยเฉพาะ ก็เทียบมาหลายที่ แต่สุดท้ายมาจบที่ Bangkok hair clinic ด้วยมาตรฐานของฝีมือหมอและการรับประกันเรื่องถ้าปลูกไม่ขึ้นจะปลูกให้ใหม่ฟรี ก็เลยมาลองดู ของเคสแฟนเราหมอแนะนำให้ปลูกผมบริเวณที่เถิกและบริเวณที่มีแนวโน้มว่าจะล้าน ทำร่วมกับการฉีด PRP คือใช้เกล็ดเลือดตัวเองประมาณ15-20ซีซีมาฉีด โดยให้ Growth Factor ที่เป็นโปรตีนสำหรับเส้นผมมาเสริมสร้างและกระตุ้นให้เซลล์รากผมแข็งแรงและดูหนาขึ้น นี่ทำมาได้3-4เดือน เห็นผลการเปลี่ยนแปลงมาก ยิ่งช่วงกลางกระหม่อมที่บางๆ ก็ดูออกเลยว่าหนาขึ้น เส้นผมแข็งแรงขึ้นด้วย จริงๆการรักษาผมบางกรรมพันธุ์มีหลายวิธี เราว่าต้องลงไปปรึกษาหมอดู ถ้าเคสไม่หนักมาก ทำ FUE / DHI หรือฉายเลเซอร์เอาก็ได้นะ ใดๆคือถ้าจะทำก็เลือกคลินิคดีๆ เพราะได้ยินมาว่า ทำแล้วไม่ขึ้น เจ็บหัวฟรี อักเสบหนักก็มี
ความคิดเห็นที่ 8
ต้องใจเย็นๆ ค่อยหาสาเหตุให้เจอค่ะ ของเราเรียนหนัก+เครียด ส่งผลต่อฮอร์โมน
ผลเคียงเลยไปลงกะผมด้วย <-- เป็นปีกว่า กว่าจะหาสาเหตุเจอ
พอเป็นเรื่องฮอร์โมน หมอก็ให้กินยาปรับอยู่ระยะนึง
หลังจากนั้น ก็รักษาสุขภาพเอง หมั่นออกกำลังกาย
อีกอย่าง เรากินน้ำมะพร้าวช่วยด้วย แล้วก็ยาบำรุงเลือด (หมอเค้าให้เจาะตรวจเลือด แล้วค่าของเราต่ำกว่าเกณฑ์)
ส่วนยาสระผมมีคนในห้องแป้งแนะนำว่า ให้ดูส่วนประกอบที่ไม่มีซิลิโคนค่ะ
ปัจจุบัน ถามว่าร่วงมั๊ยก็ร่วงอยู่ แต่แฮปปี้ขึ้นเพราะที่ร่วงหายไปครึ่งนึงจากของเดิม

ปล. อย่างไรก็แนะนำให้ลองปรึกษาคุณหมอค่ะ
แนะนำว่า เวลาหาหมอผิวหนัง ไม่จำเป็นต้องเป็นคลินิกดัง
เพราะไปหลายที่เหมือนกัน เคยเจอคุณหมอที่ฟันธงว่า เราผมร่วงเพราะ
กรรมพันธุ์ ซึ่งเราก็แย้งอยู่ว่า ทั้งพ่อปู่ตาเราไม่มีใครหัวล้านเลยนะ
หมอก็ไม่ฟัง เราเลยไม่ไปที่นั่นอีก เพราะถ้าเป็นเรื่องความรู้แพทย์เราไม่เถียง
แต่ในส่วนข้อเท็จจริงของคนไข้ยังไงก็ต้องสอบถามเจ้าตัวน่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
เราเป็นคนนึงที่เป็นคนผมบาง ผมเส้นเล็กมากค่ะ ผมดูน้อยมากๆ และผมก็ร่วงเยอะมากๆด้วยค่ะเวลาสระผมทีนึงคือตันท่อเลย กวาดห้องแล้วกวาดอีกก็คือยังมีผมอยู่ค่ะ - - แล้วก็ได้ลองมาใช้แชมพูสมุนไพรชื่อฮาวิล่าห์ ตอนนี้ใช้มาเดือนนิดๆแล้วค่ะผมร่วงน้อยลงมากๆคือดูออกเลยจากตอนก่อนใช้ ดีใจมากก เขาเคลมว่าถ้าใช้อย่างต่อเนื่องรากผมจะเเข็งแรงไม่กลับมาร่วงเยอะอีกค่ะ และจะมีเส้นผมใหม่เกิดขึ้นด้วยค่ะ แต่เราพึ่งใช้ได้ไม่นานมั้งค่ะต้องรอดูผลต่อไป ตอนนี้แค่ร่วงน้อยลงก็ดีใจมากแล้วค่ะ55555  ตอนแรกเราใช้แค่เเชมพูนะคะ เราอาจจะถูกกับยี่ห้อนี้ จขกท.ลองศึกษาดูน้าาา สู้ๆค่ะ

ปล.เขาว่าให้สระผมตอนเช้านะคะ ไม่ให้สระก่อนนอนค่ะเพราะถ้าผมยังไม่แห้งสนิทแล้วนอนอาจจะทำให้ผมร่วงได้ค่ะ อ่อแล้วก็อย่าสระผมน้ำร้อนด้วยนะคะ ให้สระน้ำเย็นหรือกึ่งเย็นกึ่งอุ่น ลองปรับวิธีสระผมดูนะคะอาจจะช่วยได้มากเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ ไว้ว่างๆจะมาอัพเดตให้ฟังใหม่^^
ความคิดเห็นที่ 10

ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญงอกงามของผม คือ รากผมและหนังศีรษะ การแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง จึงต้องเริ่มจากการดูแลตัวเอง ดูแลรากผมและหนังศีรษะให้มีสุขภาพดี ซึ่งเราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง และวิธีทางการแพทย์ที่เป็นที่นิยมในหลายๆ ประเทศ

วิธีง่ายๆ ที่ทำให้ผมหยุดร่วงมีอะไรบ้าง?

  1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ปลา ถั่วเหลือง เต้าหู้ เพราะโปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อเส้นผมมาก เราควรได้รับโปรตีนประมาณ 46 กรัม หรือประมาณ 20-30% ต่อสารอาหารที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน ดื่มน้ำให้เพียงพอ งดอาหารที่ใส่ผงชูรส งดดื่มเหล้า งดสูบบุหรี่ และไม่ควรลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร แต่ควรเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมแทน


  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ทั่วร่างกาย นวดศีรษะด้วยมือเป็นประจำ เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะ หลีกเลี่ยงความเครียด และทำจิตใจให้ผ่อนคลาย เพื่อเป็นการช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุลเป็นปกติ สมดุลฮอร์โมนมีความสำคัญต่อการเจริญงอกงามของผมมากๆ


  1. สระผมอย่างถูกวิธี และไม่ควรสระผมเกินวันละ 1 ครั้ง ไม่ควรขยี้ผมหรือเกาหนังศีรษะแรงๆ เพราะจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อของหนังศีรษะ ควรใช้วิธีนวดหนังศีรษะ โดยใช้ปลายนิ้วนวดเป็นวงกลมเบาๆ ในขณะสระผม ซึ่งนอกจากจะช่วยถนอมเส้นผมและหนังศีรษะแล้วยังช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นอีกด้วย


  1. Laser Meso Hair เป็นการรักษาที่มุ่งฟื้นฟูรากผม หยุดผมร่วงที่ต้นเหตุ โดยผสมผสานเทคโนโลยี Laser Hair Growth กับ Meso Therapy ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่แพร่หลายในยุโรปและอเมริกา ได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ใน 10 เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ดีที่สุด ในการรักษาจะใช้เทคโนโลยีที่สามารถส่งตัวยาบำรุงตรงสู่รากผมโดยตรง ช่วยเติมสารอาหารผม เพื่อฟื้นฟูรากผม กระตุ้นให้เกิดผมใหม่ตามธรรมชาติ และใช้เลเซอร์อ่อนๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ช่วยให้เกิดการไหลเวียนเลือด และน้ำเหลืองบริเวณหนังศีรษะได้ดีขึ้น กระตุ้นการทำงานของรากผม ทำให้รากผมสามารถดูดซึมสารอาหารต่างๆ ได้ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ลดการฝ่อตัวของเซลล์รากผม ที่ทำให้กระเปาะเส้นผมเล็กลง ทำให้ผมมีเส้นใหญ่ขึ้น แลดูหนาขึ้น หยุดปัญหาผมร่วง ต้นเหตุของผมบาง ศีรษะล้าน


  1. Hair Stem เป็นการกระตุ้นเซลล์ตั้งต้นที่ใต้ต่อมผมให้กลับมาทำงานสร้างเส้นผมใหม่อีกครั้ง โดยการนำเลือดจำนวนเล็กน้อยจากผู้รับการรักษามาผ่านขบวนการทาง Bio- Technology ขั้นสูง เพื่อกระตุ้นให้เกิด Growth factor จำนวนมาก แล้วจึงฉีดกลับเข้าไปในบริเวณรากผม เพื่อให้เกิดการซ่อมสร้างเซลล์รากผม กระตุ้นให้เซลล์ตั้งต้นที่ใต้ต่อมผม (precursor) ผลิต stem cell ที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เกิดการสร้างเส้นผมใหม่แม้ว่าจะได้รับคำสั่งหยุดสร้างผมจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนก็ตาม ทำให้มีผมขึ้นใหม่มากขึ้น ผมดูหนาขึ้นและมีสุขภาพดี มีเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมที่ใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ดีผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษาอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย


  1. การปลูกผมแทรกในส่วนที่บาง ทำให้ผมดูดกและหนาขึ้น สำหรับความต้องการให้มีผมขึ้นตามธรรมชาติในส่วนที่ขาดหายไปอย่างรวดเร็ว ก็คงต้องเลือกวิธีปลูกผม ซึ่งในปัจจุบันก็มีวิธีที่สะดวก ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีแผลผ่าตัด ชื่อว่า Robot Hair Transplant เป็นนวัตกรรมการปลูกผมจากฝรั่งเศส โดยการย้ายเซลล์ (Hair Transplantation) ทีละกอโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการใช้แขนกลที่มีความละเอียด แม่นยำสูง ย้ายกลุ่มเซลล์รอบๆ กอรากผมในบริเวณท้ายทอยทีละกอ จากนั้นนำไปปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมบางหรือหัวล้าน โดยไม่ทำให้เซลล์รากผมบอบช้ำ สามารถสร้างแนวผมใหม่ได้ตามต้องการ ผมที่ปลูกใหม่จึงมีคุณภาพสมบูรณ์แข็งแรง ได้ผมถาวรแบบเดียวกับผมที่เกิดเองตามธรรมชาติ

ข้อดีของการรักษาด้วยวิธีนี้คือ ไม่มีแผลเป็นแนวยาว ไม่ต้องพักฟื้น สามารถปลูกตามจำนวนที่ต้องการและตามงบประมาณ ทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องพักฟื้น หลังการปลูกผม 24-48 ชั่วโมง สามารถสระผมได้ตามปกติ ผมใหม่จะเติบโตเหมือนเส้นผมปกติ และเป็นธรรมชาติ หมดปัญหาศีรษะล้าน ผมบาง ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :
#รักษาผมบาง ผู้หญิง    #วิธีแก้ผมบาง ผู้ชาย    #รักษาผมบาง ผู้หญิง pantip    #รักษาผมบาง pantip    #วิธีทําให้ผมงอกใหม่ ธรรมชาติ    #ผมบาง ทําไงดี    #ผมบางเห็นหนังหัว    #ผมร่วง ผมบาง ใช้อะไรดี    #แชมพูเพิ่มผมหนา pantip    #ผมบางใช้อะไรดี pantip    #ผมร่วงเยอะมาก ต้องกิน อะไร    #ยาสระผมปลูกผม    #แชมพูเพิ่มผมหนา เซเว่น    #แชมพูลดผมร่วง ผมมัน pantip    #แชมพูลดผมร่วง pantip 2022    #ผมร่วง ใช้อะไร หาย pantip    #ผู้หญิง ผมบาง pantip    #ผมบางกรรมพันธุ์ ผู้หญิง    #ผมร่วงหนักมาก ผู้หญิง    #ผมบาง กลับมาหนา    #ผมบางกรรมพันธุ์ ผู้ชาย pantip    #ผมบางกลางหัว ผู้ชาย pantip    #วิธีแก้ผมร่วง ผู้ชาย    #ผมบางกลางหัว ผู้หญิง    #ผมบางมาก ผู้หญิง    #ผมบางกลางหัว ผู้หญิง pantip    #ผมบางเห็นหนังหัว pantip    #รักษาผมบาง ศิริราช    #คลินิกรักษาผมร่วง Pantip 2564    #ผมร่วงหนักมาก ผู้หญิง pantip    #ผมเส้นเล็กบาง Pantip    #ผมบางมาก ผู้ชาย    #รีวิว รักษาผมร่วง Pantip    #รักษาผมบาง ผู้หญิง ที่ไหนดี    #ยาแก้ผมร่วง สําหรับผู้หญิง pantip    #วิธีทําให้ผมหนาขึ้น หญิง    #วิธีทําให้ผมดกหนา ธรรมชาติ    #แชมพูเพิ่มผมหนา รีวิว    #เคล็ดลับผมหนา pantip    #อยากผมหนาต้องกินอะไร    #สูตรหมักผมหนา    #ผมบางมาก อยากผมหนา    #ผมบางมาก pantip    #ผมบางมาก ใช้อะไรดี   
หัวข้ออื่น ( ดูทั้งหมด )


สมัครแทงหวย กดตรงนี้