รวมวิธีแก้ปัญหา ไลน์หน่วงมาก ios android iphone 2022

by NayNoy.Com Posted on 2022-03-09


ความคิดเห็นที่ 1

วิธีลบไฟล์ขยะแอป LINE บนมือถือ Android เพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างสำหรับการติดตั้งแอป หรือเซฟไฟล์บนมือถือได้มากขึ้น และทำให้การทำงานของแอปบนมือถือ Android ได้เร็วขึ้นด้วย ก่อนหน้านี้จะเป็นลบไฟล์ขยะบน iPhone แต่สำหรับมือถือ Android การที่จะลบไฟล์ขยะของ LINE นั้นขั้นตอนจะต่างกันมากทีเดียวมาดูกันว่าขั้นตอนการลบไฟล์ขยะแอป LINE ทำอย่างไร

วิธีลบไฟล์ขยะแอป LINE บนมือถือ Android

วิธีลบไฟล์ขยะแอป LINE บนมือถือ Android
iT24Hrs

เริ่มจากเข้าไปที่ การตั้งค่า

วิธีลบไฟล์ขยะแอป LINE บนมือถือ Android
iT24Hrs

เลือก การจัดการแอป (จัดการแอปพลิเคชั่น) >> เลือก LINE >> เลือก การใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล

วิธีลบไฟล์ขยะแอป LINE บนมือถือ Android
iT24Hrs

สังเกตที่ แคช แคชคือไฟล์ขยะที่อยู่ภายในแอป LINE ซึ่งเป็นไฟล์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับบทสนทนา รูป วีดีโอ และข้อมูลสำคัญของคุณเลย มีแต่ไฟล์บันทึกอื่นที่เป็นเฉพาะของระบบเท่านั้น หากคุณไม่เคยล้างแคช มาก่อนจะเห็นว่าขนาดไฟล์มีขนาดใหญ่พอสมควร ก็แตะที่ล้างแคช เพื่อกำจัดไฟล์ขยะบนแอป LINE แค่นี้ก็ได้พื้นที่ว่างบนมือถือ Android กลับคืนมาแล้ว

ความคิดเห็นที่ 2

เลือกเก็บเฉพาะแอปฯ ที่ใช้ ที่เหลือทิ้งให้หมด

คำแนะนำในการใช้งานแอนดรอยด์จากทุกแหล่ง จะพูดตรงกันหมดว่า ให้คุณเลือกเก็บไว้เฉพาะแอปพลิเคชันที่ใช้เป็นประจำทุกวันเท่านั้น ซึ่งก็ตรงตามนั้นชัดเจน คุณคงไม่เก็บของทุกชิ้นไว้ในบ้านเพียงเพราะมีที่ว่างก็วางๆ ไป มือถือก็เหมือนกัน

คุณอาจไม่รู้ว่าแอปพลิเคชั่นบางตัวที่คุณไม่ค่อยได้ใช้นั้น ทำงานอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเชื่อมอินเตอร์เน็ต หรือใช้พื้นที่ในเครื่อง ซึ่งหน่วงการทำงานของมือถือโดยไม่มีประโยชน์อะไรเลย

ความคิดเห็นที่ 3

ลบ App Cache ช่วยให้เครื่องเร็วขึ้นได้

2_1

อาจจะมีแอปพลิเคชันบางตัวที่คุณไม่ได้ใช้สม่ำเสมอ แต่มีข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต้องเก็บไว้ (เช่น แอปฯจองตั๋วเครื่องบิน หรือโรงแรม) ซึ่งวิธีช่วยจัดการสำหรับแอปฯเหล่านี้ก็คือ ลบ App Cache (App Cache ไฟล์ข้อมูลชั่วคราวที่แอปฯ สร้างขึ้นเพื่อให้เรียกใช้ข้อมูลในครั้งต่อไปได้รวดเร็ว แต่หากคุณไม่ค่อยได้ใช้ ไฟล์เหล่านี้ก็กินเนื้อที่ในเครื่องไปเปล่าๆ ) ซึ่งคุณสามารถจัดการได้ง่ายๆ ใน Settings ของเครื่อง ในหลายกรณีการลบจะช่วยให้แอปฯทำงานได้ลื่นขึ้น โดยเฉพาะแอปฯที่ต้องใช้ฐานข้อมูลมากๆ อย่าง Facebook หรือ Instagram ส่วนข้อมูลที่ถูกลบไป แอปฯก็สามารถอัปเดตใหม่ได้ในการใช้ครั้งหน้า (หมายเหตุ ในการลบ App Cache แอปฯ อาจถูกล้างการตั้งค่าบางอย่างที่เคยตั้งไว้ได้)

ความคิดเห็นที่ 4

เคลียร์หน่วยความจำเรื่อยๆ ระหว่างวัน

แอนดรอยด์มีระบบจัดการข้อมูลที่ฉลาด โดยสามารถปิดโปรแกรมที่ไม่ใช้งานแล้วได้ด้วยตัวเอง แต่อย่างที่รู้กันมากตลอดก็คือ ระบบจะยิ่งทำงานได้ดีถ้าคุณมี RAM เครื่องเยอะ อันที่จริงมือถือระบบใหม่ๆ มักมีระบบลบไฟล์ขยะ กู้พื้นที่ในเครื่องให้กลับมาในตัวอยู่แล้ว แต่หากเครื่องของคุณไม่มี ก็สามารถโหลดแอปฯพวกลบไฟล์ขยะ เพิ่มประสิทธิภาพ RAM มาติดตั้งเพิ่มได้ แต่ตรวจสอบให้ดีอย่าเลือกแอปฯที่บอกว่า ช่วยให้มือถือเร็วขึ้นด้วยกำจัดไฟล์ขยะต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ เพราะแอปฯจะทำงานตลอดเวลา แทนที่จะทำให้เครื่องเร็วกลับหน่วงให้เครื่องช้าลงไปอีก การเคลียร์ RAM ที่ดีจะช่วยให้มือถือทำงานได้เร็วขึ้นทันตาเห็นเลยทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 5

เลือกใช้แอปพลิเคชั่นแบบเวอร์ชั่น Lite (ถ้ามี)

แอปพลิเคชันดังๆ อย่าง Facebook, Twitter, Messenger มีเวอร์ชั่นแบบ Lite ที่เบากว่าด้วย โดยออกแบบมาสำหรับมือถือที่สเปกไม่สูงมาก หรือคนที่อยากแค่ใช้งานแอปฯนี้แบบเรียบง่ายไม่หวือหวา เวอร์ชั่น Lite นี้ จะกินเนื้อที่และข้อมูล (Data) น้อยลง ผลก็คือทำให้เครื่องทำงานเร็วขึ้นด้วยนั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 6

อัปเดตมือถืออย่างสม่ำเสมอ

ยิ่งอัปเดตมือถือเป็นเวอร์ชั่นใหม่ๆ ก็ยิ่งมีการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้น ดังนั้นให้อัปเดตเรื่อยๆ เท่าที่มือถือของคุณเอื้ออำนวย แต่หากว่ามือถือหรืออุปกรณ์ของคุณถูกตัดหางจากผู้ผลิตจนอัปเดตไม่ได้ คุณสามารถไปจัดการเองได้ที่ Custom ROMs ซึ่งอยู่ในหมวดปฏิบัติการของแอนดรอยด์ แต่วิธีนี้อาจจะต้องเป็นผู้ใช้มีประสบการณ์มากซักหน่อย

ความคิดเห็นที่ 7

แต่อย่าอัปเดตมากเกินไป

ข้อนี้ดูขัดแย้งกับข้อก่อนหน้านิดหน่อย รวมถึงใครๆ ก็มักจะแนะนำให้อัปเดต แต่สิ่งหนึ่งที่ควรสังเกตหากคิดจะอัปเดตก็คือ มือถือของคุณมีพื้นที่เหลือน้อย หรือใช้งานมาหลายปีแล้วหรือเปล่า เพราะเวอร์ชั่นใหม่มักจะกินทรัพยากรในเครื่องมากกว่าเดิมเสมอ ถ้าเครื่องของคุณไม่มีเนื้อที่เหลือ การอัปเดตก็จะยิ่งถ่วงให้มือถือช้าลงจนแทบใช้งานแบบปกติที่เคยใช้ไม่ได้ กดดันให้รู้สึกว่าต้องไปซื้อมือถือเครื่องใหม่ซะอีก

ความคิดเห็นที่ 8

คิดก่อนติดตั้งแอปพลิเคชัน

เป็นเวลาประมาณสิบปีแล้วที่แอนดรอยด์ออกสู่ตลาด และแอปฯที่ผลิตขึ้นสำหรับระบบปฏิบัติการนี้ก็เพิ่มขึ้นมากมายเป็นล้านๆ ตัว ในทุกหมวดหมู่ แต่อย่าลืมว่าแอปฯเป็นล้านๆ เหล่านี้ ไม่ได้ถูกผลิตโดยผู้พัฒนาที่มีความสามารถเสมอไป ยิ่งกว่านั้นบางแอปฯ ถึงขนาดเป็นของปลอม หรือโจรกรรมล้วงข้อมูลจากมือถือเราไปส่งให้ผู้ผลิต ถึงแม้ว่าตอนนี้กูเกิลจะมีอุปกรณ์ Play Protect เพื่อป้องกันแอปฯที่เป็นอันตรายแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องดีหากคุณจะตรวจสอบแอปฯนั้นให้ดีก่อนติดตั้งบนเครื่อง

ความคิดเห็นที่ 9

คอยล้าง (Format) SD card เพื่อให้มือถือทำงานเร็วขึ้น

8

ถ้าคุณเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับมือถือ ส่วนหนึ่งของสาเหตุอาจมาจาก SD card เสียก็ได้ การฟอร์แมต SD card จึงไม่ใช่แค่การลบข้อมูลที่ไม่จำเป็น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องได้ด้วย

ความคิดเห็นที่ 10

ตั้งค่าให้แอปพลิเคชันอัปเดตในระบบ WiFi เท่านั้น

มีแอปฯหลายตัวที่จะใช้เนื้อที่และระบบของเครื่องอัปเดตตัวเองตลอด การปิดระบบนี้ไปจะช่วยให้เครื่องทำงานได้เร็วกว่า ซึ่งหากคุณตั้งค่าอัปเดตด้วย WiFi เท่านั้น เครื่องจะเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตได้ยาก ทำให้แอปฯไม่สามารถอัปเดตตลอดเวลาได้ อีกทางเลือกหนึ่ง9

หากคุณไม่อยากให้ Google เข้าถึงเครื่องของคุณได้ตลอดเวลา ก็สามารถเลือกปิดระบบเชื่อมต่ออัตโนมัติของเครื่องและปิดระบบอัปเดตอัตโนมัติได้เช่นเดียวกัน โดยไปที่ Settings > Auto-update apps > จากนั้นเลือกที่ Auto-update apps over WiFi only

ความคิดเห็นที่ 11

ใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือ

มือถือแอนดรอยด์รุ่นใหม่ๆ มีระบบนี้กันเกือบหมดแล้ว ระบบสแกนลายนิ้วมือจะลดเวลาในการเปิดใช้เครื่องได้มากกว่าการใช้ระบบกดพินหรือแพทเทิร์น เพราะใช้เวลาเฉลี่ยแค่ 0.5 วินาที ขณะที่การกดพินหรือแพทเทิร์นใช้เวลา 5-8 วินาที

ความคิดเห็นที่ 12

บางครั้งการรีสตาร์ทเครื่องก็จำเป็น

11

เรื่องนี้เปรียบได้กับคอมพิวเตอร์ เมื่อทำงานไปหนักๆ ก็ต้องพักบ้าง นอกจากนี้แล้วการรีสตาร์ทยังเป็นการรีบูตระบบ ลบไฟล์ชั่วคราว ซึ่งจะทำให้เครื่องเร็วขึ้นและเพิ่มเนื้อที่ให้กับมือถือด้วย

ความคิดเห็นที่ 13

เก็บข้อมูลไว้ในระบบคลาวด์

มือถือคุณจะได้มีเนื้อที่ว่าง คนยุคใหม่ไม่เก็บข้อมูลเยอะๆ ไว้ในเครื่องแล้ว แต่จะเก็บไว้ในระบบคลาวด์ที่เรียกมาใช้ได้ตลอดเวลา และเก็บพื้นที่ในเครื่องไว้ให้มือถือทำงานได้เร็วๆ ดีกว่า (อย่าลืมว่า สิ่งที่ช่วยให้มือถือทำงานได้อย่างลื่นไหลก็คือที่พื้นที่ว่างในเครื่องเยอะๆ นั่นเอง)

ความคิดเห็นที่ 14

ปล่อยหน้า Home Screen ให้โล่งๆ อย่าเยอะไป

บรรดาวิดเจ็ตเยอะๆ หรือ Live Wallpaper บนหน้าจออาจจะดูดี แต่สิ่งเหล่านี้ทำให้ฮาร์ดแวร์หนักมาก ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของเครื่องด้วย คุณจะสังเกตได้จากบางทีเครื่องจะค้างไปชั่วขณะหนึ่งเลยหลังจากคุณเล่นเกมหรือใช้แอปฯ ที่กินเนื้อที่มากๆ การเคลียร์หน้า Home Screen ให้โล่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นการช่วยให้เครื่องทำงานเร็วขึ้น เพราะไม่ต้องโหลดหน้าจอที่มีข้อมูลเยอะๆ ตลอดเวลา

ความคิดเห็นที่ 15

ติดตั้งแอปพลิเคชันลงบนหน่วยความจำในตัวเครื่อง

คนที่ซื้อมือถือแบบพื้นที่ความจำน้อยๆ อาจจะตกใจกับคำพูดนี้ แต่ปัจจุบัน มือถือส่วนใหญ่มีความจำในตัวเครื่อง (Internal Memory) ประมาณ 16 GB เป็นมาตรฐานกันอยู่แล้ว

สาเหตุที่ต้องบอกว่าให้ติดตั้งแอปฯบนความจำในตัวเครื่องก็เพราะ มันเร็วกว่าและเสถียรกว่าการติดตั้งใน SD card มาก นี่คือเหตุผลว่า ทำไมมือถือแพงๆ อย่าง iPhone หรือ Pixel ถึงไม่ใช้ระบบ SD card เลย ถึงแม้ว่าปัจจุบันบริษัทผลิต SD card อย่าง SanDisk จะมุ่งผลิต SD card ที่ทำงานร่วมกับความจำในตัวเครื่องได้ดี เพื่อให้แอนดรอยด์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ตาม แต่ส่วนใหญ่แล้วความจำในตัวเครื่องเองก็ยังทำงานได้ดีกว่าอยู่ดี

ความคิดเห็นที่ 16

ลองเปลี่ยน Launchers ใหม่ๆ ดูบ้าง

Launchers ก็คือธีม หรือหน้าตาของหน้าจอมือถือ มีหลายแบบ แต่ละแบบมีสีสันและรูปแบบต่างกันไป การลองเปลี่ยน Launchers เป็นแบบอื่นๆ ที่ผลิตสำหรับแอนดรอยด์จะช่วยเปลี่ยนหน้าตามือถือของคุณไปเลย อันที่จริง Launchers ไม่ได้ช่วยให้มือถือทำงานได้ดีขึ้นโดยตรง แต่ Launchers บางแบบจะกินเนื้อที่ความจำและ CPU น้อย จึงทำให้เครื่องเร็วขึ้นโดยปริยาย นอกจากนี้การจัดเรียง Shortcut  และการจัดระเบียบหน้าจอใหม่ยังทำให้คุณใช้เวลาเพื่อหาแอปฯต่างๆ ลดลงด้วย

ความคิดเห็นที่ 17

จะทำอย่างไรถ้ามือถือค้าง?

เรื่องนี้แยกแยะสาเหตุจริงๆ ได้ยาก แต่หลายครั้งก็มีสาเหตุมาจาก แอปฯ แย่ๆ บางตัวที่ทำให้เครื่องทำงานหนักจนอุณหภูมิสูงเกินไป ซึ่งถ้าเป็นเพราะเหตุนี้ การกดปุ่มหรือหน้าจอซ้ำๆ มีแต่จะยิ่งทำให้อาการแย่ลง วิธีแก้คือให้ทำใจร่มๆ กดปุ่ม Home เพื่อออกจากแอปฯนั้นก่อน จากนั้นพอเครื่องปกติค่อยไปลบแอปฯนั้นจากหน้าแอปฯที่ใช้งานล่าสุด ถ้ากด Home แล้วยังไม่ดีขึ้น ให้กดค้างที่ปุ่ม Power เพื่อรีสตาร์ทหรือปิดเครื่อง ถ้ารีสตาร์ทยังไม่ได้อาจจะต้องใช้วิธีถอดแบตเตอรี่ออกเลย แต่ส่วนคนที่ใช้มือถือรุ่นที่ถอดแบตฯ ออกไม่ได้ ยินดีด้วย คุณอาจจะต้องรอจนกว่าแบตจะหมดไปเอง

ความคิดเห็นที่ 18

ทำให้เครื่องเร็วขึ้นด้วยการใช้ Developer Options

18

เป็นอีกหนึ่งวิธียอดนิยมเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับเครื่อง แต่โดยส่วนตัวผู้เขียนไม่แนะนำนักถ้าอุปกรณ์ไม่พร้อม วิธี Developer Options ก็คือ เข้าไปใน Setting เลือกที่ About จากนั้นกดที่ Build Number 5 ครั้ง (บางระบบก็ 7 ครั้ง) แล้วคุณจะเห็นตัวเลือก Developer Options หรือภาษาไทยเรียกว่า ตัวเลือกนักพัฒนา ปรากฏขึ้นมา จากตัวเลือกนี้คุณสามารถเข้าไปปรับแต่งมือถือได้หลายอย่าง เช่น ปิดภาพเคลื่อนไหว กำหนดขนาดภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอ เป็นต้น การปรับแต่งพวกนี้จะช่วยลดเวลาที่ต้องเสียไปกับการแสดงภาพต่างๆ บนหน้าจอ ซึ่งผลที่ได้ก็คือทำให้เครื่องทำงานเร็วขึ้นด้วย

ความคิดเห็นที่ 19

ตั้งค่า (Reset) มือถือของคุณ

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด กับการตั้งค่า (Reset) สุดยอดแห่งวิธีในการทำให้มือถือรวดเร็วเหมือนใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถือของคุณหน่วงมากจนทำไม่ได้แม้แต่หน้าที่ง่ายๆ ทั่วไป การรีเซ็ตมีอยู่สองวิธี หนึ่งคือ เข้าที่ Settings แล้วกดเลือก Factory Reset อันนี้เป็นการตั้งค่าใหม่แบบเบาๆ คือรีเซ็ตเป็นเหมือนเริ่มต้น รวมถึงล้างพวกรูปภาพ วิดีโอ แอปฯ และแคชต่างๆ ด้วย ส่วนวิธีที่สอง คือ Recovery Mode ซึ่งเข้าถึงได้โดยกดปุ่ม Power และปุ่มลดเสียงค้างไว้ 5-10 วินาที (เครื่องแอนดรอยด์บางยี่ห้อต้องกดปุ่ม Home ค้างไว้พร้อมกันด้วย) หากคุณอยากลองทำ แนะนำให้เลือกวิธีแรกก่อน และอย่าลืมแบ็คอัพสำรองข้อมูลไว้ก่อนทำเสมอ

ความคิดเห็นที่ 20
วิธีการปรับให้ LINE ทำงานได้เร็วขึ้นtoggle
ระบบจะเก็บสะสมข้อมูลแคชของแอปพลิเคชัน LINE และข้อมูลในห้องแชทตลอดเวลาขณะคุณใช้งาน LINE

หากระบบเก็บสะสมข้อมูลเอาไว้เป็นจำนวนมาก อาจเป็นสาเหตุให้แอปพลิเคชัน LINE ทำงานช้าหรือโหลดข้อมูลได้ช้าลง จึงขอแนะนำให้คุณลบข้อมูลที่สะสมและข้อมูลแคชอย่างสม่ำเสมอตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

ขั้นตอนการลบข้อมูลแคชของแอปพลิเคชัน LINE
1. เลือกที่ "การตั้งค่า" ของอุปกรณ์ > "แอปพลิเคชัน" > "LINE"
2. เลือก "ที่เก็บข้อมูล" > "ล้างแคช"
* ขั้นตอนอาจแตกต่างกันออกไปตามอุปกรณ์ที่ใช้งาน

ขั้นตอนการลบข้อมูลภายในห้องแชท
1. เลือกที่แท็บ "หน้าหลัก" > "ตั้งค่า" (ไอคอนรูปเกียร์) > "แชท"
2. เลือกที่ "ลบรูปและไฟล์ประเภทอื่นจากแชท" > "ลบ"
ความคิดเห็นที่ 21

วิธีการลบข้อมูลแคชที่สะสมอยู่ในแอปพลิเคชัน LINE เพื่อปรับให้การทำงานของ LINE เร็วขึ้น ข้อมูลแคชเป็นข้อมูลที่ระบบเก็บเอาไว้เพื่อใช้สำหรับโหลดหน้าจอการทำงานภายในแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งระบบจะเก็บสะสมข้อมูลทุกครั้งที่มีการใช้งานแอปพลิเคชัน หากปล่อยสะสมข้อมูลแคชเอาไว้โดยไม่ได้ลบข้อมูล จะทำให้ระบบสะสมข้อมูลเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจนส่งผลกระทบให้การทำงานของ LINE ช้าลง กรุณาลองลบข้อมูลแคชที่ถูกเก็บสะสมเอาไว้ตามวิดีโอแนะนำ

วิธีการปรับให้ LINE ทำงานได้เร็วขึ้น (iOS)

  1. เข้าไปที่แอปพลิเคชัน LINE คลิกที่ “การตั้งต่า” (รูปฟันเฟือง)

  1. คลิกที่ “แชท”

  1. คลิกที่ “ลบข้อมูล”

  1. คลิกที่ “ลบข้อมูลที่เลือก” จากนั้นกดยืนยันการลบก็เป็นอันเสร็จสิ้น

วิธีการปรับให้ LINE ทำงานได้เร็วขึ้น (Android)

  1. เข้าไปที่แอปพลิเคชัน LINE คลิกที่ “การตั้งต่า” (รูปฟันเฟือง)

  1. คลิกที่ “แชท”

  1. คลิกที่ ลบไฟล์ในห้องแชท

  1. จากนั้นกด “ลบ” เพื่อยืนยันการลบก็เป็นอันเสร็จสิ้น

ความคิดเห็นที่ 22

ในยุคที่โทรศัพท์มือถือคือปัจจัยที่ 5 และใครที่มีสมาร์ทโฟนก็คงจะขาดแอปพลิเคชั่นไลน์เป็นไม่ได้ เพราะเราใช้งานแอปนี้กันหนักหน่วงไม่ว่าจะเป็นโทร ส่งข้อความ ส่งงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย ทุกครั้งที่หยิบโทรศัพท์เราก็เข้าไลน์แทบตลอด และการที่เราใช้งานที่หนักหน่วงในทุก ๆ วันนี่แหละครับ ทำให้เกิดปัญหาไลน์อืดบ้าง ช้าบ้าง เปิดรูปไม่ได้ ดูคลิปไม่ได้ บางทีไลน์ก็เป็นหน่วง ๆ ทำให้เราปวดหัวกันไม่น้อยเวลาที่จะทำธุระในแอป

ด้วยปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น วันนี้ผู้เขียนจะมาแก้ปัญหาไลน์อืดไลน์ช้าให้กับทุก ๆ คนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ IOS ไปดูขั้นตอนต่าง ๆ กันเลยครับ

พอเปิดแอปไลน์มา เราเข้าตรงฟันเฟืองที่อยู่บนซ้าย แล้วก็เลื่อนลงมาเลือกตรงแชท เลื่อนลงมาตรงลบข้อมูล

ภาพจากแอป

แล้วเราก็จะมาเจอหน้านี้ เราก็กดที่ตรงสีแดงที่เขียนว่าลบข้อมูลที่เลือก จากตอนแรกเรามีข้อมูลแคชอยู่ถึง 446.3 MB พอลบเสร็จข้อมูลแคชเราก็จะเป็นศูนย์แล้ว

Advertisement

รูปจากแอปข้อมูลแคชคือข้อมูลที่เราเคยใช้และไม่ใช้แล้วสุดท้ายกลายมาเป็นไฟล์ตกค้าง เป็นข้อมูลขยะน่ะครับ และข้อมูลแคชนี่แหละที่ทำให้ไลน์อืดไลน์ช้าแบบหน่วง ๆ บางคนกังวลว่าลบข้อมูลแคชแล้วจะทำให้ข้อมูลในไลน์หายรึเปล่า ไม่ต้องกังวลนะครับเราลบข้อมูลแคชก็ไม่ทำให้ข้อมูลเราหายข้อมูลไปไหน ข้อความ รูปภาพต่าง ๆ ยังอยู่เหมือนเดิม ข้อมลูแคชเป็นเพียงไฟล์ขยะตกค้างเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 23

เราสามารถแบ่งได้ออกเป็น 4 วิธีการแก้ไข โดยให้ทำการทำเรียงไปทีละกรณีนะ

วิธีแก้ไขกรณีแรก : เกิดมาจากเราไม่ได้ทำการอัพเดท OS มือถือ

สำหรับ iOS : ให้ไปที่ Settings > General > Software updated และให้เพื่อนๆทำการอัพเดทให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด แนะนำให้ต่อ Wi-Fi ในการเชื่อมต่อ

สำหรับ Android : ให้ไปที่ Settings > About Device > Software Update > คลิก Update

วิธีแก้ไขกรณีสอง : เกิดมาจากเราไม่ได้ทำการอัพเดทโปรแกรมไลน์บนมือถือของเรา

สำหรับ iOS : ให้ไปที่ App Store จากนั้นหา APP LINE และทำการกดอัพเดท

สำหรับ Android  : ให้ไปที่ Play Store จากนั้นทำการอัพเดท APP LINE

วิธีแก้ไขกรณีสาม : เกิดจากที่แคชต่างๆทำให้มีผลต่อ APP LINE แนะนำให้ทำการเคลียร์ไฟล์ขยะ

สามารถทำได้ทั้งใน iOS และ Android : วิธีการลบแคชไฟล์ขยะของไลน์

วิธีแก้ไขกรณีสี่ : ทำการลบโปรแกรมไลน์และลงใหม่

ไม่ต้องกลัวว่าเพื่อนจะหาย ว่าข้อความจะหาย แนะนำให้ทำการลงทะเบียนด้วยอีเมล์ในไลน์ก่อน จากนั้นค่อยทำการลบไลน์และทำการลงใหม่ วิธีการลงทะเบียนไลน์ด้วยอีเมล์

ทีนี้เพื่อนๆก็จะได้ใช้ไลน์บนมือถือของเราไม่ช้ากันอีกต่อไปแล้ว ทำให้เพื่อนๆสามารถทำการเล่นไลน์ได้อย่างสบายใจ

ความคิดเห็นที่ 24

วิธีเคลียร์แคชใน Line คืนพื้นที่ว่างให้โทรศัพท์ Android

สำหรับในวันนี้จะมาแนะนำวิธีเคลียร์แคชใน Line เพื่อคืนพื้นที่ว่างให้โทรศัพท์ Android เพราะเชื่อว่าผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์ Android หลายๆคนคงมีปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่หน่วยความจำบนโทรศัพท์ไม่เพียงพอ ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่า ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการใช้งานแอป Line เพราะในแชท Line จะมีการส่งข้อความ รูปหรือวีดีโอและไฟล์งานต่างๆเป็นจำนวนมากนั้นเอง

ดังนั้นควรเคลียร์แคชใน Line เพื่อที่จะกำจัดไฟล์ต่างๆที่หมดอายุออก ซึ่งในการเคลียร์แคชจะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้กับโทรศัพท์มือถือ  Android ของเราได้เยอะพอสมควรเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามการเคลียร์แคชใน Line นั้น ทั้งแชทและบทสนทนาเก่าๆใน Line ของเราจะไม่หายหรือถูกลบออก และวิธีเคลียร์แคชใน Line คืนพื้นที่ว่างให้โทรศัพท์ Android ก็สามารถทำได้ตามนี้เลย

ขั้นตอนที่ 1 : เข้าไปที่การตั้งค่ามือถือของโทรศัพท์มือถือ Android > การจัดการแอป > รายการแอป





 
ขั้นตอนที่ 2 : เลือกแอป Line > การใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล > แตะล้างแคชได้เลย 


 
ความคิดเห็นที่ 25
ไลน์เวอร์ชั่นใหม่ (ต้องอัพเดตให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดก่อน) สามารถลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นที่ค้างอยู่ในตัวแอพ เพื่อเพิ่มความจุเครื่องได้แล้วนะ โดยเพื่อนๆหลายคน อาจจะไม่รู้ว่าเวลาที่เราส่งข้อความหรือรับข้อมูลแต่ละครั้งในไลน์ จะมี cacted data ที่ไม่จำเป็นค้างอยู่ นี่ละคือตัวการที่กินความจุเครื่องเราเลย บางเครื่องตัวแอพถูกใช้นานๆ อาจจะกินพื้นที่ไปหลาย GB เลยล่ะค่ะ ตามไปดูวิธีทำกันเลย...




กดเข้าไปที่ Setting > General > Storage & iCloud Usage > Manage Storage > LINE > ดูตรง Documents & Data 

จะเห็นว่ามีข้อมูลไม่จำเป็นถึง 162 MB บางคนหากใช้งานมานาน อาจถึงขั้น GB ค่ะ


 ปกติแล้วหากเราต้องการเคลียร์ข้อมูลที่ไม่จำเป็นออก ต้องลบแอพเท่านั้น ซึ่งจะทำให้สติกเกอร์ของเราและข้อมูลการแชทของเราหายไปด้วย แต่เมื่อไลน์เปิดให้อัพเดตเวอร์ชั่นล่าสุดแล้ว เราสาสามารถลบข้อมูลผ่านแอพไลน์ได้แล้ว 



1. ไปที่แอพ LINE กดเลือก More (มุมขวาล่าง)


 2. กดเข้าไปที่ Settings > Chats & Voice Calls


 3. เลือกที่ Clear Data (ด้านล่างสุด)


 4. จะปรากฎเป็นข้อมูลความจำในตัวแอพขึ้นมา ตัวที่เราสามารถลบได้คือ 


- Cached Data ส่วนนี้ไม่มีการใช้งาน สามารถลบได้ หายห่วง
- Photo Data & Voice Message Data & File Data คือข้อมูลที่เราโหลดเอาไว้ หากลบ จะไม่หาย แต่เวลากดเข้าไปดู ต้องโหลดใหม่ แนะนำให้ลบ
- All Chat Data ส่วนนี้จะลบ Chat History ทั้งหมด อันนี้ไม่ต้องเลือก


5. กด Clear Selected Data เป็นอันเสร็จสิ้น


6. ทีนี้ลองย้อนกลับไปดูความจุวิธีเดิมคือ กดเข้าไปที่ Setting > General > Storage & iCloud Usage > Manage Storage > LINE > ดูตรง Documents & Data



ได้ความจุกลับคืนมาเพียบเลย อย่างของชิลจากเดิมใช้งาน 162 MB พอเคลียร์ข้อมูลออก ตอนนี้ใช้พื้นที่เพียงแค่ 42.4 MB เอง ด้วยวิธีง่ายๆแบบนี้ เราก็ได้พื้นที่ความจุกลับคืนมาเพียบแล้ว
ความคิดเห็นที่ 26
แก้ปัญหามือถือเมมเต็มง่าย ๆ เพียงลบไฟล์ขยะออกจาก LINE แชตไม่หาย ไม่ต้อง Log in ใหม่ ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android ด้วยวิธีตามนี้


มือถือ memory เต็ม

          หนึ่งในปัญหาที่ผู้ใช้มือถือหลายคนมักจะเจออยู่บ่อย ๆ ก็คือเรื่องของพื้นที่หน่วยความจำไม่พอใช้ หรือที่เรียกกันติดปากว่าเมมเต็ม แม้จะแก้ปัญหาด้วยการลบรูปภาพ วิดีโอ แอปพลิเคชันออก แต่ก็ไม่ทำให้พื้นที่เพิ่มขึ้นสักเท่าไร ซึ่งตัวการหนึ่งที่ทำให้พื้นที่ตัวเครื่องเต็มเร็วเต็มไว ก็คือแอปฯ แชตยอดฮิตอย่าง LINE นั่นเอง

          ทั้งนี้ ในแอปพลิเคชัน LINE จะเก็บทั้งข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และไฟล์ต่าง ๆ เอาไว้ตั้งแต่เริ่มใช้งานครั้งแรก ทำให้ใช้พื้นที่ในเครื่องมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกินไปหลาย GB ซึ่งเราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการลบข้อมูลในแอปฯ LINE เพื่อดึงพื้นที่ว่างในเครื่องกลับมา โดยไม่ทำให้ข้อความในแชตเก่า ๆ หายไป แล้วจะทำอย่างไรได้บ้าง มาดูกัน

          1. ก่อนอื่นก็ต้องเช็กพื้นที่ตัวเครื่องก่อนว่าเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน อย่างเช่นในภาพตัวอย่างจะเหลือพื้นที่ประมาณ 27.5GB จากทั้งหมด 128GB

มือถือ memory เต็ม

          2. เข้าไปที่แอปฯ LINE เลือกหน้า Home ด้านซ้ายสุด และเลือกรูปเฟืองบริเวณมุมขวาบนสำหรับมือถือ Android หรือมุมซ้ายบนสำหรับ iPhone, iPad

มือถือ memory เต็ม

          3. จากนั้น เลือกเมนูแชต (Chats)

มือถือ memory เต็ม

          4. สำหรับ iPhone และ iPad ให้เลือกเมนู ลบข้อมูล จากนั้นให้เลือกเฉพาะ "ข้อมูลแคช" และรอระบบโหลดข้อมูลทั้งหมด หากข้อมูลแคชมีปริมาณมาก จะใช้เวลาโหลดข้อมูลนานกว่าปกติ จากนั้นกดปุ่มสีแดง "ลบข้อมูลที่เลือก" จะเป็นการลบข้อมูลแคชทั้งหมดทันที ส่วนมือถือ Android จะมี 2 ตัวเลือก คือ Delete chat history เป็นการลบข้อความแชตทิ้งทั้งหมด แต่ถ้าหากใครไม่อยากให้แชตเก่า ๆ หายไป ก็ให้เลือก Delete files from chats เพื่อลบเฉพาะไฟล์ทั้งหมดในแชต

มือถือ memory เต็ม

          5. จากนั้นจะมีหน้าต่าง Pop-Up แจ้งเตือนว่า หากลบไฟล์แล้วจะไม่สามารถใช้งานไฟล์ที่หมดอายุได้ แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าต้องการลบ ถ้ามั่นใจแล้วก็ให้กด Delete ได้เลย จะเห็นว่าเมื่อลบไฟล์ขยะใน LINE ออกแล้วจะมีพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้น แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับข้อมูลที่แอปฯ LINE ได้เก็บเอาไว้

มือถือ memory เต็ม

มือถือ memory เต็ม


          6. แต่ถ้าต้องการพื้นที่มากกว่าเดิม ก็จะมีอีกวิธี โดยให้เข้าไปที่เมนูการตั้งค่าในมือถือ (ส่วนใหญ่จะใช้สัญลักษณ์รูปเฟือง) แล้วเลือกเมนูแอปพลิเคชัน (Apps)
 

มือถือ memory เต็ม

          7. จากนั้นให้เลือกแอปพลิเคชัน LINE จะสังเกตเห็นว่ามีขนาดใหญ่กว่าแอปฯ อื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด

มือถือ memory เต็ม

          8. เลือกในส่วนของ Storage เพราะเป็นส่วนที่เก็บข้อมูลของแอปฯ ไว้นั่นเอง

มือถือ memory เต็ม

          9. หากต้องการลบข้อมูลแคชให้กดที่ปุ่ม Clear Cache ได้เลย ซึ่งมือถือส่วนใหญ่ตัวปุ่มลบข้อมูลแคชจะอยู่ด้านบน แต่มือถือบางรุ่นจะย้ายปุ่มนี้มาไว้ด้านล่าง แต่ขอเตือนว่าอย่ากดปุ่ม Clear data เด็ดขาด เพราะเป็นการลบข้อมูลทั้งหมดในพริบตา แชตหายแน่นอน

มือถือ memory เต็ม

          10. ส่วนใครที่อยากลบไฟล์ขยะให้หมดเกลี้ยง มือถือบางรุ่นจะมีปุ่มลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นทั้งหมดในเมนู Storage เพียงกดปุ่มเดียวก็จะได้พื้นที่ว่างกลับมาอีกครั้ง


มือถือ memory เต็ม

          การลบข้อมูลแคชในแอปฯ LINE และไฟล์ขยะออกจากมือถือด้วยวิธีข้างต้นนั้น นอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างในเครื่องแล้ว ยังช่วยให้เครื่องทำงานได้มีประสิทธิภาพจากพื้นที่ว่างมากขึ้น นี่จึงถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะเมมเต็มนั้นเป็นปัญหาที่สามารถเจอได้ในมือถือทุกรุ่น ยิ่งใครติดแชตไลน์ทั้งวันทั้งคืน ควรหมั่นเช็กขนาดแอปฯ LINE, แอปฯ อื่น ๆ และพื้นที่ว่างของมือถือเอาไว้ก็จะดีมาก
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :
#ไลน์เด้งช้า 2564    #ไลน์แจ้งเตือนแต่ไม่มีข้อความ    #ไลน์ไม่แจ้งเตือน ios    #ไลน์เด้งช้า iphone    #ไลน์ไม่แจ้งเตือน samsung    #ไลน์ไม่แจ้งเตือน android    #ไลน์ เวอร์ชั่นใหม่ ไม่ แจ้ง เตือน    #ไลน์ไม่แจ้งเตือน 2565    #LINE ช้า iOS 15    #LINE ช้า iPhone    #ไลน์ช้า 2564    #ทำไม ข้อความ ไลน์ ขึ้น ช้า    #ไลน์หน่วงมาก 2565    #ไลน์ช้า 2564 android    #ไลน์ช้ามาก 2021    #ไลน์ เด้งช้า    #ไลน์ช้ามาก 2564    #ไลน์ค้าง 2564 ios    #line แจ้งเตือนค้าง 2021    #Line ค้าง 2564    #ไลน์ช้ามาก 2021 ios    #เข้า LINE ไม่ได้ iPhone    #ล้างข้อมูลไลน์ แชทไม่หาย android    #ลบ LINE ข้อมูลไม่หาย    #ล้างข้อมูลไลน์ แชทไม่หาย ios    #ล้าง แคช ไลน์ ข้อมูล ไม่ หาย    #ลบ แคช line ข้อมูล จะหาย ไหม    #ลบ ประวัติ แช ท ไลน์ ไอ โฟน    #LINE กินพื้นที่ 2021    #ลบแคช ข้อมูลจะหายไหม    #ไลน์หน่วงมาก 2564    #ไลน์ค้าง 2564    #ไลน์ช้า มาก ไอ โฟน    #ไลน์ช้า 2564 ios    #LINE ช้า 2021    #ไลน์ช้ามาก ios    #line ข้อความเข้าช้า    #ไลน์ ช้ามาก ทําไง    #ล่าง ข้อมูล ไลน์ แช ท ไม่หาย    #ไลน์หน่วงมาก 2564 ios    #ไลน์แจ้งเตือนช้า 2564   
หัวข้ออื่น ( ดูทั้งหมด )


สมัครแทงหวย กดตรงนี้