วิธี ตรวจ สอบ เว็บไซต์หลอกลวง 2022

by NayNoy.Com Posted on 2022-03-04


ความคิดเห็นที่ 1

ทำไม WordPress ถึงโดน Hack

1. ไม่เคยอัพเดต WordPress,Plugin และ Theme
2. ตั้ง user pass ที่ง่ายเงินไป
3. ใช้ Plugin และ Theme ที่ไม่ปลอดภัย
4. ไม่ได้ติดตั้ง Plugin Security
5. ตั้ง Permission ไม่ถูกต้อง เช่น 777
6. ไม่ได้ลบ User ที่ไม่ได้ใช้

ความคิดเห็นที่ 2

วิธีป้องกันไม่ให้ WordPress โดน Hack หรือ โดนไวรัส


1. อัพเดต WordPress, Theme และ Plugin
WordPress,Theme,Plugin จะมีเวอร์ชั่นใหม่ออกมาตลอด แต่ละครั้งที่มีการอัพเดต ส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ แก้ไขปัญหาเดิม และบางครั้งจะมีการอัพเดตเรื่อง Security ด้วย ด้วยเหตุนี้จึงควรเข้ามาเช็คตลอด ถ้ามีเวอร์ชั่นใหม่ก็ควรกด Update อย่างน้อยเข้ามาดูเดือนละ 1 ครั้ง อย่าทิ้งช่วงให้ห่างมากเกินไป

2. ตั้งรหัสผ่านให้ยากต่อการคาดเดา
ถ้าเรายังจำรหัสผ่านอยู่แสดงว่า เรายังตั้งง่ายเงินไป รหัสผ่านประเภท admin, 123456, abcdefg เหล่านี้ ควรเลิกได้แล้วครับ และไม่ต้องห่วงว่าตั้งรหัสผ่านยากๆ แล้วจะจำไม่ได้ เพราะเบราเซอร์มีระบบจดจำรหัสผ่านอยู่แล้วครับ
ผมแนะนำให้ใช้ระบบบ Password generator tool ของ LastPass ในการสร้างชุดรหัสผ่าน โดยเราสามารถกำหนดรูปแบบและความยาวได้ครับ

3.เลือกใช้ Theme และ Plugin ที่มีคุณภาพ
Theme และ Plugin ที่ใช้ ถ้าเป็นเวอร์ชั่นฟรี ให้ดาว์นโหลดผ่านเว็บไซต์ wordpress.org เท่านั้น และหลีกเลี่ยง Theme และ Plugin เถื่อน เพราะมันจะมีของแถมที่เราไม่ต้องการเสมอ

วิธีพิจารณาเลือก Theme และ Plugin

เลือกจากที่ยอดดาว์นโหลดเยอะๆ บ่งบอกถึงเป็น Theme และ Plugin ที่ดี
Rated : เลือกดูปลั๊กอินที่มีเรทรีวิว 5 ดาว และมีคนเขียนรีวิวสวยๆ
Last updated : ดูว่าอัพเดตครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ซึ่งก็ไม่ควรเกิน 1 ปี
หารีวิวตามเว็บไซต์ต่างๆ ใน Youtube หรือใน facebook ว่าเค้าใช้แล้วดีหรือไม่ดี มีปัญหาอะไรกันบ้าง
ถ้าเป็น Theme และ Plugin แบบ Premium ที่ต้องเสียเงินซื้อ แนะนำให้ดูที่มีเรทติ้งและยอดขายสูงๆ
วิธีเลือก WordPress Theme คุณภาพ
วิธีเลือก WordPress Plugin คุณภาพ
10 ธีม WordPress สวยๆ ที่ขายดีที่สุดใน Themeforest

4. ติดตั้ง Plugin ด้าน Security
Plugin ด้าน Security เป็นหนึ่งในปลั๊กอินที่ควรติดตั้ง ตัวที่ผมใช้บ่อยสุดชื่อ All In One WP Security & Firewall มีการตั้งค่าละเอียดและครอบคลุมพอสมควร เป็นหนึ่งใน 11 Plugin WordPress ที่ผมแนะนำ ทุกเว็บไซต์ควรติดไว้
จุดเด่นของปลั๊กอิน

ป้องกันบัญชีผู้ใช้
ป้องกันการ Login
ป้องกันการสมัครสมาชิก
ป้องกันฐานข้อมูล
ป้องกันไฟล์ต่างๆ ของเว็บไซต์
ระบบสำรองไฟล์ .htaccess และ wp-config
ระบบกรองบัญชีแปลกปลอม (Blacklist)
ระบบ Firewall
ระบบป้องกันการโจมตีผ่านระบบ Login
ระบบสแกนเนอร์
ระบบกรอง Spam comment
ระบบป้องกันการ Copy ผ่านหน้าเว็บ
ลบ Theme และ Plugin ที่ไม่ได้ใช้งาน
Theme และ Plugin ที่ถูกติดตั้งแต่ไม่ได้ใช้งาน อย่าเสียดายที่จะลบทิ้งครับ นอกจากมันทำให้ฐานข้อมูลบวมแล้ว ยังเปลืองพื้นที่ของโฮสติ้งด้วยครับ และอาจจะเป็นช่องโหว่ที่จะโดนแฮกเข้ามาก็ได้ครับ
ผมแนะนำให้ใช้ “วิชาตัวเบา” หมายถึงพยายามทำให้เว็บไซต์เราเบาที่สุดเท่าที่จะทำให้ เพราะเวลาโดนแฮก หรือจะย้ายเว็บไซต์ จะทำได้ไวขึ้นเยอะครับ ถ้าเราลบทิ้งพวกขยะต่างๆ

5. BackUP บ่อยๆ
เรื่องการสำรองข้อมูล หรือ การ BackUP เว็บไซต์ ผมอยากให้เพื่อนๆ ทำเป็นประจำหรือทุกครั้งหลังจากที่อัพเดตข้อมูล การสำรองข้อมูล ถือเป็นวิธีที่ประหยดัที่สุด ปลอดภัยที่สุดแล้วครับ เวลาเว็บไซต์มีปัญหา ไม่ว่าจะโดนแฮก หรือจะพังด้วยเหตุผลอื่น เรายังมีไฟล์สำรองที่พร้อมกู้คืนในไม่กี่นาที
วิธี BackUP เว็บไซต์ WordPress ไม่ยากครับ มีปลั๊กอินหลายตัวเลยที่น่าสนใจ ส่วนตัวผมชอบใช้ All-in-One WP Migration รู้สึกว่าใช้ง่ายดี ตั้งค่าไม่เยอะ

All-in-One WP Migration
UpdraftPlus WordPress Backup Plugin
Duplicator
BackWPup
Backup Buddy

6. ติดตั้งระบบ reCAPTCHA ทุกแบบฟอร์ม
reCAPTCHA คือ ระบบป้องกันเว็บไซต์ของเราจาก Spam หรือ Bot ใช้ระบบการวิเคราะห์ความเสี่ยงขั้นสูง พัฒนาโดย Google ช่วยกรองสแปมหรือบอต ที่มาก่อกวน หรือมีวัตถุประสงค์ไม่ดี
ทุกจุดที่มี Form ควรติดระบบ reCaptcha ทุกครั้งครับ ปลั๊กอินสร้างแบบฟอร์มน่าจะมีฟังก์ชันนี้เกือบทุกตัวอยู่แล้ว

มันจะช่วยลดพวก Spam Mail ที่ถูกยิงมาจากพวก Form ต่างๆ ที่อยู่ในหน้าเว็บ

7. ติดตั้ง SSL หรือ https
SSL ทำหน้าที่ในการเข้ารหัสข้อมูล ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์ ให้มีความปลอดภัยมากขึ้นจากการแอบขโมยข้อมูล ยิ่งเป็นเว็บไซต์ E-commerce จำเป็นต้องใช้อย่างยิ่ง โดยส่วนใหญ่โฮสติ้งจะมี Free SSL ให้เราใช้อยู่แล้ว คือ Let’s Encrypt
สังเกตด้านบนซ้ายของเบราเซอร์ ด้านหน้าชื่อ Domain จะมีรูปแม่กุญแจสีเขียวๆ https

มันส่งผลในเรื่อง “ความน่าเชื่อถือ” ด้วยครับ ลองสังเกตเว็บไซต์ที่ไม่ได้ติดตั้ง SSL ด้านบนซ้ายของเบราเซอร์จะแจ้งเตือน สีแดงๆ “Your connection to this site is not sere” หรือบางที ภาษาไทย จะเขียนว่า “ไม่ปลอดภัย” ทำให้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ

และยังส่งผลในเรื่อง “SEO” เว็บไซต์ไหนที่ติดตั้ง SSL ย่อมดูน่าเชื่อถือกว่าอยู่แล้ว ส่งผลให้ประสบการณ์ในการท่องเว็บดีไปด้วย และได้เปรียบในเรื่องการจัดอันดับ

ความคิดเห็นที่ 3

1. สินค้ามีราคาถูกเกินไป
(Product Price is too Cheap)

หากคุณคิดว่า สินค้าชิ้นที่คุณกำลังต้องตา มีราคาถูกเกินไปมาก ชนิดที่เรียกว่าถูกเกินกว่าจะเอามาขายจริงได้ บางที การเชื่อสัญชาตญาณของคุณอาจเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ฉะนั้น การที่คุณเจอเว็บไซต์ขายของเว็บไหนก็ตามที่กำลังเสนอขายของลดราคากระหน่ำอยู่ การตรวจสอบหาความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์นั้น ๆ ก่อนกดสั่งซื้อ ก็จะช่วยให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงการถูกหลอกได้

ตัวอย่างสินค้าราคาถูกเกินไป

เฉกเช่นหูฟัง True Wireless สีขาวยี่ห้อผลไม้ ที่มีผู้นิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก มีราคาการขายที่หน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการอยู่ที่ 8,992 บาท แต่หน้าเว็บไซต์ที่คุณแวะเข้าไปเยี่ยมชม ตั้งราคาขายแบบแฟลชเซล (Flash Sale) ด้วยสนนราคาที่ 3,xxx บาท ก็ให้พึงสังวรณ์ไว้ก่อนเลยว่า เงินที่คุณจะเสียไปนั้น ไม่ได้แลกกับ "สินค้าของแท้" อย่างแน่นอน (อย่างในภาพมีระบุว่าเป็น สินค้า OEM ด้วย ไม่ใช่ของแท้แน่ ๆ)

2. ลิงก์ของที่อยู่เว็บไซต์ดูผิดปกติ
(Unusual URL Name)

บางเว็บไซต์ที่เป็นเว็บไซต์ปลอมนั้น หลายครั้งมักถูกปลอมแปลงมาให้ดูเหมือนเป็นเว็บไซต์ที่เป็นร้านค้าแบบทางการ มีตัวตนจริง แต่ก็ยังคงมีจุดสังเกตว่ามันจะเป็นเว็บไซต์ปลอมให้เราได้จับผิดอยู่ดีนั่นก็คือ ลิงก์เว็บไซต์

ลิงก์เว็บไซต์ URL แปลก ๆ
Credit: https://www.switch.ch/news/fake-webshops/

โดยปกติแล้ว เว็บไซต์ที่เป็นหน้าร้าน มีตัวตนจริง หรือเป็นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผู้ผลิตสินค้าชิ้นนั้น ๆ มักจะใช้ชื่อเว็บไซต์ที่ทำให้ลูกค้าหรือผู้ที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม สามารถจดจำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน เช่น

แต่ถ้าหากคุณเข้าเว็บมาแล้วพบว่า ลิงก์เว็บไซต์นั้นมีชื่อทำนอง www.gygy8k.com (มีตัวอักษรเรียงสลับปนเปกัน) หรือเว็บที่อ่านได้แต่ยาวเฟื้อย ให้ระวังไว้ก่อนเลยว่า เว็บเหล่านั้นเป็นเว็บไซต์ปลอมที่เชื่อถือไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น คราวที่เคยมีเว็บไซต์ปลอมที่ถูกตั้งมาเพื่อขายแว่นตากันแดดแบรนด์ Rayban ราคาถูกเป็นจำนวนมากในข้อเสนอที่น่าสนใจ แต่พอเลื่อนไปดูที่อยู่เว็บ ล้วนเป็นเว็บที่น่าสงสัย (ว่าจะปลอม) ทั้งสิ้น เช่น rbdmf.com, salesunglasses07.pw, esnrb.com, ok-rb.top

ตัวอย่างเว็บขายสินค้าปลอมในราคาถูกเกินจริง
ในช่วงที่คนใน Facebook โดนแฮคกันเป็นจำนวนมาก คาดว่าหลายคนน่าจะเคยเห็นโฆษณาเหล่านี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่นำไปยังเว็บปลอมทั้งสิ้น
Credit: https://www.zcooby.com/fake-buyinf-ray-ban-90-percent-discount-facebook-hack-scam/

ความปลอดภัยในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ช้อปปิ้งก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าคุณลงเอยด้วยการกดซื้อสินค้าใด ๆ ก็ตามของหน้าเว็บนั้น แน่นอนว่าข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เช่น ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่จัดส่ง จะต้องถูกกรอกลงไปในหน้าเว็บไซต์เพื่อจัดส่งสินค้าให้คุณ ดังนั้น เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ จึงมักจะมีโปรโตคอลที่ช่วยรักษาข้อมูลให้สมบูรณ์และปลอดภัย

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่มี https นำหน้า แสดงความปลอดภัย

โดยที่เรามักจะได้เห็นกันในรูปแบบของคำว่า "https://" นำหน้าเว็บไซต์ เช่น https://shop.thaiware.com เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกสามารถฉกฉวยข้อมูลความลับส่วนบุคคลไปใช้ได้ ดังนั้น ถ้าลิงก์ไหนไม่ได้มี https:// นำหน้า ก็ให้พึงระวังไว้ก่อนว่าอาจเป็นเว็บปลอม ก็เป็นได้

อีกหนึ่งจุดสังเกตที่น่าสนใจคือ คำลงท้ายตามหลังเว็บไซต์ต่าง ๆ หรือโดเมนเนม (Domain Name) เช่น .com, .co.th, .in.th, ฯลฯ คือโดเมนเนมที่นิยมใช้กันในไทย โดยทั่วไปแล้ว เว็บไซต์เชิงพาณิชย์อย่างเว็บขายของออนไลน์ จะใช้โดเมนเนมเป็น .com เสียเป็นส่วนใหญ่ มีบ้างบางเว็บไซต์ที่ใช้โดเมนเนมอื่น เช่น advice.co.th (Advice) หรือ bnn.in.th (Banana IT) ซึ่งถ้าหากเว็บไซต์ที่คุณแวะเข้าไปเยี่ยมชมอยู่ ใช้โดเมนเนมนอกเหนือจากที่เราบอกไป หรือมีโดเมนเนมแปลก ๆ อย่าง .xyz แล้วล่ะก็ ให้ระแวงไว้ก่อนเลยว่า มันคือเว็บไซต์ปลอม

ตัวอย่างชื่อโดเมนบนเว็บไซต์ ตัวอย่างชื่อโดเมนบนเว็บไซต์

3. มีรูปแบบไวยากรณ์ที่ผิด และ การสะกดผิดหลายจุด
(Frequent Grammar and Spelling Issues)

การมีรูปแบบภาษาที่สละสลวย การสะกดคำและรูปแบบไวยากรณ์ที่ถูกต้อง เป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานสำหรับเว็บไซต์ขายของออนไลน์ เพราะถือเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ และร้านค้านั้น ๆ (ดูมีความเอาใจใส่ในระดับหนึ่ง)

ตัวอย่างหน้าการขายสินค้าที่สะกดผิด

ถ้าหากเว็บไซต์ที่คุณแวะเข้าไปเยี่ยมชม มีการสะกดคำผิดจำนวนมาก และมีรูปแบบไวยากรณ์ผิดเพี้ยน หรือแม้กระทั่งใช้คำแปร่ง ๆ ขัดหูขัดตา ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า เว็บไซต์นั้นจะเป็นเว็บปลอม เพราะถูกสร้างมาแบบลวก ๆ ไร้การเหลียวแล และถึงแม้ว่ามันจะเป็นเว็บไซต์ของผู้ขายหรือร้านค้านั้น ๆ จริง แต่นั่นก็เป็นสัญญาณที่ไม่ดีของบริษัทนั้น ๆ เอาเสียเลย คิดง่าย ๆ ว่า ขนาดของง่าย ๆ อย่างการสะกดคำ หรือใช้คำให้ถูกต้องยังทำไม่ได้ กระบวนการซื้อขายที่มีความละเอียดอ่อนกว่ามาก จะทำได้ดีได้อย่างไร

4. มีรีวิวแง่ลบ หรือ รีวิวปลอม
(Negative or Fake Reviews)

หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการดูว่าเว็บนั้น ๆ เป็นเว็บปลอมหรือเปล่า นั่นก็คือการดูรีวิวของลูกค้าคนอื่น ๆ ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เดียวกันกับเรา ซึ่งถ้าเว็บไหนเป็นเว็บปลอม หรือเว็บหลอกลวง (Scam Website) มีหรือที่คนอื่นจะไม่มาแชร์ประสบการณ์การโดนโกงกัน

หากคุณดูแล้วรีวิวก็เป็นแง่บวก ไม่ได้มีใครมาร้องเรียนเรื่องการขนส่งสินค้า หรือสินค้าไม่ตรงปก ให้ลองอ่านรีวิวดูดี ๆ ว่า เป็น "คน" เขียนรีวิวหรือเปล่า สาเหตุก็เพราะในปัจจุบัน มีเว็บไซต์ต่างประเทศจำนวนมาก ที่มักพึ่งพาโปรแกรมแปลภาษายอดนิยมอย่าง Google Translate มาช่วยแปลภาษาให้เป็นภาษาท้องถิ่นของประเทศนั้น ๆ เพื่อให้ดูเป็นมิตรกับผู้ซื้อมากขึ้น และทำให้สามารถขายของได้ง่ายขึ้น 

ตัวอย่างการรีวิวสินค้าจากการแปล

แต่แน่นอนว่า เราผู้เป็นเจ้าของภาษา ย่อมรู้อยู่แล้วว่า ในชีวิตประจำวัน เวลาใช้ประโยคพูด จะพูดแบบไหน แบบทางการ กับแบบไม่ทางการ แตกต่างกันอย่างไร ดังนั้นเสียเวลาอ่านรีวิวสักหน่อยก่อนตัดสินใจซื้อ ดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลังนะ

5. ตรวจสอบจากเว็บไซต์ Scamadviser.com
(Check from Scamadviser.com)

หากตรวจดูจนละเอียดถี่ถ้วนแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเว็บปลอมหรือเปล่า ก็สามารถนำที่อยู่หน้าเว็บไซต์ที่เรากำลังเข้าชม ไปเช็คที่ https://www.scamadviser.com/ ดูได้เองเลย

โดยเว็บไซต์ดังกล่าวจะมีการรวบรวมข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์ และฟีดแบคต่าง ๆ เกี่ยวกับหน้าเว็บไซต์นั้น ๆ ขึ้นมาให้เห็น พร้อมทั้งมีให้ผู้ที่เข้ามาตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าวได้ประเมินด้วยว่า เป็นเว็บที่เชื่อถือได้จริง (Legit), เว็บปลอม (Scam), หรือขายของปลอม (Fake)

เช็คเว็บ Amazon.com ผ่านทางระบบตรวจสอบของ ScamAdviser

เช็คเว็บ Amazon.com ผ่านทางระบบตรวจสอบของ ScamAdviser

ในขณะที่เว็บไซต์ Thaiware.com ของเรานั้น ก็จะได้ Trustscore เต็ม 100% อีกด้วยเช่นกัน พร้อมข้อความหล่อๆ ว่า 

Likely to be Legit. Trust Rating is High.
(น่าจะถูกกฏหมาย คะแนนความน่าเชื่อถือสูง)

เช็คเว็บ Thaiware.com ผ่านทางระบบตรวจสอบของ ScamAdviser
ตัวอย่างเว็บ thaiware.com ของเรามี Trustscore อยู่ที่ 100%

เช็คเว็บ Thaiware.com ผ่านทางระบบตรวจสอบของ ScamAdviser
ส่วนนี้จะบอกที่มาของคะแนน trustscore ที่ได้ว่ามาจากเหตุผลใดบ้าง

ความคิดเห็นที่ 4

โทรศัพท์ถูกแฮก ไม่ใช่เรื่องที่จะละเลย

ในโลกที่เราเชื่อมต่อกันและออนไลน์มากขึ้น การใช้ชีวิตโดยปราศจากมือถือมันแถบเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากความสะดวกในการสื่อสารกับผู้คนแล้ว มันยังมีแอพพลิเคชั่นที่มีประโยชน์มากมายที่เราอาจใช้พยุงชีพได้ในช่วงนี้ด้วยซ้ำ

แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ  ด้วยข้อดีและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดที่มี มันก็มักนำพาอันตรายมาอยู่ในมือแบบไม่รู้ตัวเหมือนกัน

ปัจจุบันจำนวนมัลแวร์กำลังมีการเติบโตขึ้นอย่างมาก (ทั้ง spyware, ransomware, keyloggers, etc และอื่น ๆ อีกมาก)  โดยมือถือกลายเป็นอุปกรณ์ที่เป็นเป้าหมายของเหล่าแฮกเกอร์  แต่อย่าพึ่งกังวลไป  หากถามว่า “เราะถูกแฮกไหม”  ก็ต้องบอกว่าหากเราระวังตัวเองอยู่เสมอก็ไม่ต้องกลัว แต่หากอยากรู้อาการต่าง ๆ จริง ๆ เรามคำอจอบให้

1.มือถือเราอาจมีพฤติกรรมแปลก ๆ

เช่นเดียวกับร่างกาย เมื่อไวรัสเข้าไปในเครื่อง มันมักทำให้มือถือที่โดนมีพฤติกรรมแปลก ๆ เช่น

  • หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีดำหรือขึ้นตัวเลขแปลก
  • เครื่องรีเซ็ตตัวเองบ่อย
  • แบตเตอรี่หมดไวกว่าปกติ (ต้องแยกให้ออกระหวางแบตเสื่อมหรือโดนไวรัสนะ เพราะแบตเเสื่อมจะค่อย ๆ เสื่อม)
  • บันทึกการโทร โทรไปหาเบอร์ที่ไม่รู้รัก
  • มีการส่งข้อมูลให้ทุกคนในรายชื่อ

ซึ่งแฮกเกอร์สามารถแฮ็คเข้าไปการใช้งานต่าง ๆ ในเครื่องของเราและส่งสแปม ไวรัส หรือมัลแวร์ ไปยังรายชื่อที่เราบันทึก เพื่อล่อให้คนอื่นติดกับดักเพิ่ม โดยข้อความที่ส่งจะเป็นเชิงฟิชชิ่งที่ “ขอความช่วย” “ช่วยโอนเงินให้หน่อย” หรือ “ดูคลิปนี้สิ (แนบลิ้งค์) มันตลกมากเลยนะ โดยหากกด เพื่อนเราจะโดนหางเลขไปด้วย

นอกจากนี้ พวกเขายังสามารถขโมยรหัสผ่านที่เก็บไว้ในอุปกรณ์ได้ แม้กระทั่งการขโมยข้อมูลบัตรเครดิต  และนี่เป็นเหตุผลที่สำคัญมากที่เราควรรู้ไว้ว่า มือถือของเราจะถูกแฮกและติดไวรัสเมื่อใด

2.มี Pop-ups หรือ screensavers แปลก ๆ

มีมัลแวร์จำนวนมากที่ส่งให้แบบปูพรมผ่นเว็บไซ์หรือสื่อโซเชี่ยลมีเดีย ผ่านป๊อปอัปโฆษณาสุ่ม และเมื่อคลิก มันจะนำเราไปยังเว็บไซต์ที่ฝังมัลแวร์ไว้ เพื่อหลอกล่อให้เราทำอย่างอื่นต่อ ดังนั้น อย่ากด Pop-ups ที่หลอกล่อมากกว่าปกติ หรือที่เราไม่รู้จัก

3.โทรศัพท์ช้าและเน็ตหมดเร็วเกิน

โทรศัพท์ช้า ก็อาจเป็นสัญญาณหนึ่งที่ของการถูกแฮกได้เช่นกัน แต่ต้องสังเกตดี ๆ นะ ไม่ใช่ไปเอาโทรศัพท์รุ่นเก่ามาใช้แล้วบอกมนถูกแฮกก็ไม่ใช่มะ  ง่ายคือให้เราลองนึกว่า ก่อนหน้านี้เราไปกดลิ้งแปลก ๆ ไว้หรือเปล่า หรือให้ลองรีเซ็ตค่าโรงงานดู

ส่วนเน็ตหมดไว้นี่ ก็มีความเป็นไปได้ ให้ลองเข้าไปเช็คจำนวนการใช้งาน Data ในเครื่องดูว่า มีการใช้ในแอพอะไรบ้าง ซึ่งหากเราไม่ได้เป็นดูหนังในมือถือ เรื่องนี้ยิ่งน่าสงสัย

4.แอพแปลก ๆ ที่ติดตั้งไม่รู้ตัว

หากโทรศัพท์ของเรามีแอพที่คุณไม่ได้ดาวน์โหลดมาเอง นี่เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่แฮ็กเกอร์อาจเข้ามาโหลดมาตั้งให้เราเองเป็นได้

หากเราเจอเรื่องนี้ เราควรทำอย่างไรต่อ

  • ลบแอพต่าง ๆ ที่เราไม่ได้เป็นคนโหลด
  • ค่อย ๆ ไล่ลบแอพที่แฝงโฆษณามาก ๆ
  • บอกทุกคนในรายชื่อว่า อย่ากดลิ้งค์ใด ๆ ที่ส่งไปให้ เพราะอาจจะเป็นฟิชชิ่ง
  • ใช้ซอฟต์แวร์ Antivirus ในเครื่อง
  • ถ้าทำทุกอย่างแล้วยังไม่ดี รีเซ็ตค่าโรงงานไปเลย
  • ถ้ายังไม่ดีขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนเครื่องครับ (หมดหนทางแล้วจริง ๆ)
ความคิดเห็นที่ 5

การโดนแฮกข้อมูลนั้นไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ และเป็นสิ่งที่ทุกคนควรตระหนัก เพราะการโดนแฮกขโมยบัญชีหรือข้อมูลสำคัญ ๆ อาจนำมาสู่ความเสียหายมากมายทั้งต่อตัวเองและบุคคลที่เกี่ยวข้อง วันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีป้องกันการโดนแฮกข้อมูลอย่างถูกวิธี เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยจากเงื้อมมือของพวกแฮกเกอร์

1. ติดตั้งแอนตี้ไวรัส

สาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้มีโอกาสโดนแฮกได้นั้นก็คือไวรัสและมัลแวร์ต่าง ๆ นั่นเอง ถ้าหากปล่อยให้มันเข้ามาอยู่ในอุปกรณ์ของเรา แฮกเกอร์ก็จะสามารถขโมยรหัสผ่านหรือข้อมูลสำคัญของเราไปได้ หรืออาจถูกโจมตีด้วย Ransomware เอาข้อมูลไปเรียกค่าไถ่ได้อีกด้วย ซึ่งการติดตั้งโปรแกรมหรือแอปฯ แอนตี้ไวรัสจะสามารถช่วยปกป้องจากสิ่งเหล่านี้ได้พอสมควร และจะต้องไม่ลืมอัปเดตให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดอยู่เสมอด้วย

วิธีป้องกันการโดนแฮกข้อมูล

2. ไม่คลิกลิงก์แปลกปลอม

ถ้าหากได้รับข้อความหรืออีเมลที่มีลิงก์แปลก ๆ ดูไม่น่าไว้ใจ ส่งจากใครที่ไหนก็ไม่รู้ ควรลบทิ้งทันที อย่าเผลอคลิกเข้าไปหรือดาวน์โหลดไฟล์ใด ๆ มาอยู่ในเครื่อง เพราะนั่นอาจเป็นไฟล์ที่มีไวรัสแฝงอยู่ก็ได้ ทางที่ดีควรลองตรวจเช็กให้แน่ใจเสียก่อนว่าผู้ที่ส่งมานั้นเป็นใคร เป็นตัวจริงหรือเป็นแฮกเกอร์ปลอมตัวมา

3. ตั้งรหัสผ่านที่เดายาก

รหัสผ่านนั้นเป็นเสมือนกุญแจที่ป้องกันแฮกเกอร์ไม่ให้เข้าถึงข้อมูลของเรา เพราะฉะนั้นเราจึงควรตั้งรหัสผ่านที่เดายาก ประกอบไปด้วยตัวอักษรทั้งตัวใหญ่และตัวเล็ก รวมทั้งตัวเลข หรืออาจใส่ตัวอักขระพิเศษเข้าไปด้วย และถ้าเป็นไปได้ก็ควรตั้งรหัสผ่านของแต่ละบัญชีให้ต่างกัน เพราะถ้าหากบัญชีใดโดนแฮกได้ อย่างน้อยบัญชีอื่น ๆ ก็จะได้ไม่โดนไปด้วย

4. เปิดระบบยืนยันตัวตน 2 ขั้น

ปัจจุบันหลาย ๆ บริการเริ่มมีระบบการยืนยันตัวตนแบบ 2 ขั้นตอนให้สามารถเลือกเปิดใช้งานได้ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ควรใช้ โดยระบบจะส่งรหัส OTP มาทาง SMS หรือทางแอปฯ ที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อให้เรานำไปกรอกทุกครั้งที่ล็อกอินบัญชีนั้น ๆ ทำให้แฮกเกอร์ไม่สามารถขโมยบัญชีของเราแม้จะแฮกรหัสผ่านได้แล้วก็ตาม

วิธีป้องกันการโดนแฮกข้อมูล

5. ไม่ติดตั้งแอปฯ จากนอก Store

การติดตั้งแอปฯ จากนอก App Store หรือ Google Play มีความเสี่ยงที่จะโดนแฮกได้ เนื่องจากอาจมีไวรัสและมัลแวร์แฝงมากับไฟล์ติดตั้ง โดยแอปฯ ใน Store จะผ่านการตรวจสอบมาระดับหนึ่งแล้ว จึงมีความปลอดภัยที่จะดาวน์โหลดมาติดตั้งในเครื่องมากกว่านั่นเอง

6. ไม่ลืมล็อกมือถือ

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทำก็คือการล็อกมือถือ ควรตั้งรหัสผ่านสำหรับใช้ปลดล็อกมือถือ ถ้าหากเป็นมือถือรุ่นใหม่ ๆ ก็อาจใช้การล็อกด้วยลายนิ้วมือหรือสแกนใบหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นแอบใช้มือถือเรา เพราะในมือถือนั้นมีข้อมูลและบัญชีต่าง ๆ ล็อกอินไว้มากมาย ถ้าหากมีคนไม่ดีสามารถปลดล็อกมือถือเราได้ รับรองว่างานเข้าแน่นอน

ทั้งหมดที่ได้กล่าวไปนั้นถือเป็นวิธีป้องกันการโดนแฮกข้อมูลเบื้องต้น ที่ทุกคนสามารถนำไปทำตามได้ไม่ยาก และเชื่อว่าน่าจะช่วยให้ทุกคนปลอดภัยจากการโดนแฮกได้ไม่น้อยเลยล่ะ

ความคิดเห็นที่ 6

หลายท่านคงเคยคลิกลิงค์ย่อ Short URL ที่แชร์ทาง twitter , LINE และ facebook แต่ก็ไม่รู้ว่าคลิกแล้วจะพาไปสู่เว็บไหน และเว็บไซต์นั้นเป็นเว็บอันตรายหรือไม่ พวกเว็บลิงค์ย่อ Short URL ก็เป็นช่องทางยอดนิยมในการทำ Phishing หรือเว็บไซต์ปลอมอีกด้วย บทความนี้เลยนำเสนอเว็บไซต์ที่สามารถตรวจสอบลิงค์ย่อ Short URL ว่าปลายทางคือเว็บไหนและมาพร้อมเครื่องมือสแกนเว็บไซต์ว่าปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งรวมไว้แล้วในเว็บเดียว

เว็บไซต์ unfurlr.com เป็นเว็บไซต์ที่สามารถสแกนเผยชื่อ URL เต็มๆว่าเมื่อคลิกแล้วไปเว็บไซต์ไหน พร้อมกับช่วยตรวจสอบว่าเว็บไซต์นั้นอันตรายหรือไม่  ยกตัวอย่างนำลิงค์ Short URL ใน twitter นี้มา copy ทดสอบหน่อย

ลองมาวางในช่องกรอกเว็บไซต์ Short URL บนเว็บไซต์ unfurlr.com แล้วคลิกที่่ Check it

ก็จะแสดงชื่อที่อยู่เว็บจริงของ Short URL นั้นออกมาแล้ว โดยแสดงเป็นแถบสีเหลือง

เลื่อนลงมาด้านล่างก็จะเห็นโค้ดต่างๆของหน้านั้น และผลการทดสอบการสแกนเว็บไซต์ว่าเว็บอันตรายหรือไม่ โดยทดสอบจากเว็บไซต์ Virustotal ซึ่งมีแบรนด์ Antivirus ถึง 43 แบรนด์ มาช่วยสแกนตรวจสอบในครั้งเดียวด้วย ดังนั้นมัลแวร์ในเว็บปลอมยากที่จะหนีรอด

ดังนั้นหากเจอเว็บ Short URL ที่น่าสงสัยลองตรวจสอบก่อนคลิก เพื่อความปลอดภัยกัน

ความคิดเห็นที่ 7
วิธีเช็คไอจีถูกแฮ็ค

ถ้าสงสัยว่าไอจีเรามีอะไรแปลกๆ เช่น ไปกดฟอลไอจี ของคนที่เราไม่ได้อยากติดตาม หรือที่ชัดเจนมีการลงรูปคนอื่นในไอจีตัวเอง และนำให้เข้าเช็คดู แล้วทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน

วิธีเช็คไอจีถูกแฮ็ค

how-to-check-ig-hacked-01
  • ไปที่หน้าโปรไฟล์ เข้าเมนู การตั้งค่า
how-to-check-ig-hacked-02

เลือก การรักษาความปลอดภัย และ กิจกรรมการเข้าสู่ระบบ

how-to-check-ig-hacked-03

จากนั้นก็เช็คดู สถานที่ในนี้มันตรงที่เราเคยล็อกอินหรือไม่

หากเจอสถานที่ไม่ตรงกับที่ล็อกอิน

  • กดปุ่มสามจุด เลือก ออกจากระบบ
  • จากนั้นควรเปลี่ยนรหัสผ่าน เข้าเมนู การตั้งค่า > การรักษาความปลอดภัย
  • เลือก รหัสผ่าน และทำการเปลี่ยนเป็นรหัสใหม่

⚠️ ข้อสำคัญ เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่แล้วห้ามลืม รู้ว่าเป็นคนขี้ลืมต้องจดรหัสไว้

Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :
#โปรแกรมตรวจสอบเว็บไซต์    #ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ เว็บไซต์    #ตรวจสอบลิงค์ปลอม    #เว็บตรวจสอบลิงค์    #ตัวอย่างเว็บปลอม    #เช็คสถานะเว็บ    #เว็บไซต์ปลอม มี อะไร บ้าง    #เช็คเว็บพนันปลอม    #ตรวจ สอบ URL คือ    #เช็ค URL    #ตรวจสอบเว็บไซต์    #เว็บแฮกเกอร์    #เช็ค เว็บอันตราย    #เว็บแฮก    #url อยู่ตรงไหน    #โดนแฮกไอจี ส่งข้อความ    #วิธีแฮกไอจีคืน    #ig โดนแฮก 2021    #โดนแฮกไอจี pantip    #ig เข้าสู่ระบบ หลายบัญชี    #กิจกรรมการเข้าสู่ระบบ ig ไม่ตรง    #มีการ เข้า สู่ ระบบ instagram    #วิธีเช็ค ไอ จี    #วิธีป้องกันการโดนแฮก โทรศัพท์    #ป้องกัน การโดนแฮก บัญชีธนาคาร    #โปรแกรมป้องกันการแฮกข้อมูล    #วิธีเช็คว่าโดนแฮก    #วิธีตรวจดูว่า ใครเข้ามา hack เครื่องเราบ้าง    #โดนแฮกเบอร์โทร    #แอ พ ป้องกันการแฮกข้อมูล    #แฮกข้อมูล คืออะไร    #โทรศัพท์ โดนแฮก ต้อง ทำ ยัง ไง    #จะรู้ได้อย่างไรว่าโดนแฮกเฟส    #โทรศัพท์โดนแฮกกล้อง    #โดนแฮกรายชื่อในโทรศัพท์    #ตรวจสอบ email โดนแฮก    #รายชื่อเว็บปลอม    #รายงาน เว็บไซต์หลอกลวง    #WordPress โดน redirect    #ปลั๊กอิน WordPress ฟรี    #เข้า เว็บโดนแฮก    #WordPress โดน Malware    #VPS โดนแฮก    #Plugin WordPress จัดหน้า    #Plugin ข่าว ประชาสัมพันธ์ WordPress    #ปลั๊กอิน มี อะไรบ้าง    #เข้า เว็บ แล้ว โดนแฮก    #เข้าเว็บแล้วขึ้นว่าโดนแฮก    #จะรู้ได้ไงว่า มือ ถือ โดนแฮก    #wordpress โดนแฮก    #ดู ยัง ไง ว่า ไอ โฟน โดนแฮก    #วิธีป้องกัน มือ ถือ โดนแฮก    #เว็บไซต์ ถูกแฮก    #วิธี ตรวจ สอบ เว็บไซต์หลอกลวง    #วิธีป้องกันการโดนแฮกข้อมูล    #จะ รู้ได้อย่างไรว่าโดนแฮกไอจี    #เว็บ ตรวจ สอบ URL    #วิธีตรวจสอบเว็บไซต์ปลอม   
หัวข้ออื่น ( ดูทั้งหมด )


สมัครแทงหวย กดตรงนี้