อนุญาตแอพ ตั้งค่าความปลอดภัยมือถือ 2022

by NayNoy.Com Posted on 2022-03-18


ความคิดเห็นที่ 1

5 สิทธิอนุญาต (app permission) บนสมาร์ทโฟน ที่ต้องระวังเช็คทุกวัน 

  1. ไมโครโฟน

ไม่แปลกใจเลยที่แอปบันทึกเสียงต้องการเข้าถึงไมโครโฟนของคุณ เป็นเรื่องขึ่นมาเมื่อมีเกมฟรีที่คุณเพิ่งติดตั้งมาขอการอนุญาตเข้าถึงไมโครโฟน ในปี 2017 The New York Times รายงานว่ามีเกมหลายร้อยเกมบน Google Play และบางเกมใน App Store ถูกรวมเข้ากับซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Alphonso Automated Content Recognition ซึ่ง ซอฟต์แวร์ของ Alphonso ใช้ไมโครโฟนของอุปกรณ์ของคุณเพื่อระบุภาพยนตร์และรายการทีวีที่กำลังเล่นอยู่รอบตัวคุณ จากนั้นจึงนำข้อมูลนั้นมาสร้างโปรไฟล์การโฆษณา หากแอปใดเข้าถึงไมโครโฟนของคุณได้ แอปนั้นก็สามารถฟังสิ่งที่คุณทำอยู่ได้ ดังนั้นให้คิดให้รอบคอบว่าแอปใดที่คุณเข้าถึงมือถือคุณและดำเนินการนี้

ใน iOS 14 และใหม่กว่า และ Android 12 และใหม่กว่า คุณจะเห็นไอคอนที่บอกว่า แอปต่างๆ กำลังใช้ไมโครโฟนของคุณ

2. กล้อง

คุณอาจไม่ต้องการคำอธิบายอย่างละเอียดว่าทำไมแอปที่เป็นอันตรายที่เข้าถึงกล้องของคุณจึงอาจเป็นอันตรายได้ แม้ว่าแอปจำนวนมากต้องการการอนุญาตนี้ด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง โดยปกติแล้วเพื่อถ่ายภาพภายในแอปหรือสแกนโค้ด การอนุญาตนี้มีความละเอียดอ่อนพอๆ กับไมโครโฟนของคุณ ด้วยการเข้าถึงกล้องของคุณอย่างเต็มรูปแบบ แอพสามารถถ่ายภาพสิ่งต่างๆได้ตามต้องการ

และหากเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามากในตอนนี้ที่ทั้งแพลตฟอร์มมือถือไม่ได้ขอให้คุณยืนยัน) แอปสามารถอัปโหลดรูปภาพเหล่านั้นไปยังใครก็ไม่รู้ 

ปัจจุบนะทั้ง iOS และ Android มีจุดสีแดง สีเขียวเตือนว่า แอปมีการเข้าถึงกล้องแอบถ่ายคุณขณะใช้มือถือหรือไม่

3. พิกัดตำแหน่ง

การที่แอปรู้ว่าร้านค้าใดอยู่ใกล้คุณและพื้นที่ประเภทใดที่คุณอาศัยอยู่ ผู้โฆษณาสามารถสร้างภาพที่ดีขึ้นของสิ่งที่คุณอาจสนใจได้ ทั้งนี้บน Android คุณสามารถเลือกอนุญาตตลอดเวลาสำหรับการอนุญาตตำแหน่ง โปรดใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับสิ่งที่คุณอนุญาต เนื่องจากแอปสามารถเข้าถึงตำแหน่งของคุณได้หลายสิบครั้งต่อวันในบางกรณี คุณยังสามารถปิดใช้งานการเข้าถึงตำแหน่งที่แม่นยำ ซึ่งหมายความว่าแอปจะใช้เครือข่าย Wi-Fi ในพื้นที่ของคุณ แทนที่จะใช้ตำแหน่ง GPS เพื่อค้นหาว่าคุณอยู่ที่ไหน

สิ่งนี้คล้ายกันสำหรับ iPhone คุณสามารถเลือก ” ตลอดเวลา”หรือ ” ขณะใช้แอป”เพื่อควบคุมการเข้าถึงตำแหน่ง ตลอดจนปิดใช้งานตำแหน่งที่แม่นยำได้หากต้องการ

4. รายชื่อ

แอพบางตัวขอการเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อของคุณเพื่อให้การแบ่งปันและค้นหาเพื่อนเป็นเรื่องง่าย ตัวอย่างเช่น แอพส่งข้อความอย่าง Telegram จะตรวจสอบเพื่อดูว่าเพื่อนของคุณคนใดใช้แอปเหมือนกัน แต่จากสิ่งที่เราได้พูดคุยกันไปแล้ว เดาได้ไม่ยากว่าแอปจะละเมิดสิทธิ์นี้ได้อย่างไร แอพสามารถอัพโหลดรายชื่อผู้ติดต่อของคุณไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ลงโฆษณา หรือแม้แต่สแปมผู้ติดต่อของคุณด้วยลิงก์เพื่อสมัครใช้งานแอพต่างๆ

คุณควรระมัดระวังเป็นพิเศษกับสิ่งนี้ การเปิดโทรศัพท์ของตัวเองเพื่อรับมือกับภัยคุกคามเป็นปัญหาหนึ่ง แต่การขายข้อมูลติดต่อของเพื่อนโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นไม่ใช่เรื่องดี

5. ข้อความ SMS

การอนุญาตนี้ใช้ไม่ได้กับ iPhone เนื่องจากมีเพียงแอปข้อความเท่านั้นที่สามารถส่งข้อความได้ แต่เป็นข้อพิจารณาที่สำคัญสำหรับผู้ใช้ Android แอพบางตัวที่อาจเป็นอันตรายสามารถใช้การอนุญาตนี้เพื่อส่งข้อความจำนวนมากไปยังหมายเลขพิเศษและเรียกเก็บเงินก้อนโตสำหรับคุณ หรืออาจส่งข้อความถึงผู้ติดต่อของคุณเกี่ยวกับข่าวปลอมเกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือทางการเงิน เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ คือ 5 สิทธิอนุญาตบนสมาร์ทโฟน  ที่คุณต้องใส่ใจและระวังเป็นพิเศษ เป็นเรื่องที่ละเอียดทั้งแอบฟัง ส่งข้อมูลสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะแอปที่คุณไม่รู้จัก ดังนั้นการติดตั้งแอปควรติดตั้งแอปที่รู้จัก น่าเชื่อถือได้ และให้สิทธิอนุญาตในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น 

ความคิดเห็นที่ 2

ช่วยป้องกันแอปที่เป็นอันตรายด้วย Google Play Protect

Google Play Protect ช่วยให้อุปกรณ์ปลอดภัยอยู่เสมอ

  • เรียกใช้การตรวจสอบความปลอดภัยกับแอปจาก Google Play Store ก่อนที่คุณจะดาวน์โหลด
  • ตรวจสอบอุปกรณ์เพื่อหาแอปที่อาจเป็นอันตรายจากแหล่งที่มาอื่นๆ บางครั้งเราเรียกแอปที่อาจเป็นอันตรายเหล่านี้ว่ามัลแวร์
  • แจ้งเตือนคุณเมื่อตรวจพบแอปที่อาจเป็นอันตราย และนำแอปที่ทราบว่าเป็นอันตรายออกจากอุปกรณ์
  • แจ้งเตือนคุณเกี่ยวกับแอปที่ตรวจพบว่าละเมิดนโยบายซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์เนื่องจากมีการปกปิดหรือให้ข้อมูลที่สำคัญไม่ถูกต้อง
  • ส่งการแจ้งเตือนเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวที่แอปอาจได้รับสิทธิ์จากผู้ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณซึ่งละเมิดนโยบายสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์

ตรวจสอบสถานะความปลอดภัยของแอป

  1. เปิดแอป Google Play Store Google Play
  2. แตะไอคอนโปรไฟล์ที่ด้านขวาบน
  3. แตะ Play Protect
  4. ใน "การรับรองจาก Play Protect" คุณจะเห็นว่าอุปกรณ์ได้รับการรับรองจาก Play Protect หรือไม่

เปิดหรือปิด Google Play Protect

สำคัญ: Google Play Protect เปิดไว้โดยค่าเริ่มต้น แต่คุณจะปิดได้ เราขอแนะนำให้คุณเปิด Google Play Protect ไว้เสมอเพื่อความปลอดภัย

  1. เปิดแอป Google Play Store Google Play
  2. แตะไอคอนโปรไฟล์ที่ด้านขวาบน
  3. แตะ Play Protect จากนั้น การตั้งค่า
  4. เปิดหรือปิดสแกนแอปด้วย Play Protect

ส่งแอปที่ไม่รู้จักไปยัง Google

หากคุณเลือกที่จะติดตั้งแอปจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จักนอก Google Play Store การเปิดการตั้งค่า "ปรับปรุงการตรวจหาแอปที่เป็นอันตราย" จะทำให้ Google Play Protect ส่งแอปที่ไม่รู้จักไปยัง Google เพื่อปกป้องคุณจากแอปที่เป็นอันตราย

  1. เปิดแอป Google Play Store Google Play
  2. แตะไอคอนโปรไฟล์ที่ด้านขวาบน
  3. แตะ Play Protect จากนั้น การตั้งค่า
  4. เปิดหรือปิดปรับปรุงการตรวจหาแอปที่เป็นอันตราย
ความคิดเห็นที่ 3

1. เปิดใช้งานระบบการยืนยันตัวตน

โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ๆ สามารถใช้ระบบยืนยันตัวตนเพื่อเข้าใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการใส่พาสเวิร์ด PIN การสแกนลายนิ้วมือ และล่าสุดอย่างสแกนม่านตา (ใน Samsung Galaxy Note 7) วิธีนี้จะช่วยป้องกันการแอบดู และมีระบบล็อกหน้าจอเพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

2. ตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนดาวน์โหลดแอพฯ

ไม่ว่าจะดาวน์โหลดแอพพลิเคชันอะไร ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของแอพฯ ว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน ดูจากใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ในการทำธุรกรรมการเงินทางอินเทอร์เน็ต ควรใช้ระบบ Two-Factor Authentication เพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัย

3. ติดตั้งแอพฯ ป้องกันมัลแวร์

มัลแวร์ถือว่าเป็นศัตรูตัวร้ายของมือถือ มัลแวร์อาจจะไม่ได้ทำให้เครื่องเราพัง แต่อย่างน้อยก็เปิดประตูให้แฮกเกอร์เข้ามาล้วงข้อมูลในเครื่องของเราไป

4. ติดตั้ง Firewall

Firewall สามารถป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแฮกเกอร์ที่พยายามเชื่อมต่อโดยตรงกับเครื่อง เพื่อเข้ามาดึงข้อมูลของเรา

อัพเดตโปรแกรมรักษาความปลอดภัย : หมั่นอัพเดตโปรแกรมรักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความมั่นใจในการใช้งาน

5. เปิดฟังก์ชันเข้ารหัสข้อมูล

โทรศัพท์มือถือบางเครื่องมีฟังก์ชันในการเข้ารหัสข้อมูลในตัวเครื่อง หรือในหน่วยความจำภายนอก เปิดใช้งานฟังก์ชันนี้เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญของคุณ ถ้าเครื่องไหนไม่มีสามารถดาวน์โหลดแอพฯ ประเภท File Encryption ได้จาก Google Play หรือ App Store

6. เปิดใช้งานเท่าที่จำเป็น

เปิดการใช้งานฟังก์ชันโทรศัพท์เท่าที่จำเป็น หรือในกรณีที่แอพฯ ต่าง ๆ มีการเรียกใช้งานฟังก์ชันภายในเครื่อง ก็เลือกเปิดเท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาความความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของข้อมูลในเครื่อง

7. อย่าเห็นแก่ของฟรี !!

แอพฯ ฟรี ดาวน์โหลดไฟล์ฟรี ถ้าไม่ใช่การเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีจาก App Market มั่นใจได้เลยว่าถ้าดาวน์โหลด คุณจะได้รับของแถมมาแน่นอน อาจจะเป็นมัลแวร์ ไวรัส หรือการถูกล้วงข้อมูล นอกจากนี้การ Root หรือ Jailbreak เครื่อง เพื่อสามารถดาวน์โหลดแอพฯ ได้ฟรี ก็เป็นหนึ่งในช่องทางที่ทำให้เครื่องของคุณโดนแฮก

ความคิดเห็นที่ 4

เปลี่ยนสิทธิ์ของแอปในโทรศัพท์ Android

คุณอนุญาตให้แอปบางแอปใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ในโทรศัพท์ได้ เช่น กล้องถ่ายรูปหรือข้อมูลรายชื่อติดต่อ แอปจะส่งการแจ้งเตือนเพื่อขอสิทธิ์ใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ในโทรศัพท์ ซึ่งคุณจะอนุญาตหรือปฏิเสธก็ได้ นอกจากนี้คุณยังเปลี่ยนแปลงการให้สิทธิ์แอปของแอปเดียวหรือตามประเภทของสิทธิ์ในการตั้งค่าของโทรศัพท์ได้ด้วย

สำคัญ: ขั้นตอนเหล่านี้จะมีบางขั้นตอนที่ใช้ได้เฉพาะกับ Android 11 ขึ้นไป ดูวิธีตรวจสอบเวอร์ชัน Android

เปลี่ยนสิทธิ์ของแอป 

  1. เปิดแอปการตั้งค่าในโทรศัพท์
  2. แตะแอป
  3. แตะแอปที่ต้องการเปลี่ยน หากไม่พบ ให้แตะดูแอปทั้งหมด จากนั้นจึงเลือกแอป
  4. แตะสิทธิ์
    • หากอนุญาตหรือปฏิเสธสิทธิ์ใดๆ ของแอป คุณจะเห็นสิทธิ์เหล่านั้นที่นี่
  5. หากต้องการเปลี่ยนการตั้งค่าสิทธิ์ ให้แตะสิทธิ์ดังกล่าวแล้วเลือกอนุญาตหรือไม่อนุญาต

คุณอาจเลือกตัวเลือกต่อไปนี้ได้สําหรับตําแหน่ง กล้อง และไมโครโฟน

  • ตลอดเวลา (ตําแหน่งเท่านั้น): แอปจะใช้สิทธิ์ได้ทุกเมื่อ แม้ว่าคุณจะไม่ได้ใช้แอปอยู่ก็ตาม
  • อนุญาตขณะใช้งานอยู่เท่านั้น: แอปจะใช้สิทธิ์ได้เมื่อคุณใช้แอปดังกล่าวอยู่เท่านั้น
  • ถามทุกครั้ง: แอปจะขอสิทธิ์จากคุณทุกครั้งที่คุณเปิดแอป และจะใช้สิทธิ์ได้จนกระทั่งคุณใช้แอปเสร็จ
  • ไม่อนุญาต: แอปจะใช้การตั้งค่าไม่ได้ แม้ว่าคุณกําลังใช้แอปอยู่ก็ตาม 

เปลี่ยนแปลงการให้สิทธิ์ตามประเภท

คุณตรวจสอบได้ว่าแอปใดมีการตั้งค่าสิทธิ์ที่เหมือนกัน เช่น ตรวจสอบว่าแอปใดมีสิทธิ์ดูปฏิทิน 
  1. เปิดแอปการตั้งค่าในโทรศัพท์
  2. แตะความเป็นส่วนตัว จากนั้น เครื่องมือจัดการสิทธิ์
  3. แตะประเภทสิทธิ์
    • หากอนุญาตหรือปฏิเสธสิทธิ์ของแอปใดๆ คุณจะเห็นแอปเหล่านั้นที่นี่
  4. หากต้องการเปลี่ยนสิทธิ์ของแอป ให้แตะแอปนั้นแล้วเลือกการตั้งค่าสิทธิ์ที่ต้องการ 

ประเภทของสิทธิ์

ด้านล่างนี้เป็นรายการสิทธิ์และการดำเนินการของแต่ละสิทธิ์เมื่อเปิดไว้ในแอป

  • เซ็นเซอร์ร่างกาย: ดูข้อมูลเซ็นเซอร์เกี่ยวกับสัญญาณชีพของคุณ
  • ปฏิทิน: ใช้ปฏิทินเริ่มต้น
  • ประวัติการโทร: ดูและเปลี่ยนประวัติการโทร
  • กล้องถ่ายรูป: ใช้กล้องถ่ายรูปเพื่อถ่ายภาพหรือวิดีโอ
  • รายชื่อติดต่อ: ดูรายชื่อติดต่อ
  • ตำแหน่ง: ขอดูตำแหน่งของอุปกรณ์ ดูข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งค่าตำแหน่ง
  • ไมโครโฟน: บันทึกเสียง
  • อุปกรณ์บลูทูธที่อยู่ใกล้เคียง: แอปจะค้นหาและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้เคียงได้ ดูวิธีการทำงานของฟีเจอร์ "ใกล้เคียง"
  • โทรศัพท์: โทรออกและจัดการการโทร
  • กิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกาย: ดูข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรม เช่น การเดิน การขี่จักรยาน การนับจำนวนก้าว และอื่นๆ
  • SMS: ดูและส่งข้อความ SMS (ข้อความ)
  • พื้นที่เก็บข้อมูล: ดูรูปภาพและไฟล์อื่นๆ ในโทรศัพท์
  • ไฟล์และสื่อ: ใช้รูปภาพ สื่อ และไฟล์อื่นๆ ในโทรศัพท์

นําสิทธิ์ของแอปที่ไม่ได้ใช้ออกโดยอัตโนมัติ

  1. เปิดแอปการตั้งค่าในโทรศัพท์
  2. แตะแอป
  3. แตะแอปที่ต้องการเปลี่ยน หากไม่พบ ให้แตะดูแอปทั้งหมด จากนั้นจึงเลือกแอป
  4. ในส่วน "แอปที่ไม่ได้ใช้" ให้เปิดนําสิทธิ์ออกและเพิ่มพื้นที่ว่าง

ปิดสิทธิ์เข้าถึงกล้องหรือไมโครโฟนในอุปกรณ์

  1. เปิดแอปการตั้งค่าในโทรศัพท์
  2. แตะความเป็นส่วนตัว
  3. ปิดสิทธิ์เข้าถึงกล้องหรือสิทธิ์เข้าถึงไมโครโฟน
ความคิดเห็นที่ 5

ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลในแอปบน iPhone

คุณสามารถควบคุมได้ว่าแอปของบริษัทอื่นมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลในแอปรายชื่อ รูปภาพ ปฏิทิน และแอปอื่นๆ ได้หรือไม่

ตรวจสอบหรือเปลี่ยนแปลงการเข้าถึงข้อมูลในแอป

เมื่อแอปต้องการใช้ข้อมูลจากแอปอื่นเป็นครั้งแรก คุณจะได้รับคำขอพร้อมกับคำอธิบาย ตัวอย่างเช่น แอปสำหรับส่งข้อความอาจขอเข้าถึงรายชื่อของคุณเพื่อค้นหาเพื่อนที่ใช้แอปเดียวกัน หลังจากที่คุณให้หรือปฏิเสธการเข้าถึงแล้ว คุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงการเข้าถึงได้ในภายหลัง

  1. ไปที่ การตั้งค่า  > ความเป็นส่วนตัว

  2. แตะหมวดหมู่ของข้อมูล เช่น ปฏิทิน เตือนความจำ ไมโครโฟน หรือการเคลื่อนไหวและฟิตเนส

รายการจะแสดงแอปที่ขอเข้าถึง คุณสามารถเปิดใช้หรือปิดใช้การเข้าถึงสำหรับทุกแอปในรายการได้

ตรวจสอบว่าแอปใช้สิทธิ์ที่คุณให้อย่างไร

ไปที่ การตั้งค่า  > ความเป็นส่วนตัว แล้วแตะ รายงานความเป็นส่วนตัวของแอป (iOS 15.2 ขึ้นไป)

รายงานความเป็นส่วนตัวของแอปจะแสดงให้คุณทราบว่าแอปใช้งานสิทธิ์ที่คุณให้อย่างไร และจะแสดงกิจกรรมเครือข่ายของแอป

รายงานความเป็นส่วนตัวของแอปที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับห้าแอปสำหรับหมวดหมู่การเข้าถึงข้อมูลและเซ็นเซอร์ และข้อมูลเกี่ยวกับสามแอปสำหรับหมวดหมู่กิจกรรมเครือข่ายของแอป

ในการปิดใช้รายงานและลบข้อมูลของรายงาน ให้ไปที่ การตั้งค่า  > ความเป็นส่วนตัว > รายงานความเป็นส่วนตัวของแอป จากนั้นแตะ ปิดใช้รายงานความเป็นส่วนตัวของแอป คุณสามารถกลับมาที่หน้าจอการตั้งค่านี้เพื่อเปิดใช้รายงานอีกครั้งได้

ความคิดเห็นที่ 6

วิธีจัดการการอนุญาตแอปบนอุปกรณ์ OPPO ของคุณ

ทุกแอปพลิเคชันที่ติดตั้งบนสมาร์ทโฟน OPPO ของคุณอาจต้องการข้อมูลบางอย่างหรือต้องการเข้าถึงคุณสมบัติอื่น ๆ ของโทรศัพท์ของคุณ(ตำแหน่ง, รูปถ่าย, รายชื่อ เป็นต้น) คุณสามารถจัดการสิทธิ์เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ อ่านต่อเพื่อเรียนรู้วิธีจัดการสิทธิ์ของแอปอย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ


เหมาะสำหรับ: สมาร์ทโฟน OPPOทุกรุ่น

การจัดการสิทธิ์การใช้แอป

สำหรับ ColorOS 11: ไปที่ [ตัวจัดการโทรศัพท์] > [การอนุญาตสำหรับความเป็นส่วนตัว] > [จัดการการอนุญาต] จากรายการสิทธิ์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์, SMS, กล้อง และสิทธิ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ ให้แตะการอนุญาต จากนั้นแตะแอปที่คุณต้องการเปลี่ยนการอนุญาต แล้วเลือกอนุญาต, ปฏิเสธหรือถาม

สำหรับ ColorOS 3.1 ถึง ColorOS 7.2: ไปที่ [ตัวจัดการโทรศัพท์] > [การอนุญาตสำหรับความเป็นส่วนตัว] > [การอนุญาตแอป] แตะที่ "แอป" เลือกแอปและเลือกยอมรับ, ปฏิเสธหรือจำกัดการโทร, ข้อความ, อุปกรณ์และการอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัว

สำหรับ ColorOS 3.0: ไปที่ [ศูนย์กลางความปลอดภัย] > [การอนุญาตสำหรับความเป็นส่วนตัว] > [จัดการการอนุญาตแอป] จากรายการสิทธิ์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์, SMS, กล้อง และสิทธิ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ ให้แตะการอนุญาต จากนั้นแตะแอปที่คุณต้องการเปลี่ยนการอนุญาต แล้วเลือกอนุญาต, ปฏิเสธหรือถาม

ตัวเลือกการอนุญาต

คุณจะเห็นตัวเลือกการอนุญาต 3 ตัวเลือกที่คุณสามารถเลือกได้:

  • อนุญาต: แอปพลิเคชันใช้สิทธิ์ที่จำเป็นได้โดยไม่ต้องถามก่อน

  • ปฏิเสธ/ห้าม/ไม่อนุญาต: แอปไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้

  • ขอสิทธิ์: ทุกครั้งที่คุณเริ่มใช้แอป โทรศัพท์ของคุณจะแสดงกล่องคำถามเพื่อขอใช้สิทธิ์ที่ต้องการ 

  

หากแอปยังคงถามขอการอนุญาตอยู่

สำหรับ ColorOS 11: 

  1. ไปที่ [ตัวจัดการโทรศัพท์] > [การจัดการแอป] เลือกแอป > แตะที่ [การอนุญาตแอป] และอนุญาตสิทธิ์ที่ต้องการ

  2. รีสตาร์ทโทรศัพท์ OPPO ของคุณ และดูว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่

  3. ไปที่ [การตั้งค่า] > [การอัปเดตซอฟต์แวร์] และอัปเดตโทรศัพท์ของคุณให้เป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด


สำหรับ ColorOS 3.1 ถึง ColorOS 7.2: 

  1. ไปที่ [ตัวจัดการโทรศัพท์] > [การอนุญาตสำหรับความเป็นส่วนตัว] > [การอนุญาตแอป] แตะที่ "แอป" และอนุญาตสิทธิ์ที่ต้องการ

  2. รีสตาร์ทโทรศัพท์ OPPO ของคุณ และดูว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่

  3. ไปที่ [การตั้งค่า] > [การอัปเดตซอฟต์แวร์] และอัปเดตโทรศัพท์ของคุณให้เป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด


สำหรับ ColorOS 3.0:

  1. ไปที่ [การตั้งค่า] > [การตั้งค่าเพิ่มเติม] > [การจัดการแอปพลิเคชัน] แตะที่ "ทั้งหมด" เลือกแอปและอนุญาตสิทธิ์ที่ต้องการ

  2. รีสตาร์ทโทรศัพท์ OPPO ของคุณ และดูว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่

  3. ไปที่ [การตั้งค่า] > [การอัปเดตซอฟต์แวร์] และอัปเดตโทรศัพท์ของคุณให้เป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด

 

หากขั้นตอนข้างต้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ OPPO หรือนำโทรศัพท์ ใบเสร็จการซื้อ และบัตรรับประกันของคุณไปที่ศูนย์บริการลูกค้า OPPO ที่อยู่ใกล้เคียง

ความคิดเห็นที่ 7

เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานสมาร์ทโฟนในยุคนี้สมัยนี้ ขอแนะนำ 20 วิธีป้องกัน จากการโจมตีทางมือถือในยุค 2021 เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ถูกแฮก ขโมยข้อมูล ด้วยวิธีที่ไม่ยาก มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย !

Wi-Fi

1. อย่าเปิด auto-join สำหรับ Wi-Fi สาธารณะต่างๆ หรือเน็ตเวิร์คที่ไม่คุ้นเคย เช่น True Wi-Fi , Dtac Wi-Fi หรือ AIS Wi-Fi เป็นต้น ถ้าหากเปิด auto-join เอาไว้ มือถือของเราจะพยายามค้นหาพวก Wi-Fi ชื่อที่เราเคยเชื่อมต่อแล้วพยายามเชื่อมต่อแบบอัตโนมัติ ดังนั้น ถ้าพวกแฮกเกอร์มีการปล่อย Wi-Fi ปลอมออกมาล่อ มือถือเราจะเชื่อมต่อแล้วถูกขโมยข้อมูลผ่านระบบ Man in the Middle โดยอัตโนมัติ

2. พยายามปิด Wi-Fi เมื่อไม่ใช่งาน หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้

3. ไม่ควรส่งข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญ / sensitive ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่นข้อมูล user + password หรือ เลขบัตรเครดิตรวมถึงตัวเลขหลังบัตร เป็นต้น

แอปพลิเคชัน

4. ดาวน์โหลดและใช้งานแอปจากสโตร์ทางการเท่านั้น เช่น App Store หรือ Google Play Store เป็นต้น ถ้าไม่มีความจำเป็น อย่าติดตั้งแอพจากไฟล์ .apk หรือ .ipa ที่ได้มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

5. ก่อนดาวน์โหลด/ติดตั้งแอป อ่านคำอธิบาย อ่านรีวิวของแอปนั้นๆ ก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอปที่หน้าตาไม่คุ้น รวมถึงผู้พัฒนาที่ไม่รู้จักมาก่อน อ่านให้ดีก่อนว่ามันมีข้อจำกัดตรงไหนบ้าง มีรีวิวในเชิงลบมาก-น้อยแค่ไหน และรีวิวเขาพูดถึงแอปว่าอย่างไร

6. อัปเดตแอปให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้อัพเดตตัว security patch ล่าสุดของแอปนั้นๆ ด้วย

7. หากแอปนั้นๆ ไม่ได้รับการซัพพอร์ตจากสโตร์อย่างเป็นทางการแล้ว ให้ลบออกจากเครื่องซะ

8. อย่าให้สิทธิ์ administrator หรือสิทธิพิเศษที่เข้าถึงข้อมูลต่างๆ กับแอปง่ายๆ เรื่องนี้อยากให้คิดในแง่ร้ายเอาไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัย

เบราเซอร์

9. ระวังพวกโฆษณา แบนเนอร์ การแจกของรางวัล และการประกวด/การแข่งขันต่างๆ ที่ดูแล้วดีเกินจริง เพราะ มันมักจะนำไปสู่ phishing site ที่ดูเผินๆ เหมือนจะถูกกฎหมาย

10. อยากให้ใส่ใจ และสังเกต URL ให้ดี ว่า URL ที่กำลังจะเข้านั้น ถูกต้องอย่างที่มันควรจะเป็นหรือไม่ อาจเป็นเรื่องที่เสียเวลาหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าคุ้มค่าเสียเวลาและเพิ่มความมั่นใจว่าจะเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยขึ้นแน่ๆ

11. อย่าพยายามบันทึกข้อมูลการล็อคอิน เช่น user และ password เมื่อต้องใช้งานเบราเซอร์ เพราะ มีสิทธิ์ถูกแฮก ขโมย หรืออาจโดน hijack ด้วยการแอบมาใช้งานเครื่องแทนได้

Bluetooth

12. ปิดระบบ auto pairing เพื่อป้องกันการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ หรือเครื่องอื่นๆ ที่ไม่พึงประสงค์

13. ปิดบลูทูธเมื่อไม่ใช้งาน

Phishing ผ่าน SMS

14. อย่าไว้ใจข้อความที่พยายามจะให้คุณเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ทั้งสิ้น

15. ให้ระวังกลยุทธ์ล่อลวงแบบเดียวกับที่ใช้งานในแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Facebook , Messenger , Instagram เป็นต้น

16. ปฏิบัติแบบเดียวกับที่คุณควรทำกับการใช้งานอีเมล นั่นคือ คิดให้มากๆ ก่อนจะคลิ๊กเข้าลิงก์ใดๆ เสมอ

Voice + Email Phishing

17. อย่าพยายามตอบกลับคำขอข้อมูลทางการเงินส่วนบุคคล ทั้งทางโทรศัพท์และอีเมล ถ้าเกิดคุณสงสัยจริงๆ ให้โทรติดต่อตรงกลับไปยังธนาคาร หรือสถาบันการเงินนั้นๆ แทน โดยใช้หมายเลขที่ปรากฏอยู่หลังบัตร ATM , บัตรเครดิต หรือเอกสารแจ้งค่าใช้จ่ายรายเดือน

18. อย่าคลิ๊กลิงก์ในอีเมลเชิงพาณิชย์ที่ไม่ได้มีการร้องขอให้ทำการคลิ๊ก/จำเป็นต้องคลิ๊ก

19. จะพูดเกี่ยวกับข้อมูลทางบัญชีก็ต้องเมื่อคุณเป็นคนเริ่มต้นโทรไปก่อน และที่สำคัญ ให้คุยเฉพาะกับผู้รับสายที่เป็นคน หลีกเลี่ยงการพูดคุยกับระบบ (ถ้าเป็นไปได้)

20. ติดตั้งซอฟ์ทแวร์ที่สามารถบอกคุณได้ว่าคุณอยู่ในเว็บไซต์ที่ปลอดภัย หรือเว็บปลอม

วิธีป้องกัน ขโมยข้อมูล

เพียงปฏิบัติตาม วิธีป้องกัน ทั้ง 20 ข้อนี้ เชื่อว่าคุณจะสามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างปลอดภัย และสามารถป้องกันการโจมตีทางมือถือได้ ไม่ถูก ขโมยข้อมูล สำคัญ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายในระดับที่คาดไม่ถึง และจงมีสติทุกครั้งเมื่อได้รับการติดต่อ ที่ดูไม่น่าไว้วางใจ

Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :
#samsung ติดตั้ง apk ไม่ได้    #ติดตั้งแอพไม่ได้ samsung    #ติด ตั้ง แอ พ ที่ไม่รู้จัก samsung ไม่ได้    #ติด ตั้ง แอ พ ที่ไม่รู้จัก android 11    #การอนุญาตแอพ samsung    #ติด ตั้ง แอ พ ที่ไม่รู้จัก android 10    #ติดตั้งแอพที่ไม่รู้จัก oppo    #ติดตั้ง apk android 11 ไม่ได้    #เปิดสิทธิ์ใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล โทรออกไม่ได้    #ผู้ติดต่อ ต้องการสิทธิ์ใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล    #เปิดสิทธิ์ใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล ผู้ติดต่อ oppo    #เปิดใช้งานสิทธิ์การใช้โทรศัพท์ realme    #เปิดสิทธิ์ใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล คือ    #เปิดสิทธิ์ใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล oppo    #รายชื่อ ถูก ปฏิเสธ การ เข้าถึง ฟัง ก์ ชั่ น. จัด เก็บ ข้อมูล    #เจ้าของอุปกรณ์ไม่อนุญาตแอปนี้ realme    #เปิดสิทธิ์ใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล โทรออกไม่ได้ oppo    #เปิดสิทธิ์ใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล realme    #ปิดการเข้าถึงรายชื่อ    #ตั้งค่าการ เข้าถึง อุปกรณ์    #ติดต่อขออนุญาตจากเจ้าของอุปกรณ์    #การอนุญาตแอพ vivo    #ปิดการเข้าถึงข้อมูล facebook    #โปรแกรมป้องกันการแฮกข้อมูลมือถือ    #ปิดการเข้าถึงข้อมูล ios    #วิธีอนุญาต แอพ android    #เปิดสิทธิ์ใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล ผู้ติดต่อ    #ปิดการเข้าถึง iphone    #กดอนุญาตแอพไม่ได้    #เปิดใช้งานสิทธิ์การใช้โทรศัพท์ oppo    #หากต้องการใช้คุณสมบัตินี้ คุณต้องให้การอนุญาตในการตั้งค่า    #แอ พ เข้าถึง รูปภาพ ไม่ได้    #วิธีอนุญาต แอพ ios 15    #วิธีอนุญาต แอพ ios 14    #อนุญาตให้เข้าถึงรูปภาพ ios 14    #เปิดอนุญาตให้แอพขอติดตามไม่ได้    #ตั้งค่า การ เข้าถึง อุปกรณ์ iphone    #การจัดการโปรไฟล์และอุปกรณ์ ios 14    #อนุญาตให้เข้าถึงไมโครโฟน iphone    #การตั้งค่าบนอุปกรณ์แล้วอนุญาตให้ line เข้าถึง    #การอนุญาตให้เข้าถึง    #ตั้งค่าหน้าจอ vivo    #ปิดการเข้าถึงข้อมูล vivo    #การตั้งค่า เครื่อง vivo    #ตั้งค่าโทรศัพท์ใหม่ vivo    #เปิดการตั้งค่าโทรศัพท์    #การอนุญาตแอพ oppo    #เปิด แอ ป การตั้งค่า ในอุปกรณ์ android    #เจ้าของอุปกรณ์ไม่อนุญาตแอปนี้ oppo    #อนุญาต ติดตั้งแอพ    #การอนุญาตให้เข้าถึงกล้อง    #ตั้งค่าการ เข้าถึง อุปกรณ์vivo    #การตั้งค่าอนุญาตแอพ ios    #วิธีปิดกั้นข้อมูลโทรศัพท์    #เปิดสิทธิ์ใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล ผู้ติดต่อ realme    #ติด ตั้ง แอ พ ที่ไม่รู้จัก samsung   
หัวข้ออื่น ( ดูทั้งหมด )


สมัครแทงหวย กดตรงนี้