แก้ นิสัยขี้โกหก ทำอย่างไรได้บ้าง 2022

by NayNoy.Com Posted on 2022-05-05


ความคิดเห็นที่ 1

1. รับรู้ในสิ่งที่เขาเล่าว่าเป็นเรื่องโกหก แต่ไม่ต้องบอกให้เขารู้ตัว

เมื่อคุณเจอคนที่ชอบโกหกและคุณจับคำโกหกของเขาได้ แน่นอนว่าความน่าเชื่อถือของคนเหล่านี้ลดลง แต่คุณไม่จำเป็นต้องไปบอกว่าคุณรู้ว่าเขาโกหก เพราะคนเหล่านี้จะไม่ยอมรับและจะพยายามหาเหตุผลอื่น ๆ มาอ้าง เมื่อเป็นเช่นนี้ วิธีที่ดีที่สุดและคุณก็ไม่ได้คิดว่าต้องคบหากัน แต่ถ้าต้องเจอกันบ้างก็ขอให้ระลึกไว้เสมอว่าคำพูดของคน คนนี้ไม่สามารถเชื่อถือได้

2. คำโกหกของคนประเภทนี้สร้างความเดือดร้อนให้ใครไหม

คนโกหกนั้นมี 2 ประเภท ประเภทแรก คือ โกหกเพื่อที่จะเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ที่น่าขายหน้า แต่อีกประเภท คือ โกหกเพื่อตอบสนองความปรารถนาของตนเอง หรือมีเป้าหมายที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ถ้าเป็นคนโกหกในประเภทที่ 2 นี้มักนำมาซึ่งปัญหา และถึงเวลาที่คุณจะต้องดูว่า ควรจะจัดการอย่างไร ถ้าเขาสร้างปัญหาจนทำให้คุณเดือดร้อนก็ขอให้แจ้งตำรวจ เพราะกระบวนการนั้นจะนำสู่การพิจารณาบทลงโทษ และอาจหมายถึงการรักษาความเจ็บป่วยทางจิตของคนประเภทนี้ด้วย

3. ใช้วิธีพูดคุยส่วนตัวเพื่อแก้ปัญหา

ถ้าคุณคิดว่า คนยังมีความหวังดีให้อยู่บ้างกับคนที่ชอบโกหก และอยากเห็นเขากลับตัวได้ ลองคุยกับคนพวกนี้เป็นการส่วนตัว โดยบอกเขาว่าคุณรู้ความจริงและรู้ด้วยว่าเรื่องที่มาจากพวกเขานั้นเชื่อไม่ได้ ให้คุณลองคุยกับคนชอบโกหกเป็นการส่วนตัว ถามเขาถึงเหตุผลที่จะต้องโกหก และแรงกระตุ้นที่ทำให้เขามีพฤติกรรมแบบนี้ นอกจากนี้แล้ว จงให้โอกาสเขาอธิบายความจริง อย่าเพิ่งไปกล่าวหาใด ๆ เพราะคนลักษณะนี้จะเปลี่ยนเป็นหาข้อแก้ตัวมากกว่าจะบอกความจริงกับคุณ

4. ปรึกษาจิตแพทย์เพื่อรักษาพฤติกรรมที่ชอบโกหก

การปรึกษากับจิตแพทย์ เพื่อหาทางออกกับพฤติกรรมชอบโกหกนั้น เป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มีอาการในลักษณะนี้ แต่การรักษาให้หายนั้นอาจต้องใช้ระยะเวลานาน เพราะคนที่ชอบโกหกนั้นมีอาการผิดปกติทางบุคลิกภาพ พวกเขาใช้ชีวิตโดยปฏิเสธความจริง และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขากลายเป็นคนที่ชอบโกหก คนที่อยู่ใกล้ชิดมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะทำให้คนที่ป่วยด้วยอาการนี้หาย ด้วยการแสดงความเข้าอกเข้าใจและพาไปปรึกษาจิตแพทย์อย่างจริงจัง

5. ความโกรธ เกลียด หรือประจานไม่ทำให้พวกเขาหยุดการโกหกได้

หลายคนคิดว่า อาการโกหกของคนที่ชอบโกหกจะหยุดไปเอง ถ้าขุดเอาความจริงมาเปิดเผย และลงโทษเขาอย่างหนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ววิธีดังกล่าวจะทำให้คนที่ชอบโกหก หยุดการโกหกไว้เพียงชั่วขณะ ก่อนจะไปสร้างเรื่องโกหกใหม่ ๆ กับกลุ่มคนใหม่ ๆ แทน หนทางที่ดีที่สุดในการรับมือกับคนที่มีอาการแบบนี้คือ ทำความเข้าใจและทำให้เขาไว้ใจและหาทางที่จะพาพวกเขาไปหาจิตแพทย์เพื่อทำการบำบัด

ความคิดเห็นที่ 2

นิสัยขี้โกงเกิดจากอะไร

โดยทั่วไป เด็กมักเริ่มมีนิสัยขี้โกงเมื่ออายุประมาณ 5–8 ปี เพราะความคิดของเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี อาจยังไม่ซับซ้อนมากพอที่จะเข้าใจเรื่องความถูกต้องและความซื่อสัตย์ แต่อาจแสดงออกว่าไม่พอใจที่ตัวเองแพ้ ซึ่งอาจเกิดจากการอยากเป็นคนชนะในตานี้ เพื่อให้ได้เริ่มเล่นในตาถัดไป แต่เมื่อเด็กมีอายุได้ 5–7 ปี จะเริ่มมีความคิดอยากเอาชนะเพื่อน ๆ และหาวิธีโกงเพื่อให้ตัวเองได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

การขี้โกงอาจเกิดจากนิสัยของตัวเด็กเอง เช่น กลัวการแพ้และผิดพลาดเพราะเป็นเรื่องที่น่าอาย หรือกลัวความผิดหวัง จึงหาวิธีโกงเพื่อให้ตัวเองไม่ถูกเยาะเย้ยหรือต่อว่า หรือเด็กบางคนอาจมีนิสัยขี้เกียจ เช่น ไม่อยากทำการบ้านหรืออ่านหนังสือสอบ จึงใช้วิธีลัดอย่างการลอกเพื่อน

โดยผลการวิจัยหนึ่งระบุว่า เด็กในระดับชั้นมัธยมศึกษามักโกงข้อสอบเพื่อให้ตัวเองได้คะแนนดีเพื่อการเรียนต่อในอนาคต และการศึกษาหลายชิ้นยังพบว่าเด็กมีแนวโน้มโกงข้อสอบมากขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนหรือคนรอบตัวมีประวัติการโกงมาก่อน

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กมีนิสัยขี้โกงคือการเลี้ยงดูของพ่อแม่ บางครอบครัวอาจบังคับให้ลูกทำในสิ่งที่ไม่ชอบหรือไม่ถนัด และบางครอบครัวอาจตั้งความหวังกับลูกไว้สูงเกินไป ทั้งในด้านวิชาการและการทำกิจกรรม เช่น ต้องสอบได้เกรด 4 ทุกวิชา หรือต้องเป็นที่ 1 ในการแข่งขันทุกครั้ง 

สาเหตุเหล่านี้อาจทำให้ลูกเครียดจากการทำสิ่งที่ยากเกินความสามารถ หรือสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำ จึงไม่พยายามใช้ความสามารถของตัวเองลงมือทำ และใช้วิธีโกงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่พ่อแม่ต้องการ

เทคนิคสอนลูกให้ห่างไกลจากนิสัยขี้โกง

การสอนลูกไม่ให้มีนิสัยขี้โกงต้องเริ่มจากความเอาใจใส่ของพ่อแม่ในการสังเกตพฤติกรรมของลูกอย่างสม่ำเสมอ หากลูกเริ่มมีพฤติกรรมการโกงหรือพยายามเอาเปรียบคนอื่น ควรตักเตือนและสอนให้ลูกเข้าใจว่านิสัยขี้โกงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เช่น

  • พูดคุยและถามเหตุผลที่ทำให้ลูกมีความคิดหรือมีพฤติกรรมการโกง เพื่อทำความเข้าใจและปรับนิสัยของลูกอย่างตรงจุด เช่น หากลูกโกงการสอบเพราะทำข้อสอบไม่ได้ พ่อแม่อาจสอบถามเนื้อหาที่ลูกเรียนและสอนในจุดที่ลูกไม่เข้าใจ เพื่อให้ทำข้อสอบได้ดีขึ้น
  • ไม่ดุด่าลูกด้วยคำหยาบคายหรือเรียกลูกว่าเด็กขี้โกง ควรสอนลูกด้วยเหตุผลและไม่ลงโทษลูกอย่างรุนแรง เพื่อไม่ให้เกิดปมฝังใจที่ทำให้ลูกรู้สึกแย่ในการกระทำของตัวเอง หากเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี พ่อแม่ควรใช้คำพูดที่เข้าใจง่ายและไม่ดุด่าให้ลูกรู้สึกกลัว โดยควรสอนทันทีที่ลูกพฤติกรรมหรือนิสัยที่สื่อถึงความขี้โกง
  • สอนให้ลูกเข้าใจถึงผลเสียของการโกง โดยเน้นว่าการโกงเป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจทำให้ตัวเองและคนอื่นได้รับความเดือดร้อน
  • ฝึกลูกให้มีทักษะการรับมือกับความล้มเหลว การแพ้ชนะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในทุกการแข่งขัน หากครั้งนี้ไม่ได้เป็นผู้ชนะก็ยังมีโอกาสฝึกฝนและปรับปรุงข้อบกพร่องของตัวเองให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป
  • ไม่ตั้งความหวังกับลูกไว้สูงเกินไปและไม่บังคับให้ลูกทำในสิ่งที่ไม่ชอบหรือไม่ถนัด เพราะจะทำให้รู้สึกเครียดและกดดันตัวเองมากขึ้น
  • ควรให้กำลังใจลูกบ่อย ๆ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร หากพ่อแม่เข้าใจและเห็นความพยายาม จะทำให้ลูกภูมิใจในความสามารถและมองเห็นคุณค่าในตัวเอง
  • เป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูก เช่น เมื่อพ่อแม่เป็นฝ่ายแพ้ในการแข่งเกมหรือกีฬา อาจบอกลูกว่าครั้งนี้ลูกชนะเพราะความพยายามและความสามารถ ครั้งหน้าพ่อแม่จะพยายามให้มากขึ้นเช่นกัน 

นิสัยขี้โกงในเด็กแก้ไขได้ โดยให้เวลาเด็กในการเรียนรู้และปรับเปลี่ยนนิสัยของตัวเอง พ่อแม่ควรสอนลูกด้วยความเข้าใจและไม่ใช้อารมณ์ตัดสินเมื่อลูกทำผิด อย่างไรก็ตาม หากลูกโตพอที่จะเข้าใจเรื่องความถูกต้องและความซื่อสัตย์ได้ดี แต่ยังมีพฤติกรรมการโกงอย่างต่อเนื่องหรือบ่อยครั้ง พ่อแม่ควรพูดคุยกับคุณครูที่โรงเรียนและปรึกษาจิตแพทย์เพื่อช่วยในการปรับพฤติกรรมของลูกอย่างเหมาะสมต่อไป

ความคิดเห็นที่ 3

1.รู้ให้ทันเสมอ
ถ้าคุณมีคนรักที่ชอบโกหกบ่อยครั้ง สิ่งที่คุณควรทำมากที่สุดคือการรู้ให้ทันเสมอ ยิ่งคบกันนานมากเท่าไหร่เชื่อว่าคุณจะเริ่มเรารู้ทัน ทั้งในเรื่องของการพูด, พฤติกรรม การแสดงออกต่าง ๆ หรือแม้แค่การกระพริบตา เหงื่อออก หรือท่าทางที่ผิดปกติ คุณจะรู้ได้ทันทีว่าแฟนของคนนั้นเริ่มโกหกอีกแล้ว เพียงแค่คุณรู้ทันแล้วลองป้อนคำถามที่เกี่ยวกับการโกหกของเขาเรื่อย ๆ เชื่อว่าไม่นานสิ่งที่โกหกไว้แตกออกมาแน่นอน ยิ่งคุณรู้ทันเขามากเท่าไหร่ แม้ว่าจะลื่นเป็นปลาไหล ก็เชื่อว่าต้องรู้สึกเกรงใจคุณมากขึ้นแน่นอน

2.นิ่งสยบความเคลื่อนไหว
เมื่อรู้ว่าสิ่งที่คนรักพูดออกมาเป็นเรื่องโกหก พฤติกรรมที่คุณควรทำคือนิ่งสยบความเคลื่อนไหว ไม่จำเป็นต้องโวยวาย โกรธ หรือโมโหใด ๆ ให้คนรักของคุณเห็น ซึ่งคนที่รู้สึกว่าตัวเองพูดโกหกแล้วแฟนจับได้แต่กลับยังคงนิ่ง ไม่พูดอะไร และไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น จะยิ่งทำให้คนนั้นรู้สึกกังวลและสิ่งที่โกหกก็จะเผยออกมาได้ง่ายเลยทีเดียว


3.เก็บหลักฐานให้แน่น
ถ้าคุณต้องการเอาคืน ให้เก็บหลักฐานที่แฟนของคุณโกหกไว้ให้ดี ไม่ว่าจะเป็นภาพ คลิป วีดีโอ หรือเสียง รวมไปถึงพยานรอบด้าน ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ให้คุณพูดเคลียร์พร้อมหลักฐานและพยาน จากนั้นก็บอกเลิกได้เลย สำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาถ้าเจอเหตุการณ์นี้เขาไปมีช็อก! แน่นอน

4.ไม่หวั่นไหวง่าย
เมื่อใดที่แฟนโกหกคุณแล้วรู้ว่าถูกจับได้ พร้อมกับการมาขอโทษ สัญญาว่าจะไม่ทำอีก สิ่งที่คุณควรทำคือไม่หวั่นไหวไปกับคำสัญญานั้นง่าย ๆ ไม่ควรให้อภัยเร็วเกินไป โดยเฉพาะคนที่โกหกมาแล้วหลายรอบ ยิ่งให้อภัยก็ยิ่งโกหกต่อแบบไม่มีหยุดแน่นอน ดังนั้นตั้งใจไว้ไม่ให้ตัวเองหวั่นไหวง่ายต่อคำขอโทษที่อาจจะเป็นคำโกหกด้วยเช่นกัน


5.จัดการให้เด็ดขาด
ถ้าคุณคิดว่าไม่ไหวจริง ๆ ต่อพฤติกรรมของการโกหกที่มีมากขึ้นและไม่เคยหายไป ทั้งยังส่งผลกระทบต่อชีวิตรักของทั้งคู่ สิ่งที่ควรทำคือการตัดสินใจให้เด็ดขาด ไม่จำเป็นต้องเห็นแก่ใคร แต่ควรเห็นแก่ตัวคุณเองให้มาก ๆ ไม่เช่นนั้นการอยู่ร่วมกับคนที่ชอบโกหกบ่อย ๆ ก็จะพาให้คุณต้องนั่งช้ำใจและอาจกลายเป็นคนหวาดระแวงยาวไปเลยทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 4

ถึงเด็กจะไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก แต่หัวจิตหัวใจของเด็กไม่ได้แตกต่างจากผู้ใหญ่เท่าไหร่นัก วันนี้เราจึงมาพูดกันถึงเรื่อง “การพูดความจริง”  ผู้ใหญ่เองบางครั้งก็รู้สึกว่าการพูดความจริงก็ไม่ง่ายเอาเสียเลย เพราะเรากลัวสิ่งที่จะตามมาเมื่อผู้ฟังหรือผู้รับสารได้รับรู้เรื่องที่เราพูด เรากลัวผู้ที่ฟังหงุดหงิด กังวลว่าฟังแล้วจะไม่พอใจ ไม่สบายใจ กลัวผู้ฟังบางคนจะรับไม่ได้ กลัวการขัดแย้ง หรือแม้กลัวว่าจะถูกดุด่าว่าร้าย รวมถึงการกลัวถูกลงโทษ จึงไม่น่าสงสัยว่าทำไม เด็กๆ ชอบพูดโกหก ไม่พูดความจริงในบางเรื่องบางเหตุการณ์

ทำไมเด็กบางคนชอบพูดโกหก

ก่อนอื่นต้องพิจารณาช่วงอายุของเด็กก่อน ถ้าเด็กอยู่ในช่วง 2 – 6 ขวบ อาจยังไม่สามารถแยกแยะอะไรจริง อะไรไม่จริง รวมถึงอาจมีปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล สมาธิสั้น และอย่างที่กล่าวตั้งแต่ต้นว่าเด็กๆ กลัวที่จะได้รับการตอบสนองในแง่ลบทั้งกับตัวเองและคนอื่นๆ พูดความจริงแล้วอาจทำให้ตัวเอง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้ง 2 ฝ่าย ผิดหวัง เสียใจ ไม่พอใจ โกรธ หรือมีความรู้สึกในแง่ลบ จึงเลือกที่จะพูดแล้วทำให้คุณพ่อคุณแม่ หรือคนอื่นๆ สบายใจ ไม่โกรธ ไม่ดุด่า

พ่อแม่จะมีอิทธิพลต่อลูกอย่างไร

พ่อแม่ควรรับฟังเรื่องราวของลูก เมื่อลูกมาเล่าว่าทำอะไรผิดมา อย่าไปตำหนิติเตียนทันที ในทางกลับกันให้รับฟังก่อน ให้ชื่นชมที่ลูกกล้าและยอมพูดความจริง  ลูกจะได้เรียนรู้ว่าเขาสามารถพูดความจริงได้ ไม่ต้องปิดบัง จนพฤติกรรมดีๆ นี้ก็จะกลายเป็นธรรมชาติและนิสัยที่ดีติดตัวไป และจะดียิ่งขึ้นเมื่อคุณได้ถามวิธีแก้ปัญหาครั้งนั้น โดยอาจช่วยลูกวางแผนร่วมกันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร หรือจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก

จะทำอย่างไรให้เด็กๆ กล้าที่จะพูดความจริง

พ่อแม่ ปูย่า คุณครูที่โรงเรียนคงสอนเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ดังนั้นการบ่มเพาะสอนให้เด็กรู้จักคุณธรรมศีลธรรม การสอนหรือยกตัวอย่างสิ่งที่ดีและไม่ดี มีบาปบุญคุณโทษ ความซื่อสัตย์ เป็นสิ่งที่ดี แต่จะให้ดีขึ้นและเด็กจดจำไว้ประพฤติปฏิบัติให้คุ้นเคยด้วย คือควรให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้จากสิ่งที่ทำ และเมื่อเขาโตขึ้น พฤติกรมมและนิสัยที่ดีจะติดตัวเขาไป รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร แต่อย่าลืมว่าพ่อแม่ผู้ปกครองมีผลกับเด็ก เราจึงมีส่วนให้เกิดนิสัยที่ซื่อสัตย์ต่อความจริงด้วย ในขณะเดียวกันผู้ปกครองควรสื่อสารให้เด็กรับรู้ว่าการโกหกเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ แต่ไม่ต้องตำหนิหรือลงโทษรุนแรงจนลูกรู้สึกกลัวที่จะพูดความจริง

วิธีปราบ ลูกชอบโกหก

  1. พ่อแม่ต้องเปลี่ยนวิธีการพูด ทำให้ลูกไว้ใจ เช่น เมื่อลูกทำจานระบายสีหกเลอะเทอะ พ่อแม่อาจพูดกับลูกว่า “แม่เห็นลูกทำสีหก ลูกไปหาผ้ามาเช็ดพื้นหน่อย พื้นจะได้ไม่เลอะ เดี๋ยวลูกลื่นสีหกล้มนะ” ดีกว่าที่จะต่อว่า “ลูกทำอะไรน่ะ” เพื่อไม่ให้ลูกปฏิเสธ
  2. อย่าตำหนิ ด่า ต่อว่ารุนแรง หรือลงโทษอย่างรุนแรงเมื่อลูกทำผิด ให้คุยกันด้วยเหตุผลอย่างที่กล่าวตั้งแต่ต้น เพราะจะได้ไม่ทำให้เด็กปิดบังความผิด เพราะบางครั้งเด็กอาจจะกลัวที่จะถูกลงโทษ สร้างพฤติกรรมโกหกให้ตัวเอง จะทำให้เด็กกลายเป็นคนชอบโกหกมากขึ้น
  3. ห้ามใจอ่อน อย่าโอ๋หรือเข้าข้างลูกเมื่อลูกผิดหรือลูกโกหก แต่ให้ยกตัวอย่างให้ลูกฟังว่าคนทำดีได้อะไร ให้ลูกมองเห็นผลลัพธ์ของทั้งความดีและไม่ดี คนทำไม่ดีจะไม่มีคนรักและไม่มีใครอยากยุ่งด้วย
  4. ฝึกความรับผิดชอบ ง่ายที่สุด คือ การตรวจเช็คการบ้าน หรืองานของโรงเรียน อาจถามคุณครูว่าลูกมีงานอะไรบ้าง พอกลับถึงบ้านก็ให้ลูกทำให้เสร็จก่อน จากนั้นค่อยให้รางวัลโดยอนุญาตให้ลูกได้ทำกิจกรรมที่ต้องการ เมื่อลูกได้ทำอย่างที่ต้องการก็จะรู้สึกสบายใจ ถือว่าปลูกฝังความรับผิดชอบไปในตัว และลูกก็ไม่จำเป็นต้องโกหกพ่อแม่ หรือห่วงหน้าพะวงหลัง จะได้ทำกิจกรรมอย่างที่ต้องการแบบสบายใจ ไม่ต้องกังวล
  5. ให้รางวัล พูดชมเชย ให้แรงเสริมเวลาที่ลูกพูดตรงกับความจริง ชมเชยในคุณสมบัติของความซื่อสัตย์ เช่น แม่ชอบที่ลูกพูดความจริง ชอบที่ลูกเป็นคนซื่อสัตย์ ให้ลูกรู้ว่าความซื่อสัตย์เป็นเรื่องสำคัญมาก ลูกจะได้รับการยกย่อง และมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา และอาจขยายผลลัพธ์ของการโกหกให้ลูกฟังอีกว่าการโกหกจะทำลายความเชื่อมั่น ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่ใครจะมาเข้าใจเราอีก จะทำให้ลูกอยากเป็นคนชื่อสัตย์และพูดความจรัง
  6. ข้อนี้ถือว่าสำคัญที่สุด คือ พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ไม่โกหกใครให้ลูกเห็น เพราะอาจจะทำลูกเลียนแบบจนเป็นนิสัย

ท้ายนี้ พ่อแม่อาจต้องสังเกตว่าลูกมีอาการป่วยทางจิตร่วมด้วยหรือไม่ ซึมเศร้าหรือไม่ มีความบกพร่องของสติปัญญาหรือเปล่า หรือมีปัญหาเรื่องภาษา  เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้อาจจะพูดโกหกออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ที่พูดออกมาเพราะสาเหตุจากการป่วย ซึ่งหากสังเกตว่าลูกโกหกบ่อย หรือมีภาวะไม่ปกติที่กล่าวมา ควรพามาพบกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเพื่อวางแผนดูแลต่อไป

ความคิดเห็นที่ 5

ราจะช่วยผู้ที่โกหกจนเป็นนิสัยได้อย่างไร

สำหรับผู้ใหญ่ อาการของภาวะโกหกจนเป็นนิสัยอาจเป็นอาการที่รักษาได้ยาก เนื่องจากการโกหกได้กลายมาเป็นนิสัยที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติไปเสียแล้ว การโกหกสามารถกระตุ้นศูนย์กลางในสมองที่เกี่ยวกับ “การรับมือกับความเสี่ยงและการให้รางวัล” ซึ่งหมายความว่าความตื่นเต้นของการโกหกและความรู้สึกภูมิใจจากความสำเร็จในการโกหกโดยไม่ถูกจับได้ สามารถกลายมาเป็นการเสพติดได้ และการเสพติดประเภทนี้เมื่อรวมกับปัญหาสุขภาพจิตอื่นที่ซ่อนอยู่ สามารถทำให้คนเหล่านี้อาจไม่ยอมเข้ารับการรักษาได้ด้วยตนเอง

ดังนั้น เพื่อนๆ และสมาชิกครอบครัวจึงเป็นผู้ที่สามารถช่วยเหลือ และเป็นแรงสนับสนุนสำคัญสำหรับผู้กำลังเผชิญความทุกข์กับภาวะนี้ ซึ่งหากคุณกำลังพยายามที่จะพูดคุยกับคนที่คุณรักเกี่ยวกับปัญหาการโกหกของพวกเขา สิ่งสำคัญบางเรื่องที่ควรจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเหล่านี้ อาจสามารถช่วยคุณในการสื่อสารกับพวกเขาให้ดีขึ้นได้

  • นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว จำไว้ให้ดีว่าคำโกหกของคนที่มักโกหกจนเป็นนิสัยไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงคุณเป็นการเฉพาะ แต่มันเป็นสิ่งที่คนเหล่านี้ไม่อาจห้ามหรือควบคุมตัวเองได้ และมักต้นเหตุเชื่อมโยงกับปัญหาทางจิตใจบางอย่าง
  • ให้การสนับสนุนและมีจุดยืนที่หนักแน่น เป็นเรื่องง่ายมากที่คุณจะหงุดหงิดแล้วก็อารมณ์เสียเวลาที่เผชิญหน้ากับการโกหกอย่างต่อเนื่อง แต่การโมโหไม่ช่วยอะไร และอาจส่งผลในทางตรงกันข้าม ดังนั้นยืนยันจุดยืนของคุณ แต่อย่าใช้อารมณ์
  • อย่ามีส่วนร่วมในการโกหก หากคนที่คุณรักเริ่มโกหก คุณสามารถถามคำถามที่จะช่วยหักล้างคำโกหก หรือปฏิเสธที่จะพูดคุยด้วยต่อจนกว่าจะนำความจริงมาพูดคุยกัน ให้พวกเขาได้รู้ว่าคุณยินดีจะสนับสนุนเขา แต่ไม่ยินดีที่จะคล้อยตามคำโกหกใดๆ
  • สนับสนุนให้รับความช่วยเหลือจากมืออาชีพ การแสดงความห่วงใยโดยไม่ตำหนิหรือตัดสินเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้คนที่คุณรักรู้ว่า คุณห่วงใยในตัวเขาอย่างแท้จริง การช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับกับการโกหกจนเป็นนิสัยและความสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ รวมถึงแนวทางในการแก้ไขและรักษาภาวะนี้ อาจเป็นประโยชน์ในการช่วยพวกเขาในการตัดสินใจที่จะรับการรักษา
Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :
#วิธี แก้ การ ไม่ ตรงต่อเวลา    #โทษของการไม่ตรงต่อเวลา    #พฤติกรรมการตรงต่อเวลา    #การตรงต่อเวลาในสังคม    #หลักธรรมการตรงต่อเวลา    #แบบ ทดสอบ การ ตรงต่อเวลา    #บทความ ตรงต่อเวลา    #วิธีการตรงต่อเวลา    #โกหก จิตแพทย์    #แก้ นิสัยขี้โกหก    #พฤติกรรมโกหก    #แคปชั่นการโกหก    #ข้อคิด เรื่องการโกหก    #แก้ โกหก    #การโกหก ข้อเสีย    #การโกหกคือ    #พฤติกรรม การโกหก และวิธี แก้ไข    #วิธีจับผิดคนโกหก ทางแชท    #การโกหก เกิดจาก อะไร    #โกหกจนชิน    #การพูดโกหก    #ทําอย่างไร เมื่อลูกวัยรุ่นโกหก    #การโกหก ธรรมะ    #ลูกโกหก ทําอย่างไร    #เรื่องสั้น นิทานโกหก    #นิทาน เกี่ยว กับการพูดความจริง    #นิทานเกี่ยวกับการโกหก    #แก้กรรมโกหก    #การโกหก ที่ดี    #การไม่พูดโกหก    #โกหก ดี ไหม    #นิทาน เกี่ยวกับ การพูดคำหยาบ    #ไม่พูดโกหก    #โทษของการพูดโกหก    #ทำไม เด็ก ถึงโกหก    #วิธี แก้นิสัย ไม่ตรงต่อเวลา    #วิธีรับมือกับคน เจ้าเล่ห์    #วิธี แก้ คนขี้เหนียว    #ลักษณะคนเจ้าเล่ห์    #เรา เป็นคน เจ้าเล่ห์ ไหม    #ความคิดเห็น เกี่ยวกับการโกง    #ศิลปะการอยู่ร่วมกับคน เห็นแก่ ตัว    #นิสัย คน ใจดำ    #วิธี แก้ นิสัย เจ้าเล่ห์ ขี้ โกง    #วิธี แก้ คนโกหก    #อย่าโกหกจนเป็นนิสัย   
หัวข้ออื่น ( ดูทั้งหมด )


สมัครแทงหวย กดตรงนี้