แฟนชอบโกหก เรื่องเล็กๆน้อยๆ 2022

by NayNoy.Com Posted on 2022-05-05


ความคิดเห็นที่ 1
มันอยู่ที่ว่า คำว่าเล็กๆน้อยๆ แฟนเราตีความไปแค่ไหน
เช่นเล็กๆน้อยๆของเขา คือการมีลูกมีเมียแล้ว อะไรแบบนี้ มันคือเรื่องใหญ่ของเรา
หรือเล็กๆน้อยๆของเขาคือการฉ้อโกงทรัพย์สินเรา ลักทรัพย์เราโดยไม่ได้รับอนุญาต อันนี้ก็เรื่องใหญ่ของเรา
คิดว่าทำใจให้อยู่ด้วยยาก
แต่ถ้าเล็กๆน้อยๆ ในความเห็นเขา และความเห็นเราด้วย เช่น เขาไปเที่ยวกับเพื่อนแต่โกหกว่าไปทำงาน อันนั้นก็พออภัยนะ ทำไงได้ล่ะ รักไปแล้วนี่
ความคิดเห็นที่ 2
ผมก็ว่าเขาไปแล้วครับเรื่องแค่นี้ทำใมต้องโกหก คือเขาแอบไปซื้อของที่เขาอยากได้ แล้วแอบใว้กัวผมรู้ พอผมมาเจอเขาก็ยอมบอก เขาบอกที่ไม่อยากบอกเพราะกลัวผมบ่น ผมบอกไปว่าถ้ามันสมเหตุสมผลจริงๆผมก็ไม่ว่าหรอก
ความคิดเห็นที่ 3
ถ้าเป็นคนชอบโกหกแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ คงไม่เลือกมาเป็นแฟนตั้งแต่แรก

มันแสดงให้เห็นว่าเป็นคนปากอย่างใจอย่าง หาความจริงใจไม่ได้

เรื่องเล็กยังโกหก แล้วเรื่องใหญ่คงปิดปังจนกลายเป็นปัญหาใหญ่โตที่ทำลายครอบครัวได้
ความคิดเห็นที่ 4
เรื่องโกหก เป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ค่ะ ..ขนาด white lie ยังไม่ควรทำเลยด้วยซ้ำ ( ยกเว้นกรณีจำเป็นจริงจริ๊ง
เช่น แม่สามีเป็นโรคหัวใจ พูดเรื่องจริงเดี๋ยวช๊อคตาย...อะไรประมาณนี้ค่ะ )

เพราะการเริ่มต้นโกหก หรือปิดบังเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ..ส่วนหนึ่งเจ้าตัวเค้าก็รู้ว่า เค้าทำไม่ถูก
หรืออย่างน้อยก็รู้ว่า ต้องไม่ถูกใจอีกฝ่าย
แต่มันสะท้อนว่าเค้าไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง เลยหลบๆ ซ่อนๆ ทำ
ซึ่งเรื่องแบบนี้ถ้าทำได้สักครั้ง จะเกิดการเสพติด คือย่ามใจ และอาจหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าอีกฝ่ายไม่รู้เรื่อง ปล่อยให้เลยเถิด ต่อไปอาจลุกลามบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องคอขาดบาดตายก็ได้

เช่น อยากได้ของแบรนด์เนมที่รู้ทั้งรู้ว่าเกินความจำเป็น เกินฐานะของตัวเอง แต่ความอยากไม่เคยปราณีใคร
..รูดบัตรเครดิต สอยมาซะ
ทำครั้งแรกๆ หาเงินจ่ายบัตรทัน ..ก็สบายๆ ย่ามใจ ..รูดเพลิน ทีนี้ถ้าทำไปทำมา ไม่มีปัญญาจ่าย หนี้สินท่วม
ก็เรื่องใหญ่ล่ะค่ะ กว่าความจะแตก เรื่องไปไกลแล้ว ..

..ก็ลองคุยกับแฟนคุณดูค่ะ  ทำความเข้าใจกัน ถ้ายังรักที่จะคบกัน และสานสัมพันธ์ ถึงขั้นร่วมหอลงโรง
( ไม่ใช่ ลงโลงนะ ^^ )
พี่ว่าต่างคน ต่างมีเหตุผลค่ะ คุณก็ต้องพิจารณาตัวเองด้วยว่าคุณตึงเกินไปมั้ย เข้มงวดเกินไปหรือเปล่า
บางทีเราหวังดี เพราะไม่อยากให้เค้าสุรุ่ยสุร่าย เป็นแม่กระเชอก้นรั่ว
แต่ถ้าโน่นก็ไม่เคยได้  นี่ก็ไม่เคยให้ ..เค็มเกิ๊น.. เค้าก็คงอึดอัดเหมือนกัน ..เลยต้องหาทางออกด้วยการโกหก
ความคิดเห็นที่ 5
โกรธค่ะ และระวังนะคะ เพราะอย่างเราพอเรื่องมันสะสมๆมากๆเข้า เราจะเงียบ แล้วจะหายไปจากชีวิตเลย แม้ว่าการโกหกมันจะเล็กน้อย แต่มันบ่อย เมื่อมันบ่อยแสดงว่ามันคือนิสัยของคุณ ซึ่งเราเป็นคนไม่ชอบเปลี่ยนแปลงคนอื่น ในเมื่อนิสัยเค้าเป็นแบบนี้ เราจากมาดีกว่าค่ะ เพราะเถียงไปทะเลาะไป นิสัยคือนิสัยค่ะ เปลี่ยนกันยาก
ความคิดเห็นที่ 6
ถ้าเรื่องซุกของนี่ผมว่าเป็นธรรมชาติผู้หญิงนะ สำหรับผมไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่ ยกเว้นซื้อจนหมดตัว อันนั้นถือว่าเรื่องใหญ่
แต่ถ้านิดๆหน่อยๆ ถือว่าเป็นสิ่งบันเทิงในชีวิตเขาครับ เหมือนเราเองยังแอบซื้อซีดีมาเยอะแยะ เรื่องใหญ่ในชีวิตยังมีให้ปวดหัว
อีกเยอะครับ
ความคิดเห็นที่ 7
แฟนเราโกหกค่ะ บอกว่าไม่ได้ไปกินข้าวข้างนอก แต่เราไปหารูปมาได้ว่าไปกินกับคนอื่นแต่ก็โกหก จับได้ก็ไม่สำนึกหรือขอโทษ

ตอนหลังเราเลยทำบ้าง ไปคลีนิคทำทรีตเม้นท์ผิวหน้าแต่เราไม่บอก ไม่ได้โกหกนะคะ แต่ไม่บอก ถ้าบอกก็ต้องฟังคำบ่น แค่บอกว่าจะฉีดสิว1เม็ดยังบ่น รู้สึกรำคาญค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
เป็นเหมือนกันเลย รู้สึกว่าเขาโกหกบ่อยมากเกินจะเข้าใจแล้ว
มีครั้งนึงที่จับโกหกได้ตัวเบอเร่อ แต่ก็อ้างว่าไม่อยากทะเลาะกับเราเลยโกหก สุดท้ายก็จบที่ทะเลาะเมื่อโกหก  เราไม่เคยโทรหาเวลาที่เค้าทำงานเลย จะโทรไปเฉพาะที่สำคัญจริงๆ เราเห็นคู่รักอื่นโทรถามไถ่กันระหว่างวันที่พักทานข้าว จนตัวเองรู้สึกว่าคู่จองเราผิดปกติไหม เราเคยลองโทรหาเค้าแต่เค้าไม่เคยจะรับทันทีเลย หรือรับสายแล้วก็เออๆ และอ้างติดงานตลอด หลังจากนั้นเราก็ไม่โทร รอเจอกันตอนเลิกงานเท่านั้น เราแต่งงานกันเเล้ว หลังจากแต่งงานเค้าเป็นตัวเองมากขึ้น ไปสังสรรค์ทุกวัน โกหกพาลูกค้าไปบ้างรับนายบ้าง มาจับได้ด้วยความบังเอิญ เรายิ่งรู้สึกแย่ลง มานั่งพูดคุยกันจะไปไหนให้บอกตามตรง หลังจากนั้นเขาขอไปกินเลี้ยงบ่อยขึ้น แรกๆเราก็เข้าใจเขาอุตส่าห์บอกเราแล้วไม่ติดอะไร แค่เขาไปถี่ขึ้นไปทุกสัปดาห์และบางสัปดาห์ไปบ่อยมาก และกลับเช้าบ่อย เคยโทรตามตอนตี4 แค่เค้าไม่เคยรับสายเลย เขาอ้างว่าเมามากหลับที่บ้านเพื่อน เป็นแบบนี้บ่อยมากจนเริ่มทะเลาะใหญ่โต ทะเลาะกันทีเขาก็ปรับปรุงแต่ก็วนหลูบกลับเป็นคนๆเดิม โกหก จับได้ จนถึงตอนนี้เราเริ่มจะหมดความศรัทธาแล้ว  มีเรื่องตามมาเขามีหนี้สินโผล่มามากมายโดยที่เราไม่รู้มาจากไหน เราเหนื่อยมากตอนนี้ พยายามเข้าใจถึงที่สุดเเล้ว แต่เค้าบอกเราว่าทำตัวน่าเบื่อเองเค้าถึงไม่อยากอยู่ ถึงต้องไปกินเหล้า ขอถามคุณผู้ชายเถอะค่ะถ้าวันนึงคนที่คุณเคยรักแต่มาถึงวันที่คุณไม่เหมือนเดิมแล้ว ก็บอกเค้าไปตรงๆเถอะค่ะ อย่าอ้างเหตุผลแบบนี้เลย ผู้หญิงทุกคนก็ไม่ได้ใจเสาะหากคุณจะจากไป แต่คนที่ขี้ขลาดน่าจะเป็นคนประเภทนี้ที่กลัวว่าบอกความจริงไปแล้วพวกคุณจะอยู่ไม่ได้ เพราะพวกคุณรู้คนอย่างพวกคุณไม่มีใครเอาแล้ว เลยได้โกหกจนติดเป็นนิสัย แถๆไปวันเพียงแค่กลัวจะไม่มีใครเอาแล้วใช่ไหม การโกหกอาจเป็นเรื่องดีในบางเรื่องแต่ถ้าโกหกคนที่รักคุณได้ คุณลืมคิดไปแล้ว ว่าความรักเกิดจากความรู้สึกรัก ชื่นชม ศรัทธา แล้วความรู้สึกนี้หมดลง คุณก็ต้องหาคนที่ศรัทธาคุณใหม่อีกครั้ง ความรู้สึกก็คงเหมือนแก้วที่แตกไปแล้วนั่นเอง
ความคิดเห็นที่ 9

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องคนรักชอบโกหก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องความเจ้าชู้ที่โกหกซ้ำซากจนน่าเหนื่อยใจ ทำให้คุณรู้สึกเบื่อหน่ายกับปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงขอแนะนำ 5 วิธีเด็ดรับมือคนรักชอบโกหก เพื่อให้เขาได้รู้ตัวและคุณเองจะได้แก้เผ็ด พร้อมดัดนิสัยเขาไปในตัว ดังนี้


1.รู้ให้ทันเสมอ
ถ้าคุณมีคนรักที่ชอบโกหกบ่อยครั้ง สิ่งที่คุณควรทำมากที่สุดคือการรู้ให้ทันเสมอ ยิ่งคบกันนานมากเท่าไหร่เชื่อว่าคุณจะเริ่มเรารู้ทัน ทั้งในเรื่องของการพูด, พฤติกรรม การแสดงออกต่าง ๆ หรือแม้แค่การกระพริบตา เหงื่อออก หรือท่าทางที่ผิดปกติ คุณจะรู้ได้ทันทีว่าแฟนของคนนั้นเริ่มโกหกอีกแล้ว เพียงแค่คุณรู้ทันแล้วลองป้อนคำถามที่เกี่ยวกับการโกหกของเขาเรื่อย ๆ เชื่อว่าไม่นานสิ่งที่โกหกไว้แตกออกมาแน่นอน ยิ่งคุณรู้ทันเขามากเท่าไหร่ แม้ว่าจะลื่นเป็นปลาไหล ก็เชื่อว่าต้องรู้สึกเกรงใจคุณมากขึ้นแน่นอน

2.นิ่งสยบความเคลื่อนไหว
เมื่อรู้ว่าสิ่งที่คนรักพูดออกมาเป็นเรื่องโกหก พฤติกรรมที่คุณควรทำคือนิ่งสยบความเคลื่อนไหว ไม่จำเป็นต้องโวยวาย โกรธ หรือโมโหใด ๆ ให้คนรักของคุณเห็น ซึ่งคนที่รู้สึกว่าตัวเองพูดโกหกแล้วแฟนจับได้แต่กลับยังคงนิ่ง ไม่พูดอะไร และไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น จะยิ่งทำให้คนนั้นรู้สึกกังวลและสิ่งที่โกหกก็จะเผยออกมาได้ง่ายเลยทีเดียว


3.เก็บหลักฐานให้แน่น
ถ้าคุณต้องการเอาคืน ให้เก็บหลักฐานที่แฟนของคุณโกหกไว้ให้ดี ไม่ว่าจะเป็นภาพ คลิป วีดีโอ หรือเสียง รวมไปถึงพยานรอบด้าน ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ให้คุณพูดเคลียร์พร้อมหลักฐานและพยาน จากนั้นก็บอกเลิกได้เลย สำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาถ้าเจอเหตุการณ์นี้เขาไปมีช็อก! แน่นอน

4.ไม่หวั่นไหวง่าย
เมื่อใดที่แฟนโกหกคุณแล้วรู้ว่าถูกจับได้ พร้อมกับการมาขอโทษ สัญญาว่าจะไม่ทำอีก สิ่งที่คุณควรทำคือไม่หวั่นไหวไปกับคำสัญญานั้นง่าย ๆ ไม่ควรให้อภัยไซไล หัวหินเร็วเกินไป โดยเฉพาะคนที่โกหกมาแล้วหลายรอบ ยิ่งให้อภัยก็ยิ่งโกหกต่อแบบไม่มีหยุดแน่นอน ดังนั้นตั้งใจไว้ไม่ให้ตัวเองหวั่นไหวง่ายต่อคำขอโทษที่อาจจะเป็นคำโกหกด้วยเช่นกัน


5.จัดการให้เด็ดขาด
ถ้าคุณคิดว่าไม่ไหวจริง ๆ ต่อพฤติกรรมของการโกหกที่มีมากขึ้นและไม่เคยหายไป ทั้งยังส่งผลกระทบต่อชีวิตรักของทั้งคู่ สิ่งที่ควรทำคือการตัดสินใจให้เด็ดขาด ไม่จำเป็นต้องเห็นแก่ใคร แต่ควรเห็นแก่ตัวคุณเองให้มาก ๆ ไม่เช่นนั้นการอยู่ร่วมกับคนที่ชอบโกหกบ่อย ๆ ก็จะพาให้คุณต้องนั่งช้ำใจและอาจกลายเป็นคนหวาดระแวงยาวไปเลยทีเดียว

ถ้าคุณต้องการรับมือคนรักชอบโกหก นำทั้ง 5 วิธีนี้ไปปรับใช้ได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือตัวคุณเองควรตัดสินใจให้เด็ดขาด ถ้าโกหกแล้วจับได้ เขายอมหยุด การให้อภัยถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าโกหกหลายครั้งจับได้แล้วไม่ยอมหยุด ทั้งยังนำพาความเดือดร้อนตามมา ขอให้คุณกล้าที่จะหยุดความสัมพันธ์แล้วเดินหน้าต่อไปสู่ความรักใหม่ที่ดีกว่า เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องทุกข์ใจอีกต่อไป

ความคิดเห็นที่ 10

ใครๆ ก็เคยโกหก แม้แต่คนที่เกลียดการโกหกก็ยังเคยโกหก นักการเมืองโกหกประชาชน พ่อโกหกลูก ลูกโกหกแม่ สามีโกหกภรรยา ใครเป็นแฟน TED Talks อาจเคยได้ยิน Pamela Meyer นักเขียนเรื่อง Liespotting ซึ่งพูดให้เรารู้สึกแอบเศร้านิดๆ ว่าคนเราถูกโกหกวันละ 10-200 ครั้งต่อวันอยู่แล้ว! คุณอาจเป็นหนึ่งในจำนวนคนเหล่านั้นที่ร่วมทำแต้ม หรืออาจเป็นคนกระตุ้นให้เกิดการโกหกก็เป็นได้

ถามจริง ...ครั้งสุดท้ายที่คุณตัดสินใจโกหก คุณทำมันเพราะอะไร

เรามักจะพูดกันว่า เราโกหกเพื่อรักษาน้ำใจ สำนวนฝรั่งเรียกว่า White Lies ‘คำโกหกสีขาว’ ฟังดูบริสุทธิ์ โกหกแบบเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ทำลายใคร แต่ในทางจิตวิทยามองว่าคนที่ใช้วิธีโกหกแบบนี้ เพราะเขาอยากเลี่ยงความอับอาย หรือไม่ก็เกิดเนื่องมาจากความรู้สึกว่าตนเองสำคัญไม่พอ หรืออาจเพราะไม่อยากทำร้ายความรู้สึกใคร

อืม... การโกหกจากเจตจำนงที่ดีมันก็มี แต่ก็ยังนับว่าเป็นการโกหกอยู่ดี ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์จำเป็นแค่ไหน และเท่าที่ดิฉันรับประกันได้คือ... ไม่มีใครชอบถูกโกหก

เพราะฉะนั้นที่เขียนมานี้ไม่ได้อยากจะบอกว่า “เฮ้ย... คนเราก็มีโกหกกันบ้าง หยวนๆ กันไป” ความซื่อสัตย์ยังไงก็เป็นส่วนสำคัญในทุกความสัมพันธ์ แม้ว่าคุณจะช่ำชองเรื่องการปั้นโกหกแฟนคุณมากแค่ไหน หรือแม้ว่าแฟนคุณจะยังจับไม่ได้ ตัวคุณเองก็ยังทรมานใจต่อเรื่องที่เคยโกหกไว้ พูดอะไรไว้ก็ต้องปะติดปะต่อนั่นนี่ให้มีตรรกะสอดคล้องกันไป และถึงแม้แฟนคุณไม่รู้ความจริง แต่เธอจะรับรู้บางอย่างที่ผิดปกติ ซึ่งเกิดจากความกดดันในใจคุณ และทำให้เธอ ‘เคลือบแคลง’ ในตัวคุณอยู่ดี

เฮ้ย เธอรู้ได้ไง...?

ถ้ามองในมุม Neurology of Lying ก็คือเวลาคุณพูดความจริงกับเวลาโกหก คุณใช้สมองคนละส่วนกันอย่างสิ้นเชิง และมันก็ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกายแตกต่างกัน ถึงแม้แฟนคุณไม่ได้ลงคอร์สวิชาอ่านภาษาร่างกายจากผู้เชี่ยวชาญ เธอก็รับรู้มันได้ เธอแค่ไม่สามารถชี้จุดและวิเคราะห์ทฤษฎีเป็นข้อๆ แต่เพราะภาษากายเป็นภาษาแรกของมนุษย์ คุณและเธอมีวิชานี้ติดตัวอยู่พอๆ กัน เธอก็เลยรับสัญญาณทะแม่งๆ เหล่านั้นได้ และสุดท้ายหนุ่มๆ ก็จะตัดความสงสัยของเธอเหล่านั้นด้วยคำว่า ‘คิดมากน่า’

ในเรื่องการงานก็ไม่ต่างกันเท่าไร ใครจะทำงานอยู่ได้กับคนที่ชอบอุปโลกน์ หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ตรงอยู่แล้วในเรื่องนี้ ตัวอย่างจากเพื่อนร่วมงานของดิฉันเอง เธอเป็นนักเล่าเรื่องของตัวเอง มีครั้งหนึ่งดิฉันเกิดตงิดๆ ในใจ เธอบอกว่าจบการศึกษาจากอังกฤษ บางวันถึงกับยกชุดน้ำชาแบบผู้ดีอังกฤษมาที่ทำงานเพื่อตอกย้ำความบริ๊ติช แต่ความประหลาดก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่เธอเรียกให้ดิฉันไปอ่านโจทย์แบบทดสอบทางจิตวิทยาภาษาอังกฤษให้ขณะเธอทำ และหลายครั้งเธออ่านภาษาอังกฤษไม่ออกจนน่าตกใจ สุดท้ายเราจึงพบว่าเธอปั้นเรื่องและก็ต้องแพ้ภัยตัวเองจนขอย้ายไป

คนขี้โกหกนับว่าเป็นป่วยเป็นโรคหรือเปล่า

การโกหกมีหลายแบบ และบางแบบมีลักษณะเข้าข่ายอาการทางจิตได้ ซึ่งก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในวงจิตวิทยาว่ามันเป็นโรคหรือเป็นแค่อาการ ความต่างของมันก็คือ คนเราส่วนใหญ่โกหกเพราะมีจุดมุ่งหมายบางอย่างแอบแฝง เพื่อให้ได้อะไรบางอย่างหรือไม่ให้เสียอะไรไป หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการรับโทษผิดบางอย่าง แต่ถ้าคุณมีเพื่อนที่ชอบโกหกเป็นนิสัยจนชินทั้งที่ไม่จำเป็นและไม่ได้ต้องการอะไรจากการโกหก แต่ทำเป็นประจำ หรือชอบโกหกว่าตัวเองป่วยนั่นนี่ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไร อันนี้ก็สะกิดเพื่อนไปหาหมอกันได้นะคะ

ถ้าเช่นนั้นแล้ว มันมีแรงจูงใจหรือแรงผลักดันอะไรที่ทำให้คนเลือกจะโกหกล่ะ...

1. อยากได้ยินแค่สิ่งที่อยากได้ยิน เพราะฉะนั้นเวลาเล่าเรื่องราวบางอย่าง เราจะเล่าแค่ส่วนที่จะกระตุ้นให้คนฟังตอบสนองในแบบที่เราอยากเห็น เช่น ถ้าคุณทะเลาะกับแฟนสาว คุณกำลังโกรธ คุณไปเล่าให้แก๊งเพื่อนๆ ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น คุณก็มีแนวโน้มที่จะเล่าว่าผู้หญิงงี่เง่ายังไง ทำนั่นนี่ให้คุณโกรธมากแค่ไหน แต่คุณจะไม่ค่อยเล่าว่าแล้วตัวคุณล่ะทำอะไรลงไปบ้าง นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคนมันต้องการการซัพพอร์ต ก็เลือกจะเล่าในส่วนที่จะนำพาให้คนอื่นมาซัพพอร์ตตัวเอง

2. ไม่เล่าบางอย่างเพื่อรักษาน้ำใจ เอาง่ายๆ ถ้าคุณไปเจอแฟนเก่า หลายคนก็เลือกที่จะไม่เล่าให้แฟนปัจจุบันฟังเพราะกลัวว่าจะทำร้ายจิตใจ ทั้งที่ลึกๆ ก็รู้ใช่ไหมว่าการไม่เล่าก็ทำให้เขาเจ็บพอกัน การที่เขาไม่รู้ไม่ได้แปลว่าเหตุการณ์นั้นไม่เกิดขึ้น เมื่อคุณทำไปแล้ว จะยอมรับหรือไม่มันก็เกิดขึ้นแล้ว หากการกระทำนั้นมีความเสียหาย ความเสียหายนั้นก็เกิดขึ้นแล้วไม่ว่าจะมีใครรู้เห็นหรือไม่ก็ตาม มันจะส่งผลกระทบถึงคุณแน่นอนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในวันใดก็วันหนึ่ง ผู้ชายหลายคนทีเดียวแค่ไม่กล้าจะจัดการกับความรู้สึกเสียใจของฝ่ายหญิงถ้าได้ฟังความจริง คำแนะนำของดิฉันคือ ถ้าคุณ ‘ไม่กล้าเล่า’ ก็ไม่ควร ‘กล้าทำ’

3. ไม่กล้าพูดความจริงเพราะกลัวความผิดหวัง คุณเคยเลือกงานก่อนคนที่บ้านไหม ผัดผ่อนมื้ออาหารกับคนที่บ้านเพียงเพราะเลือกงาน แต่พอกลับมาเห็นหน้าคนที่บ้านก็ไม่กล้าจะบอกเขาตรงๆ ว่าเลือกงาน เลยแถไปว่ามันเลี่ยงไม่ได้ ไม่ก็คอมพ์ขัดข้อง งานไม่เสร็จ ไม่ก็เพื่อนร่วมงานกำลังจะคิดสั้น ว่าเข้าไปโน่น

4. คุณอาจจะกำลังปกป้องตัวเอง บางทีคนเราก็ทำอะไรที่ตัวเราก็ไม่ค่อยจะภูมิใจกับมันสักเท่าไร แล้วแทนที่จะเผชิญหน้ากับมันตรงๆ คุณกลับเลือกเติมกลบข้อมูลให้คุณดูดี ในแบบที่คุณเองก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ใช่ หรือคุณอาจจะต้องการการยอมรับ บางทีคุณเลือกขยายความจริงเพื่อให้อีกฝ่ายยอมรับคุณ มันก็เกิดขึ้นได้เพราะทุกคนก็อยากจะรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองกันทั้งนั้น

‘Wholeness for Human Depends on the Ability to own Their Own Shadow’

คนทุกคนมีทั้งด้านที่ภาคภูมิใจพร้อมให้ใครต่อใครเห็นและด้านที่เว้าแหว่ง คาร์ล ยุง นักจิตวิเคราะห์ชื่อดังพูดประโยคข้างต้นไว้อย่างลึกซึ้ง กล่าวคือ คุณจะเป็นคนเต็มคนก็ต่อเมื่อคุณสามารถยอมรับด้านมืดของตัวเองได้ และในความเป็นจริงก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่สามารถทำได้

ความกล้าและทักษะการเผชิญหน้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คนเราโกหกน้อยลง คนที่ไม่กล้าเพราะส่วนใหญ่มีเสียงในใจคอยวิพากษ์วิจารณ์และตำหนิตัวเองอยู่เสมอ และเสียงเหล่านั้นก็ดังก้องจนต้องยอมเก็บความไม่สมบูรณ์ของตัวเองเพื่อไม่ให้ใครมาตำหนิซ้ำ คนที่ไม่มีทักษะเผชิญหน้าอาจเป็นเพราะประสบการณ์ก่อนๆ ในชีวิต หรืออาจเป็นเพราะการเลี้ยงดูในวัยเด็กไม่ได้เอื้อให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยทางใจ ไม่มีคนเข้าใจความผิดพลาดที่ตัวเองทำ คนรอบข้างอาจบกพร่องในการช่วยประคองให้เขาเห็นคุณค่าของตนเองที่ยังมีอยู่ แม้ว่าจะกระทำบางอย่างพลาดไปแล้วก็ตาม เด็กหลายคนโดนด่าซ้ำ หลายคนเคยโดนการพลัดพราก คนเหล่านี้จึงพยายามอยู่รอดด้วยการไม่โชว์ความพลาดอีกแล้ว

ถ้าอยากเลิกโกหก ควรทำอย่างไร

การ ‘เลิก’ โกหก จะทำให้คุณลองใช้วิธีใหม่ในการเผชิญปัญหา ดิฉันแนะนำให้พยายามลดเสียงวิจารณ์ตัวเองในใจ สร้างมุมมองใหม่ว่าคนเรามีหลายมิติ และเรื่องผิดพลาดของเราก็ไม่ได้ลดคุณค่าของความเป็นมนุษย์ลง จงรู้จักให้อภัยตัวเอง และยอมรับจุดบอดบิดเบี้ยวของตัวเองบ้าง

มันฟังดูเหมือนสายไป แต่หากการโกหกทำให้บางความสัมพันธ์ที่มีค่าหายไปจากชีวิต คุณอาจเริ่มตระหนักได้และอยากหาทางแก้ แม้อาจจะไม่ได้ความสัมพันธ์ที่มีค่ากลับคืนมา แต่คุณก็จะได้รับของขวัญจากการเป็นคนที่ดีกว่าเดิมแน่นอน แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้น คุณอาจต้องต่อสู้กับตัวเองอย่างมาก การขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตบำบัดหรือจิตวิทยาที่ปรึกษาก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี

ถ้าต้องใช้ชีวิตกับคนที่ชอบโกหก ควรทำอย่างไร

แนะนำให้ปล่อยวาง คนที่ต้องใช้ชีวิตกับคนที่ชอบโกหกถี่ๆ บ่อยๆ แล้วหวังให้เขาเปลี่ยนพฤติกรรมโดยสร้างความกดดันให้เขามากขึ้น รังแต่จะมีข้อเสีย เพราะความกดดันไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ใครเปลี่ยนแปลง ความเข้าอกเข้าใจและสร้างบรรยากาศปลอดภัยระหว่างกันต่างหากที่จะช่วยให้เขาแชร์เรื่องราวที่แท้จริงกับคุณได้ ในขณะเดียวกัน หากเขาโกหกมากเข้า คุณก็ควรสื่อสารอย่างให้เกียรติกลับไปว่า คุณรู้ว่านี่ไม่ใช่ความจริง และมันไม่โอเคเพราะอะไร อธิบายให้เขาฟังด้วยเหตุด้วยผล

การรับมือกับคำโกหกที่ได้ผลมีทางเดียว คือรับมือด้วยความจริง ถ้าคุณอยากให้คนชอบโกหกพูดความจริง คุณต้องมอบความจริงใจให้แก่เขา สื่อสารความรู้สึกแบบตรงไปตรงมา สิ่งเหล่านี้จะทำให้เขารู้สึกปลอดภัย และเมื่อคนเรารู้สึกปลอดภัยเพียงพอ เขาก็จะเริ่มพูดความจริงออกมา

Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :
หัวข้ออื่น ( ดูทั้งหมด )


สมัครแทงหวย กดตรงนี้