โทรศัพท์เครื่องร้อน แบตหมดเร็ว ทำไงดี 2022

by NayNoy.Com Posted on 2022-03-22


ความคิดเห็นที่ 1

ทำไมมือถือถึงร้อน?

ความร้อนในสมาร์ทโฟนเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่สาเหตุภายนอกอย่างการวางสมาร์ทโฟนตากแดดนานๆ, สวมเคสที่ไม่ระบายความร้อน, ใช้งานประมวลผลหนักขณะชาร์จแบตเตอรี่, ใช้สายชาร์จไม่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงสาเหตุภายใน เช่น บั๊กที่ทำให้แอปใช้ CPU ตลอดเวลา,  มีแอปทำงานเบื้องหลังมากเกินไป, บั๊กของตัวระบบ, แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ความร้อนมักจะมาจาก 3 จุดด้วยกัน นั่นคือ แบตเตอรี่, CPU และหน้าจอ

 

มือถือร้อน แก้ยังไง?

 

เมื่อโทรศัพท์มือถือของเราร้อนจัดจนผิดสังเกต สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ครับ

1. ถ้าชาร์จอยู่ ให้ถอดสายชาร์จออกเพื่อความปลอดภัย

2. ถอดเคสออก

3. รีบูทเครื่อง ถ้าเครื่องค้างกดอะไรไม่ได้ ให้ใช้วิธี Hard Reset ตามนี้

  • iPhone 8 หรือใหม่กว่า : กดปุ่มเพิ่มเสียง 1 ครั้ง ปล่อย > กดปุ่มลดเสียง 1 ครั้ง ปล่อย > กดปุ่มเปิดเครื่องค้างไว้จนกว่าจะขึ้นโลโก้ Apple
  • iPhone 7 / 7 Plus : กดปุ่มลดเสียง + ปุ่มปิดเครื่องค้างไว้ จนกว่าจะขึ้นโลโก้ Apple
  • iPhone 6s หรือเก่ากว่า : กดปุ่มโฮม + ปุ่มปิดเครื่องค้างไว้ จนกว่าจะขึ้นโลโก้ Apple
  • สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy : กดปุ่มลดเสียง + ปุ่มปิดเครื่องค้างไว้
  • สมาร์ทโฟน OPPO : กดปุ่มเพิ่มเสียง + ปุ่มปิดเครื่องค้างไว้
  • สมาร์ทโฟน Android ทั่วไป : กดปุ่มปิดเครื่องค้างไว้

4. เมื่อเครื่องบูทกลับขึ้นมา ให้ปิดเครื่องตามปกติ แล้วรอให้เครื่องเย็นลง

ข้อควรระวัง : ห้ามนำสมาร์ทโฟนแช่ในตู้เย็น ตู้แช่แข็ง หรือนำไปล้างน้ำ แช่น้ำ เพราะอาจทำให้เกิดความชื้นในตัวเครื่อง และอาจทำให้หน้าจอร้าวได้

 

เมื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องจัดการกับปัญหาความร้อนในระยะยาว ซึ่งมีวิธีการดังนี้

1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายชาร์จและอแดปเตอร์เป็นของแท้ และอยู่ในสภาพดี สามารถใช้อุปกรณ์ชาร์จยี่ห้ออื่นได้ แต่ควรเลือกยี่ห้อที่มีความน่าเชื่อถือ และผ่านมาตรฐานการรองรับต่าง ๆ เช่น Anker, Belkin, Logitech, Baseus เป็นต้น

2. ลบแอปพลิเคชันที่ไม่ได้ใช้งานออก เพราะแอปพลิเคชันเหล่านี้อาจมีการทำงานเบื้องหลังแม้เราจะไม่ได้เปิดมันขึ้นมาก็ตาม หากมีแอปทำงานเบื้องหลังจำนวนมากก็จะทำให้ CPU ทำงานหนักและร้อนได้

3. ลบวิดเจ็ตบนจอ เหลือไว้เฉพาะที่ต้องการใช้จริงๆ เท่านั้น เพราะเป็นภาระการประมวลผลของ CPU และ GPU โดยไม่จำเป็น

4. ตรวจสอบว่ามีแอปตัวไหนใช้แบตเตอรี่มากกว่าปกติหรือไม่ เพราะแอปบางตัวอาจมีบั๊กหรือมีไวรัสแฝงอยู่ และทำให้ CPU ประมวลผลอย่างหนักต่อเนื่อง

5. ลองสแกนหาไวรัส / มัลแวร์โดยใช้แอปพลิเคชันที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น Avast เพราะในบางครั้งมัลแวร์ หรือไวรัสอาจเป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลให้ตัวเครื่องมีการประมวลผลบางอย่างอยู่ตลอดเวลา ทำให้ตัวเครื่องเกิดอาการร้อนได้เช่นกัน

6. ตรวจสอบว่าแบตเตอรี่เสื่อมหรือไม่ หากระยะหลังนี้แบตสมาร์ทโฟนหมดเร็ว ร้อนบ่อย หรือมีอาการแบตลดฮวบ อาจเป็นเพราะแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ให้ปิดเครื่องแล้วนำไปเข้าศูนย์เปลี่ยนแบตใหม่ให้เร็วที่สุด เพราะหากปล่อยไว้แบตเตอรี่อาจบวมจนระเบิด และเป็นอันตรายได้ครับ

7. หากต้องการเล่นเกม หรือการใช้งานที่จำเป็นต้องประมวลผลหนัก ๆ แนะนำให้เล่นในห้องแอร์ หรือห้องที่มีอากาศถ่ายเท ถ้าเป็นไปได้ควรนำพัดลมมาจ่อที่มือถือ หรือติดอุปกรณ์เสริมอย่างพัดลมระบายความร้อนที่ด้านหลังของมือถือ

8. หากทำตามวิธีด้านต้นแล้วไม่ได้ผล แนะนำให้ส่งเครื่องให้ช่างตรวจสอบ เพราะในบางครั้งอาจเกิดมาจากการที่ IC บางตัวในบอร์ดมีอาการกินไฟผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ส่งผลให้มือถือเกิดอาการร้อนจนเราไม่สามารถตรวจสอบผ่านภายนอกได้

ความคิดเห็นที่ 2

เครื่องร้อนแบตหมดเร็ว

หากโทรศัพท์ที่คุณใช้มีปัญหาเครื่องร้อนและแบตเตอรี่หมดเร็วเกินความเป็นจริง ผิดปรกติจากที่เคยใช้อย่างชัดเจน ในหน้านี้จะแสดงวิธีการจัดการกับปัญหาเหล่านี้เบื้องต้น


สถานการณ์: โทรศัพท์ของคุณมักจะร้อนเกินไปขณะใช้งานหรือชาร์จแบตเตอรี่

เหมาะสำหรับ: สมาร์ทโฟน OPPO ทุกรุ่น


อาการเครื่องร้อนมักจะเกิดขึ้นจากสาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้: 

  • ใช้งานโทรศัพท์มากเกินไป

  • ตั้งค่าความสว่างหน้าจอสูงเกินไป

  • สัมผัสกับแสงแดดโดยตรงหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศร้อน

  • เปิดใช้งานหลายแอปพลิเคชันมากเกินไปในเวลาเดียวกัน

  • เล่นเกมเป็นเวลานาน

  • ชาร์จโทรศัพท์มากเกินความจำเป็น

  • สายชาร์จหรืออะแดปเตอร์คุณภาพต่ำ

  • เชื่อมต่อบลูทูธเป็นเวลานานเกินไป


เราหวังว่าขั้นตอนดังต่อไปนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาของคุณได้ แต่หากไม่ โปรดติดต่อทีมสนับสนุน OPPO หรือนำโทรศัพท์ของคุณ พร้อมหลักฐานการซื้อและใบรับประกัน ไปที่ศูนย์บริการลูกค้าOPPOใกล้เคียงเพื่อความช่วยเหลือเพิ่มเติม


วิธีแก้ปัญหา:

1. ปิดการใช้งานการเชื่อมต่อไร้สายต่างๆ เช่น ข้อมูลมือถือ, Wi-Fi, Bluetooth, GPS, และอื่นๆ เมื่อเลิกใช้งาน

2. ลดความสว่างหน้าจอหรือปิดการตั้งค่าความสว่างอัตโนมัติได้ที่ [การตั้งค่า] > [แสดงผล & ความสว่าง].

หากเครื่องร้อนและแบตเตอรี่หมดเร็ว

3. วางอุปกรณ์ของคุณในสภาพแวดล้อมที่เย็นและปราศจากความชื้น ที่ต่ำกว่า 32°C (90° F)

4. ล้างแอปพลิเคชันพื้นหลังที่กำลังทำงานอยู่ที่ไม่ใช้แล้ว แตะที่ปุม มัลติทาสก์ หรือ คีย์การใช้งานล่าสุด   ที่อยู่มุมล่างซ้ายของหน้าจอข้างปุ่มโฮม แล้วแตะปิด 

5. อัปเดตแอปพลิเคชันในโทรศัพท์อยู่เสมอ

6. หากกำลังดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่อยู่ ให้หยุดการดาวน์โหลดชั่วคราวจนกว่าโทรศัพท์จะเย็นลง หากคุณจะโทรออกหรือรับสาย โปรดตรวจสอบว่าการเชื่อมต่อเครือข่ายมีสัญญาณเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากเครือข่ายที่อ่อนแอจะทำให้สิ้นเปลืองแบตเตอรี่และทำให้เครื่องร้อน.

7. ถอดปลั๊กการชาร์จเมื่อแบตเตอรี่ถึง 80% และหลีกเลี่ยงการชาร์จข้ามคืน

8. หลีกเลี่ยงการใช้บลูทูธเป็นเวลานาน และยกเลิกการเชื่อมต่อบลูทูธเมื่อไม่ใช้งาน 

9. ตรวจสอบสายชาร์จว่ามีความเสียหายหรือไม่ ลองสลับใช้สายชาร์จอื่นชั่วคราวเพื่อดูว่าปัญหาเกิดจากสายชาร์จหรือไม่ ควรใช้ที่ชาร์จเดิมที่มาพร้อมกับกล่องเสมอ

10. รีสตาร์ทโทรศัพท์ โดยกดค้างที่ปุ่ม Power และปุ่ม เพิ่มเสียง เป็นเวลาประมาณ 10 วินาที

11. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าซอฟต์แวร์โทรศัพท์ได้รับการอัปเดตให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ไปที่ [การตั้งค่า] > [อัปเดตซอฟต์แวร์]

12. หากปัญหายังคงมีอยู่ ให้สำรองข้อมูลและถ่ายโอนข้อมูลของคุณ จากนั้นทำการรีเซ็ตข้อมูลเป็นค่าเริ่มต้น ไปที่ [การตั้งค่า] > [การตั้งค่าเพิ่มเติม] > [สำรองข้อมูลและรีเซ็ต] > [รีเซ็ตเป็นค่าโรงงาน] > [ลบข้อมูลทั้งหมด]/[ลบเนื้อหาและการตั้งค่าทั้งหมด] และปฏิบัติตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อกู้คืนโทรศัพท์ของคุณให้กลับเป็นการตั้งค่าจากโรงงาน

หมายเหตุ: การรีเซ็ตข้อมูลเป็นค่าเริ่มต้นจะล้างข้อมูลทั้งหมดในโทรศัพท์ของคุณอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่จะลบข้อมูลทั้งหมดให้ทำการสำรองข้อมูลไว้ภายนอกอุปกรณ์ของคุณเสมอ เนื่องจากเมื่อคุณล้างข้อมูลอุปกรณ์แล้วจะไม่สามารถกู้คืนข้อมูลได้  

ความคิดเห็นที่ 3

1. ปิดการใช้งานแอปฯ ที่ไม่ได้ใช้

ประหยัดแบตมือถือ แก้แบตหมดเร็ว ปิดแอป

สำหรับคนที่ใช้สมาร์ทโฟนในปัจจุบันนี้ แน่นอนว่าต้องใช้แอปฯ เป็นหลักในการใช้งานมือถือตามไปด้วย ซึ่งแอปฯ เหล่านี้ถ้าเปิดใช้งานเอาไว้นานๆ ก็สามารถทำให้แบตหมดเร็วได้เช่นกัน อย่างการเปิดแอปฯ ทิ้งไว้เยอะๆ เป็นเวลานาน ซึ่งบางครั้งเราก็เผลอเปิดเอาไว้ และรีบล็อคหน้าจอเพื่อไปทำอย่างอื่นแทน จึงทำให้แอปฯ เหล่านั้นทำงานอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงการเชื่อมต่อที่ต้องเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา อย่างแอปฯ เบื้องหลังบน iOS ที่เป็น Background App Refresh ด้วย ที่ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้เน็ต หรือเข้าแอปฯ นั้นอยู่ก็ตาม แต่แอปฯ ก็จะยังใช้เน็ตเพื่อทำงานต่อไปเรื่อยๆ สามารถเข้าไปตั้งค่าปิดได้ที่ Settings > General > Background App Refresh ส่วนของ Android นั้นจะปิดได้จากเมนู App Launch หรือปิดแถบแอปฯ ทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 4

2. ปิดการเชื่อมต่อที่ไม่ได้ใช้งาน

ประหยัดแบตมือถือ แก้แบตหมดเร็ว เนต

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ถือว่าเป็นปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้แบตหมดไวได้ด้วย เพราะต้องใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย ที่จำเป็นต้องใช้แรงไฟจำนวนมาก ตามความเร็วแรงของอินเทอร์เน็ตไปด้วย อย่างเช่นการใช้งาน 5G หรือการเชื่อมต่อ 4G อยู่ตลอดเวลา ก็ยิ่งจะทำให้เครื่องของเรานั้นกินแบตมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเปิด Wi-Fi ทิ้งไว้ตลอดเวลา ซึ่งในมือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ นั้นจะมีการเชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติ หากเราเคยเชื่อมต่อ Wi-Fi นั้นมาก่อน และถึงแม้ว่าเราจะเดินออกจากบริเวณสัญญาณ Wi-Fi ไปแล้วก็ตาม แต่การค้นหาสัญญาณการเชื่อมต่อนั้น ก็จะยังทำงานอยู่เรื่อยๆ จึงทำให้แบตของมือถือที่ใช้งาน ก็ยิ่งลดตามไปด้วยเช่นกัน ทางแก้ก็คือให้ตั้งค่าเปิดปิด Wi-Fi ด้วยตัวเองเผื่อลืม หรือถ้าไม่ลืมก็กดปิดเมื่อไม่ได้ใช้งานแล้ว เพียงเท่านี้ก็จะช่วยประหยัดแบตได้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 5

3. ปิดเสียงแจ้งเตือนบนแอปฯ และตัวเครื่อง

ประหยัดแบตมือถือ แก้แบตหมดเร็ว เสียง

การเปิดเสียงแจ้งเตือน ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้แบตหมดเร็วด้วย เพราะการเปิดเสียงแจ้งเตือนนั้น จะไม่ได้มีแค่เสียงของตัวเครื่องเท่านั้น แต่ยังมีแอปฯ อีกหลายแอปฯ ที่มีเสียงแตกต่างกันไปเช่นกัน การเปิดเสียงเพื่อสแตนบายรอการแจ้งเตือน จึงทำให้ต้องใช้แบตเตอรี่เยอะตามไปด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กินแบตเยอะมากเท่าไหร่นัก แต่การเปิดเสียงพร้อมกับเปิดระบบสั่น ก็จะยิ่งกินแบตไปทีละนิด และทำให้แบตลดลงเร็วกว่าปกติไปด้วย วิธีการแก้ไขก็ไม่ยาก เพียงเลื่อนเมนูลัดและกดปิดเสียงจากตัวเครื่อง หรือเข้าไปที่ Setting > Notifications และเข้าไปปิดการแจ้งเตือนแอปฯ ที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยประหยัดแบตได้แล้ว


ความคิดเห็นที่ 6

4. ลดความสว่างแสงไฟบนหน้าจอ

ประหยัดแบตมือถือ แก้แบตหมดเร็ว แสง

ความสว่างบนหน้าจอ ถือว่าเป็น Hardware ลำดับแรกที่ใช้พลังงานเยอะที่สุด สำหรับมือถือสมาร์ทโฟนเลยก็ว่าได้ โดยปกติแล้วการปรับแสงหน้าจอในมือถือส่วนใหญ่ ก็จะมีเซนเซอร์ที่รองรับการใช้งานตรงนี้ให้อยู่แล้ว ในการปรับความสว่างมากขึ้น หรือลดลง แต่ในบางรุ่นหรือในบางครั้ง การปรับแสงอัตโนมัติ ก็ยังไม่พอต่อการสูบแบตของแสงบนหน้าจอได้ ยิ่งเป็นการเล่นเกม หรือเล่นโซเชียล ดูหนังหรือ Youtube เป็นเวลานานก็ยิ่งกินแบตมากขึ้นเรื่อยๆ ตามไปอีก ทางแก้เบื้องต้นก็คือการเปิด Automatic ในเมนูตั้งค่าของ Display หรือ Brightness ทั้งบน Android และบนระบบ iOS และถ้าบางครั้งรู้สึกว่ามันสว่างมากเกินไป ก็ลดค่าแสงลงเองเลยก็ได้ จะได้เป็นการประหยัดแบตได้มากขึ้นอีกทางหนึ่ง

ความคิดเห็นที่ 7

5. เปิด Dark Mode ช่วยประหยัดแบตได้อีกทาง

ประหยัดแบตมือถือ แก้แบตหมดเร็ว dark mode

แน่นอนว่าแสงไฟบนหน้าจอ ที่เป็นสิ่งทำให้แบตหมดเร็วได้แล้ว หน้าตา UI ของแอปฯ ต่างๆ นั้นก็มีความเข้ม และความสว่างของแสงต่างกันไปด้วย แอปฯ ส่วนใหญ่จึงได้มีการพัฒนากันมากขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานแบบ Dark Mode ได้ ไม่ว่าจะเป็น IG, Messenger, LineYoutube, Twitter, Facebook และอื่นๆ อีกมากมายตามกันมา รวมไปถึงระบบของตัว Android และ iOS เอง ก็ยังมี Dark Mode มาให้ใชงานอยู่ด้วยเหมือนกัน โดยการเข้าไปที่ตั้งค่า Brightness บน Android และตั้งค่าของ iOS ที่ Settings > Display & Brightness เพียงเท่านี้ก็จะสามารถเปิด Dark Mode เพื่อประหยัดแบตให้กับหน้าจอได้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 8

6. ใช้วอลเปเปอร์ที่ไม่สว่างเกินไป หรือภาพเคลื่อนไหว

ประหยัดแบตมือถือ แก้แบตหมดเร็ว วอลเปเปอร์

วอลเปเปอร์หน้าจอมือถือ เป็นสิ่งแรกที่เราต้องเปิดมาเจอในทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเข้าออกแอปฯ หรือว่าจะปลดล็อคหน้าจอก็จะต้องเจอก่อนเสมอ ภาพวอลเปเปอร์จึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างกินกำลังไฟแบตตามไปด้วย ยิ่งใช้ภาพโทนสว่าง อย่างสีขาวหรือสีที่หน้าจอต้องใช้งานหนักๆ ก็จะยิ่งกินพลังงานแบต และทำให้แบตหมดไวขึ้นไปอีก รวมไปถึงการใช้งานวอลเปอร์ที่เป็นภาพเคลื่อนไหว เพราะภาพเคลื่อนไหวนั้น ต้องขยับอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้กินกำลังไฟมากขึ้นกว่าเดิมด้วย วิธีแก้ก็ไม่ยากถ้าอยากประหยัดแบต ก็ให้ใช้วอลเปเปอร์ที่เป็นสีเข้ม หรือสีดำ ก็จะทำให้หน้าจอไม่ทำงานหนัก และช่วยประหยัดได้ดีเลย ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่าจะหาภาพวอลเปเปอร์ได้จากไหน เราก็เคยเขียนแนะนำแอปฯ วอลเปเปอร์เอาไว้ให้แล้วด้วย สามารถเข้าไปอ่านต่อได้ ที่นี่ เลย


ความคิดเห็นที่ 9

7. ปรับเวลาล็อคหน้าจออัตโนมัติ

ประหยัดแบตมือถือ แก้แบตหมดเร็ว ล็อคหน้าจอ

ยังคงอยู่กันกับเรื่องหน้าจอ เนื่องจากการกินไฟเกือบ 50% ของการใช้งาน การใช้งานหน้าจอจึงส่งผลเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว รวมไปถึงการล็อคหน้าจอโดยอัตโนมัติ ที่บางครั้งหลังจากการใช้งาน เราก็เผลอลืมล็อคหน้าจอและวางมือถือทิ้งเอาไว้ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้แบตหมดเร็วได้เช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่ในมือถือทั้งระบบ Android และ iOS นั้นก็จะมีการตั้งเวลาการปิดหน้าจอมาให้อยู่แล้ว ด้วยการเข้าไปตั้งค่าที่ Display หรือ Brightness และเข้าไปตั้งค่าที่เมนู Sleep ที่จะมีตั้งแต่ 15 วินาที ไปจนถึง 10-15 นาทีกันเลย โดยมาตรฐานแล้วตั้งไว้เพียง 15 วินาทีก็ถือว่านานแล้ว แต่ถ้าใครเป็นคนที่ไม่ชอบล็อคหน้าจอ หรือชอบล็อคด้วยตัวเอง ก็ต้องใช้กันบ่อยๆ หน่อยเพื่อการประหยัดแบตได้ที่ขึ้น

ความคิดเห็นที่ 10

8. ปิดการใช้งาน Location Service แอปฯ ที่ไม่ได้ใช้งาน

ประหยัดแบตมือถือ แก้แบตหมดเร็ว location

มาที่ฟังก์ชันการกินแบตกันต่อเลย ซึ่งการเปิด Location Service นั้นจะมีตั้งแต่ของตัวระบบเองอยู่แล้ว เพราะว่าในมือถือบางรุ่นนั้น จำเป็นต้องเปิดใช้งานอยู่ตลอดเวลา อย่างระบบ iOS ที่ต้องเปิดเอาไว้เผื่อในกรณีที่มือถือหาย รวมไปถึงของ Android ด้วยเช่นกัน ที่ต้องเปิดไว้เพื่อความปลอดภัย และค้นหามือถือได้ง่ายขึ้นด้วย แต่ถ้าพูดถึงแอปฯ ที่ใช้ Location ในการใช้งานเบื้องหลังล่ะ? แน่นอนว่าถ้าไม่ได้เข้าไปดูในกาตั้งค่า ก็อาจจะไม่เคยรู้เลยว่ามันใช้งานกับแอปฯ ไหนบ้าง และกินแบตไปเท่าไหร่บ้างแล้ว ถึงแม้ว่าในบางแอปฯ จะสามารถเลือกได้ว่าให้ใช้งาน Location ได้เพียงตอนเข้าไปใช้งานแอปฯ เท่านั้น แต่ก็ยังคงมีบางแอปฯ ที่ยังใช้งานอยู่ตลอดเวลาด้วย โดยเราสามารถเข้าไปดูได้ที่เมนู Location ของหน้าตั้งค่าได้เลย หรือกดค้นหาและพิมพ์ Location เพื่อเข้าไปดูก็ได้ เมื่อเข้ามาแล้วระบบก็จะบอกทั้งหมดเลย ว่าแอปฯ ไหนใช้งานอยู่ตลอดเวลา หรือแอปฯ ไหนที่ใช้เฉพาะตอนเข้าไปใช้งาน เมื่อกดเข้าไปดูแล้วมีแอปฯ ไหนที่ไม่ค่อยได้ใช้งานก็กดปิดมันไป หรือตั้งค่าเป็นแบบอื่น เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้แบตหมดเร็วประหยัดได้มากขึ้นอีกเยอะ

ความคิดเห็นที่ 11

9. ลบแอปฯ ที่ไม่ได้ใช้งานทิ้ง

ประหยัดแบตมือถือ แก้แบตหมดเร็ว ลบแอป

แอปพลิเคชันที่ไม่ว่าจะติดมากับตัวเครื่อง หรือเป็นแอปฯ ที่เคยลงเอาไว้ตั้งแต่ซื้อมือถือมา แต่ไม่เคยเข้าไปใช้งานเลย จะยิ่งเป็นตัวที่ทำให้เครื่องใช้งานหนัก และเมื่อเครื่องใช้งานหนักมากขึ้น ก็จะส่งผลไปยังแบตเตอรี่ได้อีกด้วย ซึ่งในมือถือบางรุ่นนั้นจะมีการ Optimise การใช้งานให้เครื่องสามารถใช้งานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงการ Optimise แบตเตอรี่ด้วยเช่นกัน ถ้ามีแอปฯ ไหนไม่ได้ใช้งานนานๆ แล้วก็ลบทิ้งไปได้เลย จะได้ทั้งพื้นที่การเก็บที่มากขึ้น และยังช่วยประหยัดแบตได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีแอปฯ ที่เข้ามาทำหน้าที่ช่วยให้ประสิทธิภาพของแบตได้ดีขึ้นด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นแอปฯ ประเภท Battery Saver ที่เป็น APK หรือมีอยู่บน Google Play Store และ App Store อยู่แล้ว ก็สามารถโหลดมาใช้งาน เพื่อช่วยลดอาการแบตหมดไว และยังช่วยประหยัดแบตได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ความคิดเห็นที่ 12

10. ปิดเสียงขณะเล่นเกม หรือตั้งค่ากราฟิกที่ไม่สูงเกินไป

ประหยัดแบตมือถือ แก้แบตหมดเร็ว mute

สำหรับสายเกมมิ่ง ที่เล่นเกมอยู่เป็นประจำ ก็แน่นอนอยู่แล้วว่าแบตนั้นจะลดเร็วเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเล่นเกมสเปคสูง หรือว่าเป็นเกมแบบทั่วไป ส่วนใหญ่ก็จะกินแบตเตอรี่กันอยู่แล้ว และถ้ายิ่งเปิดเสียง พร้อมกับการตั้งค่ากราฟิกเกมที่สูงขึ้นไปอีก ก็จะยิ่งทำให้แบตเตอรี่ทำงานหนักเป็นอย่างมาก และส่งผลให้แบตหมดไวอย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าไม่จำเป็น หรือเป็นเกมที่ไม่จำเป็นต้องฟังเสียง ก็ปิดเสียงของเกมนั้นไปเลย หรือจะใช้การใส่หูฟังก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งเลย ส่วนเกมไหนที่ต้องใช้สเปคสูง หรือต้องใช้กราฟิกสูงมากๆ ก็อาจจะปรับให้ต่ำลงมา หากในกรณีที่เล่นนอกบ้าน และไม่มีที่ชาร์จแบต แบตจะได้ไม่หมดไว และยังช่วยให้เครื่องไม่ใช้งานหนักจนเกินไปด้วย

ความคิดเห็นที่ 13

สาเหตุที่แบตเตอรี่โทรศัพท์เสื่อม

มีเกิดก็ต้องมีดับ แฟรงค์เปิดด้วยคำคมเลยนะครับ แต่มันก็เป็นเรื่องจริง เพราะแบตเตอรี่ทุกชนิดนั้นมีอายุการใช้งานอยู่แล้ว ถ้าใช้ไปนานๆ ก็ย่อมเสื่อมสภาพเป็นธรรมดา แต่ก็มีหลายสาเหตุ ที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

1. ใช้จนแบตหมดเกลี้ยง

เนื่องจากแบตเตอรี่แบบ Li-Po , Li-Ion ที่ใช้กันในปัจจุบัน หากปล่อยให้แบตหมดจนเหลือ 0% บ่อยๆ จะยิ่งทำให้แบตเสื่อม และคายประจุออกไปเรื่อยๆ จนมีความจุสูงสุดน้อยลง

2. ใช้เครื่องร้อนเกินไป

แน่นอนว่าเมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ ย่อมเกิดความร้อนอยู่แล้วครับ แต่หากเราฝืนใช้งานหนักๆ เช่น เล่นเกมหนักๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เปิดหน้าจอความสว่างสูงสุดต่อเนื่อง หรือใช้งานขณะชาร์จจนเครื่องเกิดความร้อนสะสมเกินมาตรฐาน เซลล์ของแบตเตอรี่ค่อย ๆ เสื่อมลงตามไปด้วยครับ

3.ใช้อุปกรณ์ชาร์จแบตปลอม

ใครคิดว่าสายชาร์จ หัวชาร์จ ที่ไหนก็เหมือนกัน บอกเลยว่าผิดครับ! เพราะในสายชาร์จหรือหัวชาร์จ ไม่ได้มีแค่สายไฟเฉยๆ นะ แต่ยังมีชิปสำหรับควบคุมการจ่ายไฟ ให้ได้มาตรฐานอยู่ ซึ่งถ้าเราไปซื้อสายชาร์จของปลอม ที่ไม่ได้มาตรฐานมา นอกจากจะชาร์จช้าแล้ว ยังทำให้แบตเตอรี่เสื่อม หรือเสี่ยงระเบิดด้วย

ความคิดเห็นที่ 14

วิธีเช็กว่าแบตเตอรี่เสื่อมหรือเปล่า

การดูว่าแบตเตอรี่มือถือของเราเสื่อมรึเปล่า สามารถทำได้หลายวิธีครับ โดยแฟรงค์ได้แบ่งออกเป็น 3 วิธี ดังนี้

1. ดูเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ด้วยตัวเอง

แน่นอนว่าเราต้องรู้อาการของโทรศัพท์ของเราดีที่สุดครับ โดยเราสามารถสังเกตอาการแบตเตอรี่ได้ด้วยตัวเอง โดยมีจุดสังเกตุ ดังนี้ครับ

  • แบตเตอรี่ลดฮวบทั้งๆที่ไม่ได้ใช้งาน
  • ชาร์จเต็ม 100% เร็วกว่าปกติ และหมดเร็วกว่าปกติ ความจุของแบตลดลงนั่นเอง
  • แบตเตอรีรวน ลดเอง เพิ่มเอง โดยที่ไม่ได้ใช้และไม่ได้ชาร์จ

ถ้าแบตเตอรี่ิของโทรศัพท์เราเป็นแบบนี้ ให้สันนิษฐานไว้เลยว่า แบตเตอรี่เสื่อมแน่นอน

2. ใช้แอปพลิเคชั่นช่วยเช็ก

แอปพลิเคชั่นของโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้มีหลากหลายให้เราเลือกใช้งานครับ ทั้งแอปถ่ายรูปสวยๆ ไม่แพ้กล้องโปร หรือ แอปสำหรับคนชอบเที่ยวต่างประเทศ และแน่นอนว่า แอปสำหรับเช็กแบตเตอรี่ก็มีเช่นกัน

Andriod : แฟรงค์แนะนำให้ใช้แอปพลิเคชั่น AccuBattery ในการเช็กสุขภาพของแบตนะครับ โดยสามารถเข้าไปตรงแถบ health ในแอปพลิเคชั่นได้เลย

iOS : สามารถเช็กได้เลยผ่าน Battery Health หรือ  สุขภาพแบตเตอรี่ โดยดูที่ Maximum Capacity หรือ ความจุสูงสุดของแบตเตอรี่ครับ หากลดต่ำลงกว่าตอนซื้อมาใหม่ๆ แสดงว่าแบตเริ่มเสื่อมแล้วครับ

3. ดูด้วยตาเปล่า

เมื่อแบตเตอรี่เสื่อม สิ่งที่ตามมาก็คือ อาการแบตเตอรี่บวม โดยถ้าเป็นโทรศัพท์ยุคก่อน ๆ ที่สามารถถอดฝาหลังออกมาเช็กได้ ก็ให้ลองถอดแบตมาหมุนกับพื้นเรียบๆ ดู หากแบตของเราหมุนได้ แสดงว่ามีอาการบวมแล้ว ส่วนโทรศัพท์สมัยใหม่ที่มักจะปิดฝาหลังให้สนิท ไม่สามารถถอดได้ ให้ดูว่าโทรศัพท์ของเราเริ่มมีรอยเผยออกมาหรือเปล่าครับ เพราะแบตที่บวมจะดันหน้าจอให้สูงขึ้น จับๆดู ก็จะรู้เองครับ

ความคิดเห็นที่ 15

วิธีป้องกันไม่ให้แบตเสื่อม

เมื่อเรารู้สาเหตุที่ทำให้แบตเสื่อมแล้ว วิธีการป้องกันไม่ให้แบตเสื่อมก็ง่ายๆ ครับ ทำทุกอย่างตรงข้ามเลย ดังนี้ 

1. ไม่ใช้แบตเตอรี่จนหมดเกลี้ยงแล้วค่อยชาร์จ

โดยแฟรงค์แนะนำให้ชาร์จตอนแบตเหลือ 30% จะเหมาะสมนะครับ

2. ไม่ใช้โทรศัพท์จนร้อนเกินไป

เมื่อโทรศัพท์มีอุณหภูมิสูงเกินปกติ ให้ลองพักเครื่องสักนิด หรือลดความสว่างหน้าจอลง และค่อยมาใช้ต่อเมื่ออุณหภูมิเป็นปกติแล้วนะครับ

3. ใช้อุปกรณ์ชาร์จแบตที่ได้มาตรฐาน

ให้เลือกซื้อสายชาร์จและหัวชาร์จของแท้ จากร้านที่เชื่อถือได้เท่านั้นนะครับ

ความคิดเห็นที่ 16

แบตมือถือหมดเร็วมาก แก้ได้ด้วยวิธีนี้

1.ดาวน์โหลดเฉพาะแอปที่ใช้บ่อยๆเท่านั้น

เช่น facebook , twitter , LINE , NETFLIX แอปเกมที่คุณชื่นชอบ และแอปอื่นที่มั่นใจว่าต้องใช้บ่อยแน่ๆ

2. หากมีแบบซื้อแอปใช้แบบโปร ก็ซื้อแอปไปเลย

เพื่อลบโฆษณาระหว่างการใช้งานออก ซึ่งนอกจากจะลดการใช้อินเทอร์เน็ต แล้ว ยังช่วยลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่มือถือ และลดความเสี่ยงที่จะแตะโฆษณาไปยังเว็บไซต์อันตรายจากการใช้แอปฟรีได้ด้วย ซึ่งโฆษณาต่างๆที่ติดมากับแอปฟรีเสี่ยงถึงติดมัลแวร์ ขโมยช้อมูลและเสียเงินโดยไม่รู้ตัวได้ด้วยนะ

3. ลบแอปที่ไม่ได้ใช้ออกจากเครื่อง

ทั้งแอปที่เคยใช้มาก่อนแต่ตอนนี้ใช้น้อยมาก และแอปที่แถมมาจากเครื่องไม่เคยใช้เลยแนะนำลบออกด้วย เพื่อให้เครื่องลดภาระการทำงานลง ซึ่งส่งผลให้ใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยลง

4. ลดความสว่างหน้าจอ

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ปรับลดความสว่างหน้าจออัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม ดังนั้น จึงควรเลือกเปิดการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าว หรือเลือกปรับความสว่างหน้าจอให้สบายตามากที่สุดขณะใช้งาน หรือถ้าหากต้องการปรับค่าหน้าจอเองอาจจะปรับลดให้เหลือประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเวลาที่อยู่ในร่มเพื่อให้เห็นจอมือถือชัดและประหยัดพลังงานขึ้น หากอยู่ในที่มืดควรลดความสว่างมือถือลง เพื่อประหยัดพลังงานและช่วยถนอมสายตาของคุณด้วย

5. เปิดใช้ Dark Mode สีโทนมืด

ซึ่งปัจจุบันสมาร์ทโฟนรองรับการปรับเป็นธีมสีเข้ม สีมืดๆ มากขึ้น นอกจากจะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ทำให้ใช้งานมือถือได้ยาวนานขึ้นแล้ว ยังช่วยถนอมสายตา และทำให้การมองเห็นแอปต่างๆได้ชัดมากขึ้นด้วย

6. ปิดทุกการเชื่อมต่อที่ไม่จำเป็น

เช่น GPS , BLUETOOTH , Wi-Fi เพราะการที่แอปเชื่อมต่อเน็ตทำงานอยู่ตลอดเวลาก็ต้องใช้พลังงานแบตเตอรี่มือถือมากขึ้นเหมือนกัน โดยเฉพาะแอปที่ขอสิทธิเข้าถึง Location หรือการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Bluetooth ส่งผลให้มีการใช้แบตมากขึ้น ดังนั้นหากไม่จำเป็นต้องใช้ควรปิดเพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่มือถือคุณ และเปิดใช้งานเมื่อจำเป็นต้องใช้

7. ดาวน์โหลดหนังเพลงเก็บไว้ เปิดดูได้โดยไม่ต้องต่อเน็ต

สำหรับผู้ชื่นชอบดูภาพยนตร์ คลิป YouTube หรือ Netflix หรือฟังเพลง Music Streaming หากวางแผนล่วงหน้าดาวน์โหลดภาพยนตร์หรือคลิปที่ชื่นชอบเก็บไว้ในเครื่อง อาจเปลืองพื้นที่ภายในเครื่องสักหน่อย แต่ก็ช่วยประหยัดทั้งแบตเตอรี่มือถือ ประหยัดค่าเน็ตมือถือคุณด้วย

8. เล่นเกมให้พอดี อย่าเล่นนานๆ ก็ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้

เพราะปัจจุบันเกมมือถือที่ทำงานรันกราฟิคสูงๆ ต้องใช้พลังงานแบตเตอรี่ที่สูงเหมือนกัน ดังนั้นหากเล่นเป็นเวลาและหยุดพักก็ช่วยถนอมแบตเตอรี่ช่วยยืดอายุการใข้งานยาวนานขึ้นและป้องกันแบตเตอรี่ร้อนสูงจากการรันเกมกราฟิคสูงๆด้วย

ทั้งหมดนี้หากตั้งค่าตามนี้แล้ว จะช่วยให้คุณสามารถใช้งานมือถือได้ทั้งวันหรือนานกว่านั้น แต่ถ้าหากพบว่าหลังตั้งค่าแล้วแต่ยังพบ แบตมือถือหมดเร็วมาก อยู่อีกอาจพิจารณาลองนำมือถือของคุณไปเช็คสภาพที่ศูนย์บริการมือถือตรวจสอบว่าแบตเตอรี่มือถือของคุณเสื่อมหรือไม่ หากแบตเสื่อมจริงควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่เพื่อให้ใช้งานมือถือได้เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม

Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :
#โทรศัพท์ เครื่องร้อน เปิดไม่ติด    #แก้ปัญหาเครื่องร้อน samsung    #โทรศัพท์ร้อนเกินไป samsung    #โทรศัพท์เตือนเครื่องร้อน    #โทรศัพท์ร้อน อันตรายไหม    #โทรศัพท์ OPPO ร้อน    #โทรศัพท์ดับเอง    #โทรศัพท์ ร้อน ชาร์จไม่เข้า    #โทรศัพท์ร้อนเกินไป samsung a12    #วิธีลดความร้อน มือถือ    #โทรศัพท์ร้อนเกินไป samsung a50    #อุปกรณ์ร้อนเกินไป samsung    #โทรศัพท์ เครื่องร้อน แบ ต หมดเร็ว    #แก้ไข โทรศัพท์ร้อนง่าย    #oppo a54 เครื่องร้อน    #โทรศัพท์ร้อน ทําไงดี pantip    #ลดความร้อนโทรศัพท์    #โทรศัพท์ร้อน เกิดจาก    #โทรศัพท์ร้อน ไอโฟน    #โทรศัพท์ Samsung ร้อน    #ใส่เคส แล้ว โทรศัพท์ ร้อน    #iphone 7 plus เครื่องร้อน แบตหมดไว    #ไอ โฟน 6 เครื่องร้อน แบ ต หมดเร็ว    #ไอ โฟน 7 เครื่องร้อน วิธีแก้    #ไอโฟน11 เครื่องร้อน แบตหมดเร็ว    #ไอ โฟน 13 เครื่องร้อน ตอนชาร์จ    #ไอแพดเครื่องร้อน แบตหมดเร็ว    #ios 15 เครื่องร้อน    #ไอโฟนแบตหมดเร็ว    #samsung เครื่องร้อน แบ ต หมดเร็ว    #มือ ถือ เครื่องร้อน แบ ต หมดเร็ว    #ทํา ไม่ แบ ต หมดเร็ว    #แบ ต เสื่อม เครื่องร้อน    #Mi 10T pro เครื่องร้อน    #เปลี่ยน แบ ต แล้ว แบ ต หมดเร็ว Pantip    #vivo v21 เครื่องร้อน    #vivo v20 pro เครื่องร้อน    #โทรศัพท์ vivoร้อนเร็ว    #OPPO r9s Plus เครื่องร้อน    #เครื่องร้อน แบตหมดเร็ว    #เครื่องร้อน แบตหมดเร็ว pantip    #samsung a12 เครื่องร้อน    #samsung s20 เครื่องร้อน    #samsung s9 เครื่องร้อน    #เครื่องร้อน แบตหมดเร็ว iphone    #เครื่องร้อน แบตหมดเร็ว samsung    #วิธีแก้เครื่องร้อน vivo    #โทรศัพท์เครื่องร้อน แบตหมดเร็ว iphone    #โทรศัพท์ร้อนเร็วมาก pantip    #โทรศัพท์เครื่องร้อนแล้วดับ   
หัวข้ออื่น ( ดูทั้งหมด )


สมัครแทงหวย กดตรงนี้