ไอโฟนขึ้นรูปแอปเปิ้ลค้าง ไอโฟนเปิดไม่ติด 2022

by NayNoy.Com Posted on 2022-03-07


ความคิดเห็นที่ 1

หาก iPhone ค้างอยู่ที่โลโก้ Apple

หากคุณมี iOS 13 หรือใหม่กว่าและพยายามกู้คืน iPhone ของคุณจากข้อมูลสำรองหรือพยายามโยกย้ายข้อมูล iPhone จากอุปกรณ์เครื่องเก่า คุณอาจเห็นโลโก้ Apple และแถบความคืบหน้าอยู่บนหน้าจอของคุณเป็นเวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง ดูสิ่งที่ควรทำ

หากคุณมีปัญหาข้างต้น ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแถบความคืบหน้าบนหน้าจอ iPhone ของคุณไม่ขยับมาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงแล้ว
  2. หากแถบความคืบหน้าไม่ขยับเป็นเวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง ให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ของคุณเข้ากับคอมพิวเตอร์ จากนั้นตั้งค่าอุปกรณ์ให้เข้าสู่โหมดการกู้คืนด้วยขั้นตอนต่อไปนี้
    • iPhone 8 และใหม่กว่า: กดและปล่อยปุ่มเพิ่มเสียง กดและปล่อยปุ่มลดเสียง กดปุ่มด้านข้างค้างไว้ กดปุ่มด้านข้างค้างไว้จนกว่าคุณจะเห็นหน้าจอโหมดการกู้คืน
    • iPhone 7 และ iPhone 7 Plus: กดทั้งปุ่มลดเสียงและปุ่มพัก/ปลุกค้างไว้ กดปุ่มลดเสียงค้างไว้จนกว่าคุณจะเห็นหน้าจอโหมดการกู้คืน
    • iPhone 6s และรุ่นก่อนหน้า: กดทั้งปุ่มพัก/ปลุกและปุ่มโฮมค้างไว้ กดปุ่มโฮมค้างไว้จนกว่าคุณจะเห็นหน้าจอโหมดการกู้คืน
  3. สำหรับ Mac ที่มี macOS Catalina 10.15 หรือใหม่กว่า ให้เปิด Finder สำหรับ Mac ที่มี macOS Mojave 10.14 หรือเวอร์ชั่นก่อนหน้า หรือสำหรับ PC ให้เปิด iTunes เมื่อระบบขอให้อัปเดตหรือกู้คืน ให้เลือกอัปเดต การดำเนินการนี้จะอัปเดตอุปกรณ์ให้เป็น iOS เวอร์ชั่นล่าสุด หากคุณเลือกกู้คืน ระบบจะลบ iPhone ของคุณ
ความคิดเห็นที่ 2

เหตุใด iPhone จึงติดค้างอยู่บนหน้าจอโลโก้ Apple?

โดยปกติเมื่อคุณเห็น iPhone ติดอยู่บนโลโก้ Apple หมายความว่ามีบางอย่างผิดปกติกับซอฟต์แวร์ iOS บน iPhone อาจมีสาเหตุหลายประการสำหรับปัญหานี้และคุณอาจเห็นปัญหาโลโก้ Apple ที่ค้างอยู่บน iPhone เนื่องจาก:

  • iPhone มีปัญหาในระหว่างการอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบนี้เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด
  • iPhone มี jailbroken และมีปัญหาเกี่ยวกับการแหกคุกปรับแต่งหรือแอปที่ติดตั้งผ่าน Cydia ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้ที่กำลังแหกคุกอุปกรณ์ของตน
  • iPhone กำลังใช้งานซอฟต์แวร์เวอร์ชันระบบเบต้าของ iOS ที่ทำงานได้ไม่สมบูรณ์หรือมีปัญหา
  • มีบางอย่างผิดปกติกับฮาร์ดแวร์ iPhone (หายาก)
ความคิดเห็นที่ 3

1: บังคับให้เริ่มต้น iPhone ใหม่

บางครั้งก็บังคับให้เริ่มต้นใหม่ iPhone จะเตะออกจากโลโก้ Apple ค้าง

หาก iPhone เป็นแบบจำลองคือ iPhone 7 หรือใหม่กว่าคุณสามารถเริ่มต้นใหม่ได้โดยกดปุ่มลดระดับเสียงและปุ่มเปิด / ปิดลงในเวลาเดียวกัน

หาก iPhone เก่ากว่า iPhone 7 คุณสามารถบังคับให้เริ่มต้นใหม่ได้โดยกดปุ่มโฮมและปุ่มเปิด / ปิดค้างไว้

2: ลองอัปเดต iPhone ผ่านโหมดการกู้คืน

สิ่งต่อไปคือการบังคับให้อัปเดตไปยัง iOS ผ่านโหมดการกู้คืนประโยชน์ที่ได้จากวิธีนี้คือการพยายามติดตั้ง iOS โดยไม่ต้องแก้ไขข้อมูลบนอุปกรณ์ วิธีนี้มักใช้งานได้หากปัญหาเกี่ยวกับ iPhone คือการอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบ iOS ผิดพลาดจะไม่สามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์หรือปัญหาเกี่ยวกับการแหกคุกได้

คุณจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มี iTunes เวอร์ชันล่าสุดและสาย USB เพื่อให้การอัปเดตโหมดการกู้คืนเสร็จสมบูรณ์

  1. เปิด iTunes ในคอมพิวเตอร์จากนั้นเชื่อมต่อ iPhone ผ่าน USB
  2. วาง iPhone ในโหมดการกู้คืนโดยดำเนินการดังนี้:
    • สำหรับ iPhone 7 และรุ่นที่ใหม่กว่าให้กดปุ่มเปิด / ปิดเครื่องและปุ่มลดระดับเสียงพร้อมกันให้ถือไว้จนกว่าข้อความแจ้งเตือนจะปรากฏขึ้นใน iTunes ว่ามีการตรวจพบ iPhone ในโหมดการกู้คืน
    • สำหรับรุ่น iPhone ที่เก่ากว่าให้กดปุ่มเปิด / ปิดและปุ่ม Home พร้อมกันและถือไว้จนกว่าข้อความแจ้งเตือนใน iTunes จะระบุว่ามีการตรวจพบ iPhone ในโหมดการกู้คืน
  3. ที่หน้าจอ iTunes เลือก "อัปเดต"

การดำเนินการนี้จะพยายามอัปเดต iOS บน iPhone หากไม่สำเร็จคุณสามารถลองดำเนินการอีกครั้งและเลือก "เรียกคืน" แต่การทำเช่นนี้คุณจะลบ iPhone และมีตัวเลือกในการกู้คืนจากการสำรองข้อมูล

3: เรียกคืน iPhone ด้วย DFU

อีกวิธีหนึ่งคือการใช้โหมด DFU เพื่อเรียกคืน iPhone วิธีนี้จะลบข้อมูลทั้งหมดใน iPhone ดังนั้นคุณควรทำเช่นนี้หลังจากที่คุณมีข้อมูลสำรองที่มีประโยชน์

หากปัญหากับ iPhone เป็นที่แหกคุกไปไม่ดีและคุณไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยการเอาการปรับแต่งหรือ Cydia app แล้วคืนผ่านทางโหมด DFU มีแนวโน้มที่จะแก้ปัญหาเฉพาะ โปรดจำไว้ว่า DFU เรียกคืนการเช็ด iPhone ทั้งหมด

คุณสามารถใส่ iPhone 7 ลงในโหมด DFU ด้วยคำแนะนำเหล่านี้และคุณสามารถวาง iPhele รุ่นอื่น ๆ ไว้ในโหมด DFU ตามทิศทางเหล่านี้ได้

ความคิดเห็นที่ 4

iPhone ยังคงติดอยู่กับโลโก้ Apple? ไม่มีอะไรจะทำงาน?

หาก iPhone ได้รับการรีบูตแล้วให้เรียกคืนผ่านโหมดการกู้คืนเรียกคืนผ่านโหมด DFU และยังไม่ทำงานและยังคงค้างอยู่ที่โลโก้ Apple, คุณอาจมีปัญหาเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์หรือปัญหาลึก ๆ อื่น ๆ ณ จุดนี้วิธีที่ดีที่สุดคือการติดต่อช่องทางการสนับสนุนของ Apple อย่างเป็นทางการและแนะนำให้คุณผ่านทางโซลูชันซึ่งอาจนำไปสู่การนำอุปกรณ์ไปใช้กับ Apple เพื่อซ่อมแซม

ความคิดเห็นที่ 5

1. วิธีการบังคับให้รีสตาร์ท Force Restart

Apple ระบุเอาไว้ว่า

คุณควรใช้วิธีบังคับให้รีสตาร์ท iPhone, iPad หรือ iPod touch เป็นทางเลือกสุดท้าย และทำเฉพาะกรณีที่อุปกรณ์ไม่ตอบสนองเท่านั้น เมื่อต้องการบังคับให้รีสตาร์ทอุปกรณ์ของคุณ ให้กดปุ่ม พักเครื่อง/ปลุก และปุ่มโฮมค้างไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 10 วินาที จนกว่าคุณจะเห็นโลโก้ Apple

หรือบางคนอาจจะเรียกว่าการ Hard Reset เป็นต้น

การจะทำวิธีนี้ก็ต่อเมื่อเกิดปัญหาแปลกๆ กับตัวเครื่องเช่น อยู่ดีๆ เสียงที่ลำโพงไม่ออก, เครื่องไม่สั่น, GPS ไม่ตรงหรือตัวเครื่องไม่ตอบสนองกดอะไรไม่ได้ ฯลฯ ดังนั้น แนะนำให้ทำวิธีการนี้ก่อนนะครับ ทำได้โดย

  • แบบที่ 1: กดปุ่ม Home และปุ่ม Power พร้อมกันค้างไว้ จนกว่าจะเห็นโลโก้ Apple จึงปล่อยมือ (ใช้ได้กับ iPhone 2G – iPhone 6s
  • แบบที่ 2: กดปุ่มกดเสียงปุ่ม Power พร้อมกันค้างไว้ จนกว่าจะเห็นโลโก้ Apple จึงปล่อยมือ (ใช้ได้กับ iPhone 7 – iPhone 8)
  • แบบที่ 3: กดปุ่มเพิ่มเสียงแล้วปล่อย, กดปุ่มลดเสียงแล้วปล่อย จากนั้นกดปุ่มด้านข้าง(ตำแหน่งปุ่ม Power) ค้างไว้ จนกว่าจะเห็นโลโก้ Apple จึงปล่อยมือ (ใช้ได้กับ iPhone X)

การทำเช่นนี้พบว่าช่วยแก้ปัญหาพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์ได้ค่อนข้างเยอะครับ

ของแถมสำหรับข้อ 1

  • ถ้าชาร์จ iPhone  ไม่เข้าหรือชาร์จเข้าช้า ทำตามขั้นตอน 1 แล้ว ก็ไม่หาย ลองเปลี่ยนสายชาร์จ, ลองเอาแปรงสีฟันทำความสะอาดรูชาร์จ(เอาไฟฉายส่องดูที่พอร์ตชาร์จ เผื่อมีฝุ่นติดในนั้นอยู่ เอาออกมาให้หมดก่อนครับ), เปลี่ยนหัวชาร์จหรืออะแดปเตอร์ด้วยนะครับ
  • ถ้าเชื่อมต่อ WiFi จากเร้าเตอร์ที่บ้านไม่ได้ ให้ลองเชื่อมต่อที่อื่นหรือผ่าน Hotspot เพื่อดูว่า WiFi บน iPhone เราใช้ได้หรือไม่
ความคิดเห็นที่ 6

2.  รีเซตการตั้งค่าทั้งหมด (Reset All Setting)

การรีเซตการตั้งค่าทั้งหมดของเครื่อง คือ การทำให้การตั้งค่าทุกอย่างในเครื่องกลับมาเป็นเหมือนออกมาจากโรงงาน (ข้อมูลไม่หาย) เช่น หลังทำการรีเซตการตั้งค่าทั้งหมดแล้วเสียงเรียกเข้าที่เคยตั้งไว้ จะกลับมาเป็นแบบโรงงาน, WiFi ที่เคยต่อไว้ จะไม่ถูกจำ ต้องเชื่อมต่อใหม่อีกครั้ง, รหัสผ่านที่เคยตั้งไว้ก็จะหายไปเช่นกัน ฯลฯ

การทำเช่นนี้เพื่อจะคืนค่าพื้นฐานโรงงานให้กับ iPhone, iPad ก่อน จะได้รู้ว่าปัญหาที่เกิดกับ iPhone อยู่นั้นสาเหตุมาจากการตั้งค่าที่ผิดพลาดหรือเปล่า

วิธีการ

  • การตั้งค่า> ทั่วไป> รีเซต> รีเซตการตั้งค่าทั้งหมด
  • Settings> General> Reset> Reset all setting

reset all setting iphone

ความคิดเห็นที่ 7

3.  ล้างเครื่อง (Restore)

การล้างเครื่อง คือ การลบข้อมูลในหน่วยความจำและติตตั้งระบบปฏิบัติการ (OS) เข้าไปใหม่ ฝั่ง iOS จะเรียกกว่าการ Restore iOS ฝั่ง Android จะเรียกว่า Factory reset

ผลที่ได้คือ iPhone เครื่องดังกล่าวนั้นจะติดตั้ง iOS ใหม่เพียวๆ เหมือนแกะกล่องมาในตอนซื้อเลย ใหม่หมดจด มีแค่แอปที่ทาง Apple กำหนดไว้เท่านั้นที่ติดตั้งมาพร้อมและแอปเหล่านี้คุณก็ลบออกจากเครื่องไม่ได้ด้วย แน่นอนว่าข้อมูลทุกอย่างถูกลบออกจาก iPhone ดังนั้นคุณต้องสำรองข้อมูลเอาไว้เสียก่อน

restore-iphone

วิธีการล้างเครื่องผมแนะนำเอาไว้ 3 แบบครับได้แก่

  1. วิธีที่ 1 ล้างเครื่องทำผ่าน iPhone แบบนี้จะได้ iOS ปัจจุบันที่ติดตั้งอยู่
  2. วิธีที่ 2 ใช้ iTunes บนคอมผ่านโหมดปกติ จะได้ iOS ล่าสุดจาก Apple
  3. วิธีที่ 3 ใช้ iTunes บนคอมผ่าน DFU Mode  จะได้ iOS ล่าสุดจาก Apple

ทำความเข้าใจในแต่ละวิธีการได้เลยนะครับ แต่ใครไม่ยากเสียเวลาก็แนะนำว่าให้ทำตามวิธีที่  3 ได้เลย จะได้รู้กันไปเลยว่าเสียที่ตัวซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์กันแน่

ความคิดเห็นที่ 8

iPhone 11, 11 Pro, 11 Pro Max ค้าง ไม่ตอบสนอง จะแก้ไขเบื้องต้นได้อย่างไร

วิธีนี้เรียกว่า การบังคับปิดรีสตาร์ท (Force Reboot) หรือบ้างจะเรียกว่าการ Hard Reset สรุปขั้นตอนวิธีทำคคือ

  1. กดปุ่มเพิ่มเสียง (Volume Up) ปล่อย
  2. กดปุ่มลดเสียง (Volume Down) ปล่อย
  3. กดปุ่มด้านข้าง (Side Button) ค้าง จนกว่าจะเห็น Apple logo ค่อยปล่อยมือ
ความคิดเห็นที่ 9

ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดมาจากการใช้งานของผู้ใช้งานด้วยส่วนนึง หากคุณเจอปัญหา iPhone เปิดไม่ติดควรตรวจเช็คและแก้ไขเบื้องต้นได้อย่างไร เรามาดูวิธีการตรวจเช็คเบื้องต้นและแก้ไขอาการเบื้องต้นด้วยตัวเองก่อนนำเครื่องไปตรวจเช็คที่ศูนย์

1. กรณีแรกตรวจสอบในเรื่องของแบตเตอรี่ก่อน เพราะการที่ iPhone เปิดไม่ติด มีความเป็นไปได้ที่แบตเตอรี่ไอโฟนของคุณนั้นหมดจน iPhone เปิดไม่ติด ในกรณีนี้ให้เสียบสายชาร์จเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ดูก่อนเพื่อตรวจสอบว่าแบตเตอรี่หมดหรือไม่

2. การรีสตาร์ทเครื่องใหม่ หากได้ตรวจสอบในเรื่องของแบตเตอรี่แล้วแต่สาเหตุที่ iPhone เปิดไม่ติด ของคุณไม่ได้มีปัญหาที่ส่วนของแบตเตอรี่ ให้ลองทำการรีสตาร์ทเครื่องดูอีกครั้ง

3. การ Hard Reset หรือบังคับรีสตาร์ทตัวเครื่อง

  • แบบที่ 1: กดปุ่ม Home และปุ่ม Power พร้อมกันค้างไว้ จนกว่าจะเห็นโลโก้ Apple จึงปล่อยมือ (ใช้ได้กับ iPhone 2G – iPhone 6s)

  • แบบที่ 2: กดปุ่มกดเสียงปุ่ม Power พร้อมกันค้างไว้ จนกว่าจะเห็นโลโก้ Apple จึงปล่อยมือ (ใช้ได้กับ iPhone 7 – iPhone 8)

  • แบบที่ 3: กดปุ่มเพิ่มเสียงแล้วปล่อย, กดปุ่มลดเสียงแล้วปล่อย จากนั้นกดปุ่มด้านข้าง(ตำแหน่งปุ่ม Power) ค้างไว้ จนกว่าจะเห็นโลโก้ Apple จึงปล่อยมือ (ใช้ได้กับ iPhone X) ในกรณีที่ Phoneเปิดไม่ติดสามารถใช้วิธีนี้แก้ไขปัญหาเบื้องต้นก่อนได้

4. การแก้ไขด้วย iTunes ในกรณีที่คุณเปิดเครื่องติดแล้วแต่เกิดการค้างหน้าจอสีแดง หรือสีน้ำเงินให้คุณเชื่อมต่อ iPhone เข้ากับ iTunes จากนั้นให้คุณกดเหมือนกับวิธีการฮาร์ดรีเซ็ตตาม iPhone แต่ละรุ่นที่คุณใช้ เพียงแต่คราวนี้สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอของคุณจะไม่ใช่โลโก้ Apple แต่จะเป็นโหมดการกู้คืน จากนั้น iTunes จะให้คุณเลือกระหว่างการกู้คืนและการอัพเดต ให้คุณเลือกการอัพเดตเพื่อทำการติดตั้ง iOS ใหม่อีกครั้งโดยไม่เป็นการลบข้อมูลใดๆ


หากได้ทำการตรวจเช็คและแก้ไขเบื้องต้นของ iPhone เปิดไม่ติด ตามขั้นตอนดังกล่าวแล้วยังไม่สามารถแก้ปัญหา iPhone เปิดไม่ติด ได้นั้น แนะนำให้นำเครื่องไปตรวจเช็คที่ศูนย์บริการรับซ่อม เพื่อจะได้ทำการตรวจเช็ค และดำเนินการแก้ไขปัญหา iPhone เปิดไม่ติด ให้เครื่องสามารถกลับมาใช้งานได้ปกติ

ความคิดเห็นที่ 10

4 วิธีแก้ปัญหาไอโฟนเปิดไม่ติด ชาร์จไม่เข้า จอดำ ไอโฟนดับเองหรือขึ้นรูปแอปเปิ้ลค้างอยู่

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ iPhone มาอย่างยาวนาน หรือเรียกได้ว่าเป็นสิ่งคลาสสิคของการใช้มือถือ Smart Phone อย่าง iPhone เกือบทุกรุ่น ที่มักจะต้องเจอเหมือนๆ กันก็คือปัญหาไอโฟนเครื่องค้าง หรือใช้ไปอยู่ดีๆ ก็เกิดอาการไอโฟนเปิดไม่ติด หน้าจอดับวูบลงไปซะอย่างนั้น ทั้งๆ ที่เราก็ใช้งานมาปกติ ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือไปจากใช้งานทั่วไปเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องบอกเลยว่า บางครั้งปัญหาเหล่านี้ก็เกิดขึ้นมาจากตัวระบบเอง หรือว่าอาจจะเกิดจาก Hardware ที่ใช้งานนั้นเริ่มเสื่อมสภาพลงไปแล้วก็เป็นได้ และเชื่อว่าหลายคนก็คงไม่อยากจะเจอปัญหาเหล่านี้แน่นอน เพราะถ้าเกิดขึ้นมาแล้วเราแก้ไขเองไม่ได้ ก็ต้องไปเสียเงินให้ร้านทำให้อีก แต่ก่อนจะส่งเครื่องไปให้ร้านทำ ความจริงแล้วเราก็สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ในเบื้องต้นก่อนได้ง่ายๆ สำหรับคนที่เจอปัญหาไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ลค้างอยู่ เปิดไม่ติดชาร์จไม่เข้า หรือไอโฟนดับเองจนจอดำ วันนี้ทาง Specphone จะมาบอกวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านี้ในเบื้องต้น ที่สามารถทำเองให้เครื่องกลับมาใช้งานได้ปกติอีกครั้ง แทบไม่ต้องพึ่งร้านซ่อมกันเลยทีเดียว ตามไปดูกันได้เลยว่ามีวิธีทำอย่างไรได้บ้าง

  1. อัพเดทระบบ iOS ให้เป็นเวอร์ชันใหม่อยู่เสมอ
  2. เช็คแบตเตอรี่ว่าเสื่อมแล้วหรือไม่
  3. Force Restart หรือบังคับรีสตาร์ทเครื่องใหม่
  4. ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ลค้าง หน้าจอมีสีแดงหรือสีน้ำเงินระหว่างการรีสตาร์ทให้เชื่อมต่อกับ iTunes

ปัญหาไอโฟนเปิดไม่ติด ชาร์จไม่เข้า จอดำ ไอโฟนดับเองหรือขึ้นรูปแอปเปิ้ลค้างเกิดจากอะไร?

ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล ชาร์จไม่เข้า จอดำ

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าอาการเหล่านี้ ความจริงแล้วบางครั้งก็อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับการใช้งานของตัวเราเอง แต่อาจจะเกิดขึ้นจากระบบของ iOS ที่เกิดการบัค หรือระบบไม่สมบูรณ์ ถึงแม้ว่าจะเป็นการอัพเดทระบบใหม่แล้วก็ตาม ก็อาจจะเกิดขึ้นได้เหมือนกัน และก็ยังรวมไปถึงระบบที่เก่าจนเกินไป ถ้าหากเราไม่ได้อัพเดทและปล่อยทิ้งไว้นานๆ ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาไอโฟนเปิดไม่ติดแบบนี้ได้ด้วย แต่จะบอกว่าทั้งหมดนี้เกี่ยวกับระบบอย่างเดียวก็ไม่ใช่นะ เพราะบางครั้งก็เกิดขึ้นจากการใช้งานของเราเองนี่แหละ อย่างการใช้งานหนักจนเกินไป ทำให้แบตเตอรี่รับมือไม่ไหว หรือว่าใช้งานหนักจน Hardware บางอย่างทำงานผิดปกติไปเลยก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ปัญหาทั้งหมดที่บอกไปสามารถแก้ไขได้เบื้องต้นด้วยตัวเอง ตามวิธีด้านล่างต่อไปนี้เลย


1. อัพเดทระบบ iOS ให้เป็นเวอร์ชันใหม่อยู่เสมอ

ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล ชาร์จไม่เข้า จอดำ อัพเดท1

สำหรับคนที่เจอปัญหาไอโฟนเครื่องค้างอยู่บ่อยๆ หรือว่าเล่นแอปฯ แล้วชอบเด้งหลุดออกมา ไปจนถึงการทำให้เล่นแอปฯ นั้นไม่ได้เลย ปัญหานี้อาจเกิดจากตัวระบบ iOS ที่ใช้งานอยู่มีการบัค ระบบไม่สมบูรณ์ หรือว่าเราไม่ได้อัพเดท iOS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อน ดังนั้นให้เราเข้าไปเช็คก่อนว่าได้ทำการอัพเดท iOS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือยังโดยเข้าไปที่ Settings -> General -> Software Update ซึ่งบางครั้งระบบจะไม่ได้เตือนเรา หรือว่าไม่ได้อัพเดทให้โดยอัตโนมัติ จึงทำให้เราไม่ทันได้สังเกตว่าระบบมีการอัพเดทใหม่แล้ว

ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล ชาร์จไม่เข้า จอดำ อัพเดทแอป

หรืออีกอย่างที่เป็นไปได้ถ้าหากว่าอัพเดทระบบเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้ว แต่เมื่อใช้งานแอปฯ ใดแอปฯ หนึ่งแล้วเด้งหลุด หรือค้างจนไม่สามารถใช้งานได้ ให้ลองเข้าไปใน App Store แล้วดูว่าแอปฯ เหล่านั้นมีการอัพเดทหรือไม่ เพราะปัญหานี้อาจเกิดได้จากแอปฯ มีเวอร์ชันเก่าเกินไป จนทำให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับระบบได้ ดังนั้นเราจึงควรอัพเดทแอปฯ ที่ใช้งานให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ แต่บางครั้งถ้าอัพเดท iOS ที่ใหม่มากๆ อาจมีบางแอปฯ ที่ทำการอัพเดทไม่ทันระบบ จึงทำให้แอปฯ ค้างหรือเด้งหลุดออกมาได้ ให้รอจนกว่าจะมีการอัพเดทแอปฯ อีกครั้ง ถึงจะใช้งานได้เป็นปกติ ซึ่งวิธีเหล่านี้เป็นวิธีแก้ไขเบื้องต้น สำหรับคนที่เจอปัญหาระบบค้างบ่อยๆ เท่านั้น ถ้ายังไม่หายลองดูวิธีอื่นๆ ได้เลย


2. เช็คแบตเตอรี่ว่าเสื่อมแล้วหรือไม่

สำหรับคนที่ใช้งาน iPhone มาอย่างยาวนาน หรือว่าใช้งานอย่างหนักหน่วงจริงๆ จนทำให้แบตเริ่มจะเสื่อม และก็แน่นอนว่ามักจะเกิดปัญหาเครื่องดับไปเอง เปิดเท่าไหร่ก็เปิดไม่ติด หรือว่าไอโฟนเปิดไม่ติด ชาร์จไม่เข้า ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเกิดขึ้นกับตัวแบตเตอรี่ที่ใช้งานอยู่นั่นเอง ซึ่งวิธีการแก้ไขเบื้องต้น สำหรับคนที่ยังเปิดใช้งานเครื่อง iPhone ขึ้นมาได้ ให้ลองเข้าไปเช็คสุขภาพของแบตเตอรี่ก่อน ว่ายังสามารถทำงานได้อย่างปกติหรือไม่ โดยให้เข้าไปที่ Settings -> Battery -> Battery Health ซึ่งในหน้านี้จะมีการบอกถึงประสิทธิภาพของแบต ความจุที่ใช้งานได้ในตอนนี้ และสถานะว่ายังทำงานได้อย่างปกติหรือไม่ (กดเข้าไปเช็คสถานะต่างๆ ได้ที่นี่)

ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล ชาร์จไม่เข้า จอดำ เช็คแบต2
credit : apple.com

ส่วนใครที่เครื่องดับไปเลย และไม่สามารถเปิดเครื่องได้ ให้ลองเสียบสายชาร์จเข้าไปยังตัวเครื่องก่อน แล้วเช็คว่ามีเครื่องหมายอะไรขึ้นมาบนหน้าจอหรือไม่ (ตรวจเช็คสภาพสายชาร์จก่อนด้วย ว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่ ถ้าสายพังก็อาจจะชาร์จไฟไม่เข้า) อย่างแรกเมื่อเสียบสายชาร์จเข้าไปแล้ว จะต้องมีรูปแสดงการชาร์จขึ้นมาหลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที (ตามรูปด้านล่าง) แต่ถ้าหากเราเสียบสายชาร์จทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง หรือยังมีรูปขึ้นมาว่าให้ชาร์จแบต ก็คิดไว้ก่อนได้เลยว่าแบตอาจจะเสื่อมไปแล้วก็เป็นได้ แต่ก็อย่าลืมเช็คก่อนด้วยว่าสายชาร์จและอแดปเตอร์ยังใช้งานได้ปกติหรือไม่ ถ้าตรวจดีแล้วยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้ลองทำตามวิธีต่อไปดูก่อน

ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล ชาร์จไม่เข้า จอดำ เช็คแบต
credit : apple.com

3. Force Restart หรือบังคับรีสตาร์ทเครื่องใหม่

มาที่ทางแก้สุดคลาสสิค สำหรับคนที่ลองวิธีด้านบนมาหมดแล้ว แต่ว่ายังเจอกับปัญหาไอโฟนเปิดไม่ติด จอดำ หรือว่าไอโฟนเครื่องค้างเป็นระยะเวลานาน ให้ลองทำการบังคับรีสตาร์ทเครื่องใหม่ เพื่อเป็นการรีเซ็ตระบบอีกครั้ง ซึ่งวิธีนี้จะเหมือนกับการรีสตาร์ทปกติ ที่ไม่ทำให้ข้อมูลอะไรหายไป และยังคงกลับมาใช้งานได้ปกติเหมือนเดิม ส่วนการ Force Restart หรือบังคับรีสตาร์ทของแต่ละรุ่นก็จะมีวิธีทำที่ต่างกันไปดังนี้

Force Restart สำหรับรุ่น iPhone X, iPhone XS, iPhone XR, iPhone 11 หรือ iPhone 12 ให้กดปุ่มเพิ่มระดับเสียงแล้วปล่อย กดปุ่มลดระดับเสียงแล้วปล่อยอีกครั้งอย่างรวดเร็ว และให้กดค้างไว้ที่ปุ่มด้านข้าง จนกว่าจะมีโลโก้ Apple แสดงขึ้น แล้วจึงปล่อยปุ่มออก

ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล ชาร์จไม่เข้า จอดำ force restart ip12
credit : apple.com

Force Restart สำหรับรุ่น iPhone 8 หรือ iPhone SE (รุ่นที่ 2) ให้กดปุ่มเพิ่มระดับเสียงแล้วปล่อย กดปุ่มลดระดับเสียงแล้วปล่อยอย่างรวดเร็ว และให้กดค้างไว้ที่ปุ่มด้านข้าง จนกว่าจะมีโลโก้ Apple แสดงขึ้น แล้วจึงปล่อยปุ่มออก

ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล ชาร์จไม่เข้า จอดำ force restart ip8
credit : apple.com

Force Restart สำหรับรุ่น iPhone 7, iPhone 7 Plus ให้กดทั้งปุ่มลดระดับเสียง และปุ่มพักด้านข้างค้างไว้พร้อมกัน จนกว่าจะมีโลโก้ Apple แสดงขึ้น แล้วจึงปล่อยทั้งสองปุ่มออก

ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล ชาร์จไม่เข้า จอดำ force restart ip7
credit : apple.com

Force Restart สำหรับรุ่น iPhone 6s, iPhone SE (รุ่นที่ 1) หรือรุ่นที่ต่ำกว่านั้นให้กดทั้งปุ่มพัก (ด้านข้างหรือด้านบน) และปุ่ม Home ค้างไว้พร้อมกัน จนกว่าจะมีโลโก้ Apple แสดงขึ้น แล้วจึงปล่อยทั้งสองปุ่มออก

ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล ชาร์จไม่เข้า จอดำ force restart ip6
credit : apple.com

ทั้งหมดนี้จะเป็นการบังคับรีสตาร์ทให้เครื่องกลับมาทำงานได้เป็นปกติอีกครั้ง ถ้าทำแล้วยังเป็นเหมือนเดิม หรือว่าหน้าจอค้างเป็นรูป Apple ให้ทำตามวิธีต่อไปด้านล่างเลย


4. ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ลค้าง หน้าจอมีสีแดงหรือสีน้ำเงินระหว่างการรีสตาร์ทให้เชื่อมต่อกับ iTunes

วิธีแก้ไขวิธีสุดท้ายนี้จะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการรีสตาร์ท หรือเครื่องดับไปแล้วเสียบสายชาร์จ และหน้าจอค้างไอโฟนเปิดไม่ติดไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือมีรูปโลโก้ Apple ขึ้นมาค้างบนหน้าจอ เราสามารถทำการอัพเดทระบบผ่านทาง iTunes โดยการเชื่อมต่อเข้ากับคอมฯ ได้อีกหนึ่งทาง ขั้นตอนแรกก็คือให้เราทำการเชื่อมต่อ iPhone เข้ากับคอมฯ PC ที่มี iTunes อยู่ในเครื่อง (โหลดที่นี่) หรือถ้าเป็น macOS Catalina 10.15 ให้เปิด Finder (ต่ำกว่า 10.14 ใช้ iTunes) จากนั้นให้รอจนกว่า iTunes จะค้นหา iPhone ของเราเจอ และทำตามขั้นตอนดังนี้

ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล ชาร์จไม่เข้า จอดำ itunes
credit : apple.com

1. หลังจากที่ iTunes ค้นหา iPhone ของเราเจอแล้ว (ตามรูปด้านบน) ให้ทำการ Force Restart อีกหนึ่งครั้งตามแต่ละรุ่นคือ

  • Force Restart สำหรับรุ่น iPhone 8, iPhone SE (รุ่นที่ 2), iPhone X, iPhone XS, iPhone XR, iPhone 11 หรือ iPhone 12 ให้กดปุ่มเพิ่มระดับเสียงแล้วปล่อย กดปุ่มลดระดับเสียงแล้วปล่อยอีกครั้งอย่างรวดเร็ว และให้กดค้างไว้ที่ปุ่มด้านข้าง จนกว่าจะเห็นหน้าจอโหมดการกู้คืน แล้วจึงปล่อยปุ่มออก
  • Force Restart สำหรับรุ่น iPhone 7, iPhone 7 Plus ให้กดทั้งปุ่มลดระดับเสียง และปุ่มพักด้านข้างค้างไว้พร้อมกัน จนกว่าจะเห็นหน้าจอโหมดการกู้คืน แล้วจึงปล่อยทั้งสองปุ่มออก
  • Force Restart สำหรับรุ่น iPhone 6s, iPhone SE (รุ่นที่ 1) หรือรุ่นที่ต่ำกว่านั้นให้กดทั้งปุ่มพัก (ด้านข้างหรือด้านบน) และปุ่ม Home ค้างไว้พร้อมกัน จนกว่าจะเห็นหน้าจอโหมดการกู้คืน แล้วจึงปล่อยทั้งสองปุ่มออก
ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล ชาร์จไม่เข้า จอดำ เชื่อมต่อ
credit : apple.com

2. หลังจากนั้นจะมีตัวเลือกขึ้นมาบนหน้าจอใน iTunes ว่าให้เลือกกู้คืนหรืออัพเดท ให้เรากดเลือกอัพเดท ระบบก็จะทำการติดตั้ง iOS เวอร์ชันใหม่ให้อีกครั้ง โดยที่ข้อมูลทั้งหมดนั้นจะไม่หายไปไหน แต่ถ้าใช้เวลานานมากกว่า 15 นาทีขึ้นไป ระบบจะออกจากหน้ากู้คืน ให้ทำตามด้านบนใหม่อีกครั้ง จนกว่าระบบจะอัพเดทให้เสร็จก็จะกลับมาใช้งานเป็นปกติได้แล้ว

ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล ชาร์จไม่เข้า จอดำ itunes2
credit : apple.com

ถึงแม้ว่าวิธีแก้ไขเบื้องต้นเหล่านี้สำหรับบางคนอาจจะช่วยได้จริง แต่ก็มีหลายคนที่ทำทุกทางแล้ว ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติได้ ซึ่งใครที่ได้ลองทำตามทุกวิธีแล้ว เครื่อง iPhone ยังไม่หายกลับมาเป็นปกติ แนะนำให้ส่งศูนย์ที่ใช้บริการ เพื่อส่งซ่อมจะดีที่สุด และที่สำคัญก็คือ ควรที่จะทำการ Backup iPhone อยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ข้อมูลสำคัญๆ หาย หรือว่าป้องกันในกรณีที่เครื่องพังอย่างกระทันหัน อย่างน้อยถ้าซ่อมได้เป็นปกติอีกครั้ง ข้อมูลทั้งหมดก็ยังไม่หายไปไหน (อ่านต่อ.. วิธี Backup iPhone) ส่วนใครที่เจอปัญหาไอโฟนเปิดไม่ติด ชาร์จไม่เข้า จอดำ ไอโฟนดับเองหรือขึ้นรูปแอปเปิ้ลค้าง ส่วนใหญ่แล้วถ้าทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถกลับมาใช้งานได้เป็นปกติอีกครั้ง (เว้นแต่แบตจะเสื่อม หรือเครื่องพังจากภายใน) หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนที่เกิดปัญหาได้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม แล้วถ้ามีเรื่องไหนน่าสนใจอีก เราก็จะนำมาฝากกันเรื่อยๆ เลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 11

ขึ้นชื่อว่าเป็น “ไอโฟน” แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ ผู้ใช้ทุกคนย่อมจะดูแลรักษา และใช้ด้วยความถนุถนอมเป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้น ปัญหาที่ไม่คาดคิดก็อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะปัญหาสุดคลาสสิคอย่าง ไอโฟนเปิดไม่ติดขึ้นรูปแอปเปิ้ลแล้วก็ดับ ที่สามารถพบได้ในไอโฟนแทบทุกรุ่น แต่สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้ก็คือ ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเราเอง โดยไม่จำเป็นต้องไปซ่อมที่ร้านหรือศูนย์แต่อย่างใด แก้ได้ง่าย ๆ ด้วย 3 วิธีต่อไปนี้

แม้จะไม่บ่อยนักที่จะเจอปัญหา ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล แล้วก็ดับ หรือค้างอยู่ที่หน้าจอโลโก้แอปเปิ้ลแล้วก็ไม่ยอมเปิดเครื่อง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอัพเดทซอฟต์แวร์ หรือ ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม เป็นต้น ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วย 3 วิธี ได้แก่ ชาร์จแบตเตอรี่, การรีเซ็ตไอโฟน และการเปิดเครื่องด้วยโปรแกรม iTunes

  • การชาร์จแบตเตอรี่: สาเหตุของอาการ ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล แล้วก็ดับ บางกรณีก็อาจมาจาก “แบตเตอรี่เสื่อม” โดยให้เราลองเสียบสายชาร์จและสังเกตว่า ตัวเลขแบตเตอรี่ลดลงหรือเพิ่มขึ้นแบบผิดปกติหรือไม่ หรือความอึดของแบตเตอรี่ต่อการใช้งานใน 1 วัน สั้นลงกว่าเดิมหรือเปล่า? ซึ่งโดยปกติแล้ว ไอโฟนแทบทุกรุ่นถูกออกแบบให้ชาร์จเต็มภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง และต้องมีสัญลักษณ์ชาร์จปรากฏขึ้นที่หน้าจอ หากไม่มีสัญลักษณ์ใด ๆ ขึ้นมาเลย หรือตัวเลขไม่ขึ้น ก็อาจมีสาเหตุจากแบตเตอรี่เสื่อมนั่นเอง

  • การรีเซ็ตไอโฟน: หากตรวจสอบแล้วพบว่าแบตเตอรี่ไม่ใช่สาเหตุของอาการเครื่องดับหรือค้าง ให้ลองวิธีต่อมา นั่นก็คือ การรีเซ็ตไอโฟน ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีวิธีรีเซ็ตแตกต่างกัน โดย iPhone 8 และรุ่นใหม่กว่า ให้กดปุ่มเพิ่มเสียง 1 ครั้งแล้วปล่อย จากนั้นกดปุ่มลดเสียง 1 ครั้งแล้วปล่อย สุดท้ายให้กดปุ่ม Power หรือ Side Button ค้างไว้จนกว่าจะเห็นโลโก้ Apple ส่วนในรุ่น iPhone 7 ให้กดปุ่มลดเสียงและปุ่ม Power ข้างไว้พร้อมกันจนกว่าจะเห็นโลโก้ Apple และสำหรับ iPhone 6s แรวมถึงรุ่นเก่ากว่าให้กดปุ่ม Home และปุ่ม Power ค้างไว้พร้อมกันจนกว่าจะเห็นโลโก้ Apple

  • การเปิดเครื่องด้วยโปรแกรม iTunes: หากลองทำตาม 2 วิธีแรกแล้วยังเปิดเครื่องไม่ติด หรือเปิดติดแต่หน้าจอยังค้างที่โลโก้ Apple ให้เชื่อมต่อไอโฟนเข้ากับคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรม iTunes ยกเว้น Mac ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ MacOS ให้เปิดในโปรแกรม Finder จากนั้นให้สำรองข้อมูลภายในเครื่องเอาไว้ก่อน เพื่อจะได้ทำการอัปเดตและติดตั้ง iOS ใหม่ แต่ถ้าหากทำทั้ง 3 วิธีนี้แล้ว ยังเจอปัญหา ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล แล้วก็ดับ หรือเครื่องไม่มีการตอบสนอใด ๆ ก็อาจจำเป็นที่จะต้องส่งเครื่องเข้าศูนย์เพื่อเช็คอาการและซ่อมต่อไป

Comment:
CONFIRM CODE :
Comment Name :
#ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ลกระพริบ    #ไอโฟนค้างรูปแอปเปิ้ล ซ่อมกี่บาท    #ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ลแล้วดับ ซ่อมกี่บาท    #ไอโฟน11ค้างรูปแอปเปิ้ล    #iphone xs ค้างโลโก้    #ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ล ซ่อมกี่บาท    #ซ่อม ไอ โฟน ค้างโลโก้    #ไอ โฟน 6s ค้างรูป แอ ป เปิ้ ล    #ไอโฟนค้างรูปแอปเปิ้ล เกิดจาก    #ไอโฟนค้างหน้าอัพเดท    #iphone บูทไม่ขึ้น    #ไอโฟน11ค้างกดอะไรไม่ได้เลย    #ไอโฟนค้างรูปแอปเปิ้ล xr    #ไอโฟนค้างรูปแอปเปิ้ล    #กําลังตั้งค่า apple id ของคุณ ค้าง    #ไอแพดเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ลติดๆดับๆ    #ไอโฟนเปิดไม่ติด ซ่อมกี่บาท    #ไอแพดเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ลแล้วดับ    #ไอ โฟน 7 เปิดไม่ติด ซ่อม กี่ บาท    #iPhone บูท ไม่ขึ้น    #ไอ โฟน 11 ค้างรูป แอ ป เปิ้ ล    #ไอ โฟน ค้างโลโก้ ซ่อม กี่ บาท    #ไอโฟนเปิดไม่ติด ขึ้นรูปแอปเปิ้ลติดๆดับๆ    #ไอแพดขึ้นรูปแอปเปิ้ล ติดๆดับๆ    #ไอโฟนขึ้นโลโก้แล้วดับ    #ไอโฟนขึ้นรูปแอปเปิ้ลค้าง   
หัวข้ออื่น ( ดูทั้งหมด )


สมัครแทงหวย กดตรงนี้